ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 33

หึงจนหน้ามืดตามัว

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
ตาย... ฉันตายแน่ๆ ค่ะรี้ดขา! ภาพหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของฉันตอนนี้ มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถือระเบิดเวลาที่สลักถูกดึงออกไปแล้วครึ่งหนึ่ง ข้อความยาวเหยียดพรั่งพรูเต็มหน้าจอแชต เป็นประโยคสารภาพความในใจชนิดที่เรียกว่าขุดเอาความรู้สึกทุกอณูในหัวใจมารวมไว้ในที่เดียว ทั้งคำว่าคิดถึง ทั้งคำว่าหวง ทั้งคำว่าหึงจนแทบคลั่ง และที่สำคัญที่สุด... มันถูกพิมพ์ส่งออกไปยังห้องแชตของ "ไทป์" เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ! ให้ตายสิ นี่ฉันสติหลุดไปไกลขนาดไหนเนี่ย ถึงได้เผลอพิมพ์อะไรแบบนั้นออกไปตอนที่เจ้าตัวเขานั่งอยู่ห่างจากฉันแค่เอื้อมมือถึง! "นั่งมองโทรศัพท์หน้าดำคร่ำเครียดขนาดนั้น หน้าจอจะทะลุออกมาจูบหน้าผากอยู่แล้วนะตัวเล็ก" เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทของคนที่ฉันเพิ่งนินทาในใจดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งที่ทิ้งตัวลงนั่งลงบนโซฟาข้างๆ จนเบาะยุบยวบ ไทป์ยื่นใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้เสมอเข้ามาใกล้ จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ฉันสะดุ้งสุดตัว รีบคว่ำหน้าจอมือถือลงกับตักทันทีด้วยความลนลาน หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ร่างกายมันแข็งทื่อไปหมด ทำไมวะเนี่ย! ทำไมเวลาอยู่ใกล้ไอ้บ้านี่ทีไร สมองฉันถึงได้รวนเป็นคอมพิวเตอร์ติดไวรัสทุกที! "อะ... อะไรเล่า! ใครมองโทรศัพท์! นั่งของฉันดีๆ สิ มาก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวทำไมเนี่ย ไทป์!" ฉันแหวใส่เสียงดังกลบเกลื่อนความพิรุธ พยายามดันไหล่หนาออกห่าง แต่มันก็แทบไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด แถมเจ้าตัวยังหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ "โฮะๆ ทำเป็นเสียงดังกลบเกลื่อนนะเรา หูแดงแจ๋เลยอ่ะ เขินอะไรเหรอครับ หรือว่า..." ไทป์จงใจลากเสียงยาว ดวงตาคมกริบพราวระยับคู่นั้นมองสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่คาดเดาความหมายไม่ได้ "แอบส่องรูปผมในแกลเลอรีอยู่ล่ะสิ ถึงได้สะดุ้งตัวโยนขนาดนั้น" "หลงตัวเองชะมัด! ใครจะไปส่องรูปนายกันยะ ฝันไปเถอะ!" ฉันสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง พยายามทำเสียงให้แข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในใจนี่กรีดร้องเป็นภาษาต่างดาวไปสามรอบครึ่งแล้วค่ะรี้ดขา ใครก็ได้ช่วยส่งฉันไปดาวอังคารทีเถอะ! แต่บรรยากาศรอบตัวเราในตอนนี้ มันไม่ได้มีความตลกขบขันเหมือนทุกทีเลยค่ะ... ห้องนั่งเล่นในยามค่ำคืน มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟมุมห้อง บรรยากาศมันเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจน ยิ่งคิดถึงข้อความที่เพิ่งส่งไปในโทรศัพท์ ความตื่นตระหนกก็ยิ่งตีรวนขึ้นมาจุกที่คอหอย ไทป์ไม่ได้ขยับไปไหน เขายังคงนั่งจ้องหน้าฉันนิ่งๆ รอยยิ้มกวนๆ เมื่อครู่ค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและจริงจังขึ้นทีละน้อย จนฉันไม่กล้าแม้แต่จะสบตา แย่แล้ว... สายตาแบบนี้อีกแล้ว สายตาที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรที่ไม่มีวันว่ายกลับขึ้นมาฝั่งได้ "คีย์..." เสียงเรียกชื่อฉันแผ่วเบา แต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน ไทป์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนไหล่ของเราแนบชิดกัน ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามา ทำให้ฉันยิ่งหายใจไม่ทั่วท้อง "อะ... อะไรอีกเล่า จะพูดอะไรก็พูดมาสิ อย่ามาทำเสียงชวนขนลุกนะ" ฉันพยายามทำเป็นเก๊กขรึม ดันแว่นตาที่เริ่มจะเลื่อนหลุดลงมาจากสันจมูกด้วยมือที่สั่นระริก "เปล่าหรอก แค่สงสัย..." ไทป์เอ่ยเสียงนุ่ม สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของฉัน ไล่เรย์มาตั้งแต่ดวงตาที่กำลังลุกลี้ลุกลน จมูกรั้นๆ ไปจนถึงริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น "ทำไมช่วงนี้... นายถึงชอบทำตัวน่ารักใส่ผมจังวะ" ตึ้บ! เหมือนมีค้อนยักษ์มาทุบเข้าที่กลางอกอย่างแรง ประโยคคำถามเรียบง่ายแต่ทรงพลังทำเอาสติสตังของฉันกระเจิงไปหมด น่ารักบ้าบออะไรเล่า! ฉันเนี่ยนะทำตัวน่ารักใส่เขา นายต่างหากล่ะที่ชอบมาปั่นประสาทฉันอยู่เรื่อย! "ฉันไปทำตัวน่ารักตอนไหนไม่ทราบ! อย่ามามั่วซั่วพาลส่งเดชนะไทป์ นายต่างหากล่ะที่ชอบมากวนประสาทฉันก่อนตลอด!" ฉันโวยวายลั่นบ้าน ใบหน้าร้อนผ่าวยิ่งกว่าเดิมจนคิดว่าถ้าเอาไข่มาตอกใส่คงสุกได้พอดี มือไม้เกะกะไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน "อ้าว ก็เห็นอยู่ชัดๆ" ไทป์ยักไหล่เบาๆ มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอีกครั้ง "เวลาโดนผมแกล้งทีไร นายก็จะทำหน้ามุ่ย แก้มป่อง ตาโตๆ เหมือนกระต่ายตื่นตูม... รู้ตัวไหมว่ามันน่าเอ็นดูจนผมแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว" คำพูดหน้าตาเฉยนั้นทำเอาฉันชะงักกึก สมองประมวลผลไม่ทันไปชั่วขณะ กระต่ายตื่นตูมงั้นเหรอ? นี่เขาเห็นฉันเป็นตัวอะไรเนี่ย! "ไอ้บ้าไทป์! ใครเป็นกระต่าย! พูดจาพล่อยๆ แบบนี้เดี๋ยวก็โดน..." "โดนอะไรครับ? จะโดนจูบปิดปากเหรอ หรือจะโดนกอดแน่นๆ จนกว่าจะยอมรับความจริงดีล่ะ?" ประโยคหยอกเย้าที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของคนตัวโต ทำเอาฉันสะอึกกลืนน้ำลายไม่ลงคอ ดวงตาคู่นั้นพราวระยับเต็มไปด้วยความขี้เล่น แต่ลึกซึ้งเสียจนฉันไม่กล้าสบตาตรงๆ ไทป์ชอบเป็นแบบนี้เสมอ... ชอบทำทีเป็นพูดเล่น ชอบทำท่าทีเหมือนไม่จริงจัง เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกจริงๆ ที่เขาซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มกวนๆ นั้น แต่สำหรับฉันคนที่หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ทุกวันแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะคะรี้ดขา! ฉันเม้มปากแน่น หัวใจพองโตจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นรูปหัวใจดวงโตๆ ความรู้สึกน้อยใจ ผสมปนเปกับความเขินอายและสับสนตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก ทำไมเขาต้องทำดีด้วย ทำไมต้องทำเสียงนุ่มๆ สายตาหวานๆ แบบนั้นใส่กันตลอดเวลาด้วยเล่า ถ้ารู้สึกไม่เหมือนกัน ก็ช่วยเลิกทำตัวน่ารักใส่คนอื่นเขาสักทีจะได้ไหม! "นายมัน... คนนิสัยไม่ดี" ฉันพึมพำออกมาเบาๆ เสียงสั่นเครือเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่เก็บสะสมมานานนับแรมเดือนมันเริ่มจะทะลักล้นออกมาทางดวงตาที่ร้อนผ่าว ไทป์ที่สังเกตเห็นความผิดปกติ ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไปกับตา แววตาคมกริบทอประกายความกังวลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นว่าฉันเงียบไปและเสียงเริ่มสั่น "เฮ้ย... คีย์ เป็นอะไร โกรธจริงเหรอเนี่ย ผมแค่ล้อเล่นเองนะ" ไทป์ขยับเข้ามาประชิดตัว ใช้มือหนาแตะลงที่ไหล่ของฉันเบาๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและอ่อนโยนลงทันที "อย่าเงียบสิ... มองหน้าผมหน่อยดิ" ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ดวงตากลมโตสั่นไหวระริก ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่สั่งสมมานานทำให้พานาลพาลไปหมด มือที่ถือมือถืออยู่กำแน่นจนข้อต่องอขาว "นายไม่เคยเข้าใจอะไรเลย..." ฉันกัดริมฝีปากแน่น กลั้นก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่คอ "นายสนุกที่ได้แกล้งฉัน สนุกที่ได้เห็นฉันโวยวาย สนุกที่ได้ปั่นหัวฉันเล่น... นายเคยคิดบ้างไหมวะ ว่าความรู้สึกของฉันมันไม่ใช่ของเล่นที่จะเอามาล้อเล่นเมื่อไหร่ก็ได้!" พรวด! พูดออกไปแล้ว... ประโยคที่เก็บกดไว้ในใจมาตลอดหลุดออกมาจนหมดสิ้น ไทป์นิ่งงิ่งสนิท ดวงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เขาคงไม่คิดว่าคนปากแข็งอย่างฉันจะระเบิดอารมณ์ออกมาแบบนี้ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของฉันที่เต้นโครมครามดังสะท้อนอยู่ในหู ไทป์มองหน้าฉันนิ่ง อารมณ์ความรู้สึกบางอย่างในแววตาคู่นั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่ความสนุกสนานขี้เล่นอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือประกายความไหววูบที่ลึกซึ้งและจริงจังเสียจนน่ากลัว "คีย์..." เสียงของไทป์แหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด เขาลดมือลงมาจับมือของฉันที่กำลังสกำโทรศัพท์แน่น ค่อยๆ คลายเรียวรนิ้วของฉันออกอย่างทะนุถนอม สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือของเขาทำให้ฉันสะท้านไปทั้งร่าง "ที่ผมทำ... ที่ผมกวนประสาท นายคิดว่าผมทำเพราะสนุกอย่างเดียวเหรอวะ" "แล้วจะให้ฉันคิดว่าอะไรเล่า!" ฉันเสียงสั่น น้ำตาเจ้ากรรมเริ่มคลอเบ้าอย่างน่าขายหน้า "นายทำเหมือนฉันเป็นเด็กอนุบาล... คอยแหย่ คอยแกล้ง คอยเข้ามาวุ่นวายในชีวิตฉัน แล้วก็ทำทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ฉัน... ทั้งที่ฉัน..." ฉันหยุดชะงักกลืนคำพูดที่เหลือลงคอ เกือบไปแล้ว... เกือบจะหลุดปากบอกความจริงออกไปหมดแล้วสิ! ไทป์มองหน้าฉันด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง เขายื่นมืออีกข้างขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนจนหัวใจของฉันกระตุกวูบ "ทั้งที่นาย... รู้สึกมากกว่านั้นเหรอครับ?" ไทป์เอ่ยต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ก้องกังวานอยู่ในความเงียบ ฉันเบิกตากว้าง หายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อเป็นหิน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาจนลามไปถึงใบหู ไทป์รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่? หรือว่า... หรือว่าเขาเห็นข้อความในแชตที่ฉันเพิ่งเผลอส่งไปเมื่อครู่แล้ว?! กริック—! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่นอนนิ่งอยู่บนตักดังขึ้นทำลายความเงียบงัน หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นมาเผยให้เห็นข้อความตอบกลับจากแชตของไทป์ ที่เพิ่งถูกส่งสวนกลับมาสดๆ ร้อนๆ และเมื่อฉันก้มลงมองข้อความนั้น หัวใจของฉันก็แทบจะหยุดเต้นไปเสียดื้อๆ เมื่อพบว่าประโยคที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ คือคำสารภาพที่ชัดเจนที่สุดจากปากของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า... [Type]: "ผมไม่ได้มองนายเป็นของเล่นเลยสักนิด... ผมคลั่งรักนายจะตายห่าอยู่แล้ว เลิกซึมแล้วหันมาเป็นแฟนกันได้สักทีเถอะครับ ตัวเล็ก" สมุดบันทึกสีน้ำตาล 📖🤎 (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและอินไปกับความคลั่งรักแบบมึนๆ ของสองคนนี้นะคะ!)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%