เสียงแจ้งเตือนแชทไลน์ที่ดัง *ติ๊ง!* ติดต่อกันสามครั้งซ้อนในยามวิกาล ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกอยากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความกระตือรือร้นเลยสักนิด... ตรงกันข้าม นิ้วเรียวภายใต้กรอบแว่นสายตากลับกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ จนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด
หน้าจอเรืองแสงวาบสะท้อนกับเลนส์แว่นเผยให้เห็นใบหน้าที่บึ้งตึงจนแทบจะผูกโบว์ได้ของคีย์
ให้ตายเถอะ! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย!
ข้อความจากปลายทางที่เพิ่งเด้งเข้ามาเมื่อครู่ยังคงปักหมุดตรึงอยู่ในสมอง
*(ของที่สั่งไว้ จัดการเรียบร้อยแล้วนะคะคุณไทป์ ระวังตัว 'เด็กแว่น' ของคุณไว้ให้ดีเถอะ...)*
ประโยคบ้าๆ นั่นมันหมายความว่ายังไง! ยัยรุ่นพี่ปีสี่ตัวแสบฝากข้อความอะไรมาให้ตานั่นวะ แล้วทำไมต้องเรียกว่า 'เด็กแว่น' ด้วย เลิกเหมาเข่งว่าฉันเป็นเด็กในปกครองของเจ้าตาบ้านั่นสักทีจะได้ไหม ฉันไม่ใช่สมบัติพัสถานของใครนะเว้ย!
ด้วยความที่อารมณ์พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด สมองส่วนเหตุผลถูกความหงุดหงิดครอบงำจนหมดสิ้น คีย์จึงตวัดนิ้วพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยความเร็วแสง ตั้งใจจะส่งไปด่ากราดยัยรุ่นพี่ตัวต้นเรื่องในกลุ่มแชทลับที่มีกันอยู่แค่สามคนให้สาสมกับความกวนประสาทที่ได้รับ
*[กลุ่ม: แก๊งนี้มีแต่คนสวยและคีย์]*
**คีย์ (เด็กแว่นที่อยากจะบ้าตาย):**
*นี่เธอ! เลิกเล่นอะไรปัญญาอ่อนแบบนี้สักทีได้ไหมวะ ส่งอีตาไทป์บ้าบออะไรนั่นมาป่วนชีวิตฉันไม่พอ ยังจะมาทำเป็นลับลมคมนัยอะไรอีก รำคาญเว้ย! บอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันไม่ได้เป็นอะไรกับไอ้บ้านั่นทั้งนั้น เลิกจับคู่ฉันกับอีตาหัวเกรียนหน้ามึนปากเสียคนนั้นสักทีโว้ยยย หงุดหงิดชิบหาย!*
พิมพ์เสร็จก็กดส่งป้าบลงไปอย่างไร้ความปรานี อาศัยความไวเป็นร้อยแรงม้าในการระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดลงในตัวอักษร
ฟู... สะใจเป็นบ้า!
คีย์พ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ ยอมรับเลยว่าการได้พิมพ์ด่ากราดออกไปแบบไม่ยั้งมือมันช่วยคลายความดันในสมองลงไปได้โข แต่อารมณ์สะใจนั้นอยู่ได้ไม่ถึงสามวินาที... เมื่อสายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นชื่อกลุ่มที่ข้อความเพิ่งถูกส่งเข้าไป
เดี๋ยวนะ...
ทำไมพื้นหลังแชทมันไม่ใช่สีชมพูพาสเทลของกลุ่มเพื่อนสนิทล่ะวะ
ทำไม... ทำไมมันถึงเป็นสีชาเขียวเข้มของห้องแชทส่วนตัว...
แถมชื่อโปรไฟล์ด้านบนสุด ยังไม่ใช่ชื่อยัยรุ่นพี่ปีสี่หน้าหมวยคนนั้น แต่เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษสั้นๆ แค่สี่ตัวที่ทำเอาเลือดในกายสูบฉีดไปกองรวมกันอยู่บนใบหน้าจนร้อนผ่าว
**T - Y - P - E**
*ไทป์...*
ฉิบหายแล้ว...
มือที่ถือโทรศัพท์อยู่ถึงกับสั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างหลังกรอบแว่นแทบจะหลุดออกมานอกเบ้า สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับชัตดาวน์สนิทอย่างไร้สาเหตุ นี่ฉัน... ฉันส่งข้อความยาวเหยียดที่เต็มไปด้วยคำด่าทอและอาการสติหลุดไปให้ 'ตัวจริง' อ่านอย่างนั้นเหรอวะเนี่ย!
ไม่จริง! นี่มันฝันร้ายชัดๆ!
