ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 10

เผลอเรียกชื่อเล่นในตอนที่เมา

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"บอกแล้วไงคะว่าไม่ได้เมา! แค่... แค่สะดุดบันไดใจมันเลยเซมาชนแก้วเฉย ๆ เหอะ!" เสียงโวยวายอู้อี้ดังขึ้นแทรกเสียงเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ ในร้านกินดื่มกึ่งผับบรรยากาศอบอุ่นริมมหาวิทยาลัย คีย์ในสภาพถอดแว่นตาคู่ใจเก็บใส่กระเป๋าเสื้อเชิ้ต ปล่อยให้ผมเผ้าที่ปกติเซ็ตไว้อย่างดีร่วงลงมาปรกลานสายตา ใบหน้าขาวเนียนตอนนี้ขึ้นสีแดงก่ำลามไปถึงใบหูอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองค้อนขวับส่งให้ไอ้ตัวปัญหาที่นั่งยิ้มแฉ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ไทป์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ร่างสูงใหญ่ในเสื้อฮู้ดสีเข้มเท้าคางมองคนเมาไม่รู้ตัวที่ตอนนี้เริ่มพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง แก้วเบียร์ในมือถูกเลื่อนออกห่างอย่างรู้ทัน พร้อมกับยื่นแก้วน้ำเปล่าไปจ่อริมฝีปากบางแทน "ครับ ๆ ไม่เมาก็ไม่เมา... แต่ดื่มน้ำเปล่าหน่อยไหมคะคนเก่ง หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกหมดแล้วเนี่ย" ไทป์หยอกเย้าด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท "ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยนะไอ้... ไอ้ตัวแสบ!" คีย์ปัดมืออีกฝ่ายออกเบา ๆ แบบไร้เรียวแรง ก่อนจะฟุบหน้าผากลงกับโต๊ะไม้เย็น ๆ เพื่อระบายความร้อนที่พุ่งพล่านอยู่ในอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์จากเบียร์แค่แก้วเดียวหรอกค่ะ แต่เป็นเพราะรอยยิ้มกับสายตากรุ้มกริ่มที่ไทป์ใช้มองเขาต่างหากที่ทำให้สติสัมปชัญญะกระเจิงไปหมด บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะแคบลงเหลือแค่เราสองคน เสียงเพลงและผู้คนรอบข้างกลายเป็นเพียงฉากหลังเบลอ ๆ เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของคนตัวโตเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกลงมาบังหน้าผากให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาจนคีย์สะดุ้งเฮือก รีบเงยหน้าขึ้นมาเตรียมจะเอ่ยปากด่ากราดเพื่อกลบเกลื่อนความใจเต้น ทว่า... ดวงตาคู่คมของไทป์ที่มองตรงมา กลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนเกินเบอร์ ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมระหว่างเรา มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่น ๆ และกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่ลอยมาแตะจมูก คีย์เม้มริมฝีปากแน่น สมองที่เริ่มเบลอจากการดื่มประมวลผลช้าลงไปถนัดตา ความรู้สึกข้างในที่เก็บกดไว้ นานวันเข้ามันก็เริ่มรั้นอยากจะทะลักออกมาดื้อ ๆ เสียอย่างนั้น ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นสบตากับคนตรงข้ามอย่างเผลอไผล "นี่..." เสียงหวานติดจะแหบพร่าเอ่ยเรียกแผ่วเบา "หืม? ว่าไงครับคนดี" ไทป์เลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาคาดหวังระคนเอ็นดู "นาย... นายมันบ้าที่สุดเลยรู้ตัวไหม..." คีย์พึมพำเสียงเบาหวิว มือบางเอื้อมไปคว้าชายเสื้อฮู้ดของอีกฝ่ายไว้โดยไม่รู้ตัว แรงดึงน้อย ๆ นั้นทำให้ไทป์ต้องโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด เพื่อฟังให้ถนัด ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่กำแพงความเย่อหยิ่งและฟอร์มจัดทั้งหมดของหนุ่มแว่นเจ้าระเบียบพังทลายลงไม่เป็นท่า ฤทธิ์แอลกอฮอล์บวกกับความอัดอั้นตันใจทำให้คีย์หลุดยิ้มบาง ๆ ออกมาอย่างไร้การควบคุม ก่อนที่ริมฝีปากสีเรื่อจะขยับเปล่งถ้อยคำที่ทำให้อากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง "ตะวัน..." สรรพนามสั้น ๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของคนเมา ทำเอาไทป์ถึงกับชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจปนตื้นตัน ชื่อเล่นในวัยเด็ก... ชื่อเล่นที่แม่และเพื่อนสนิทกลุ่มเดิมเท่านั้นที่จะเรียกได้ ชื่อที่เขาไม่ได้ยินมันมานานแสนนานนับตั้งแต่ย้ายเข้ามาเรียนในเมืองกรุง คีย์เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองหลุดปากพูดอะไรออกไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งซับสี ริมฝีปากอ้าค้างเล็กน้อยด้วยความตกใจไม่แพ้กัน รีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันทีพร้อมกับส่ายหน้าดิก "อุ๊ย! ฉะ... ฉันไม่ได้พูดนะ! เมื่อกี้หูฝาดไปแล้วไอ้ไทป์ ห้ามจำเด็ดขาดนะเว้ย!" คีย์โวยวายเสียงหลง ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิด ตัวสั่นเทาด้วยความเขินอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด ทว่า ไทป์กลับไม่ได้โต้เถียงหรือแกล้งหยอกกลับเหมือนทุกที ใบหน้าคมคายชะงักค้างไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะค่อย ๆ คลี่1ยิ้มกว้างออกมา... รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากการเย้าแหย่ แต่เป็นรอยยิ้มที่สว่างไสว ละมุนละไม และเปี่ยมไปด้วยความสุขล้นปรี่จนดวงตาเป็นประกายระยิบระยับอย่างที่คีย์ไม่เคยเห็นมาก่อน รอยยิ้มที่ทำเอาคนมองใจสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ยิ้มแก้มปริจนแทบจะหุบไม่ได้ของไทป์ในตอนนี้ กำลังทำลายสติที่เหลืออยู่ของคีย์ให้พังครืนลงในพริบตา "เรียกอีกทีสิครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบแผ่วเบา ชิดริมใบหูของคนที่กำลังนั่งตัวแข็งทื่อ ไอร้อนจากลมหายใจที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ "เมื่อกี้เรียกว่าอะไรนะ... ไหนลองพูดใหม่อีกทีซิ, คีย์" หัวใจของคีย์กระหน่ำรัวราายกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน แก้มร้อนผ่าวจนแทบไหม้ มือไม้สั่นเทาทำอะไรไม่ถูกเมื่อไทป์ขยับเข้ามาประชิดตัวมากกว่าเดิม แววตาของพ่อหนุ่มวิศวะตัวแสบในตอนนี้ไม่มีเค้าลางความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความคลั่งรักแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ที่จ้องมองมาทะลุทะลวงหัวใจ และก่อนที่คีย์จะทันได้อ้าปากหาข้อแก้ตัว หรือผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง... *กริ๊ง!* เสียงกระดิ่งทองเหลืองหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งของใครบางคนในชุดเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงโต๊ะของเราสองคนอย่างกะทันหัน พร้อมกับน้ำเสียงคุ้นเคยที่เอמהทักทายขึ้นเสียงดัง "อ้าว... ไทป์! คีย์! โลกกลมชะมัด มานั่งทำอะไรกันสองคนมุมนี้วะเนี่ย?" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาอมยิ้มและลุ้นไปกับโมเมนต์หัวใจเต้นแรงของรูมเมตตัวแสบในตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%