คีย์รีบใช้นิ้วจิ้มหน้าจอละล่ำละลักเพื่อจะกด 'ยกเลิกข้อความ' ให้เร็วที่สุดเท่าที่มนุษย์จะทำได้ แต่ทว่า... สวรรค์คงไม่ได้เข้าข้างคนปากแข็งอย่างเขาในนาทีนี้ เพราะหน้าจอเจ้ากรรมกลับขึ้นสัญลักษณ์สถานะว่า
*(Read)*
อ่านแล้ว...
ไอ้บ้านั่นอ่านข้อความยาวเป็นหางว่าวที่ด่ามันว่า 'หัวเกรียนหน้ามึนปากเสีย' ไปแล้วเรียบร้อย!
"อ...ไอ้..." คีย์กลืนน้ำลายลงคอatอย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามรากระรัวราวกับมีใครเอาวงกลองมาตีอยู่ในอก ความรู้สึกร้อนรนตีรวนขึ้นมาจนพูดไม่ออก มือไม้สั่นเทาจนแทบจะถือโทรศัพท์ไว้ไม่ไหว อยากจะมุดแผ่นดินหนีไปให้พ้นจากตรงนี้ หรือไม่ก็สลบคาเตียงไปซะตอนนี้เลยให้รู้แล้วรู้รอด
ในหัวจินตนาการไปไกลถึงภาพของไอ้รุ่นพี่วิศวะตัวแสบ ที่ตอนนี้คงกำลังนั่งยิ้มกริ่มอยู่หลังหน้าจอ ทำหน้าตากวนประสาทใส่ข้อความของเขาอย่างได้ใจแน่ๆ
ให้ตายเถอะ รู้งี้กัดลิ้นตายตั้งแต่ตอนที่กดส่งข้อความเมื่อกี้ยังจะดีซะกว่า!
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่ดังขึ้นขัดจังหวะความสติหลุดของคีย์ หัวใจของร่างบางกระตุกวูบตกลไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่อยากแม้แต่จะก้มลงมองหน้าจอ แต่นิ้วเจ้ากรรมกลับบังคับให้สายตาเลื่อนไปอ่านข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
**Type:**
*หัวเกรียนหน้ามึนปากเสียคนนี้... อ่านแล้วก็น้ำตาซึมเลยนะครับเนี่ย แรงจังเลยนะเราน่ะ*
**Type:**
*แต่เดี๋ยวก่อนนะคีย์... เมื่อกี้เธอเพิ่งสารภาพออกมาเองไม่ใช่เหรอ ว่าไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน... ทั้งๆที่ฉันยังไม่ได้ถามเลยนะเนี่ย แบบนี้เขาเรียกว่าร้อนตัวหรือเปล่า หืม?*
คีย์อ่านข้อความนั้นแล้วแทบอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ ให้บ้านแตก ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหู ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรงด้วยความเคืองแค้นในความเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย
หนอย... ไอ้คนฉวยโอกาส! นี่แกยังมีหน้ามาแซวฉันกลับอีกอย่างนั้นเหรอวะ!
นิ้วเรียวรีบพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความฉุนเฉียว ลืมความกลัวและความอายไปชั่วขณะ
**คีย์ (เด็กแว่นที่อยากจะบ้าตาย):**
*ใครร้อนตัวฟระ! อย่ามามั่วซ้ำเติมนะเว้ย! ฉันแค่มือลั่น ส่งผิดห้องต่างหากเล่า! เลิกมโนแล้วเลิกทักมาสักที รำคาญ!*
ส่งเสร็จก็กอดอกหายใจฟึדฟัฟด้วยความขัดเคืองใจ คิดว่าแค่นี้คงจะตัดบทสนทนาบ้าๆ นี่ได้แล้วล่ะมั้ง
แต่ทว่า ผ่านไปไม่ถึงสิบวินาที เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องนอนของเขาเอง...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทที่ดังทะลุกรอบบานประตูเข้ามาในความเงียบสงบยามดึก
"เปิดประตูให้หน่อยสิครับ 'เด็กแว่น' ของพี่... พอดีว่าคนหัวเกรียนหน้ามึนคนนี้ มีเรื่องจะมาเคลียร์ให้หาย 'รำคาญ' ซะหน่อยน่ะ"
คีย์สะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงนั้น...
ไอ้บ้านั่น... มันมาอยู่ที่หน้าห้องเขาได้ยังไงวะเนี่ย!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาเติมความอบอุ่นและร่วมลุ้นไปกับความปั่นป่วนของยัยเด็กแว่นกับอีตาพี่ไทป์กันนะคะ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ รับรองว่ามีเรื่องให้ใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 17
แชทบ้าๆ ที่ลบไม่ทัน
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!