ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 13

เมื่อคนขี้โวยวายต้องยอมแพ้

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"ฉันบอกแล้วไงคะว่าไม่ต้อง! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไงไทป์!" เสียงโวยวายของคีย์ดังลั่นห้องรับแขกขนาดกะทัดรัด จนเจ้าของชื่ออย่างไทป์ที่กำลังยืนงละมุนอยู่หน้าชั้นวางรองเท้าถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดหูทำท่าทางเหมือนเด็กโดนดùย แต่ใบหน้ากวนประสาทนั้นกลับไม่มีความสำนึกผิดเลยสักนิด รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้ยิ่งทำให้คนใส่แว่นเจ้าระเบียบอย่างคีย์อยากจะหยิบหนังสือประมวลกฎหมายปาใส่หัวสักทีสองที เหตุการณ์ตรงหน้ามันชวนให้หงุดหงิดหัวใจเสียเหลือเกิน ก็ไทป์น่ะสC... จู่ๆ ก็บุกเข้ามาในห้องของเขาพร้อมกับถุงพลาสติกใบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยยาแก้ไมเกรน น้ำเกลือแร่ แผ่นแปะแก้ปวดหัว และที่พีคที่สุดคือข้าวต้มร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมฉุย ทั้งๆ ที่เมื่อคืนเขากับหมอนี่เพิ่งจะเถียงกันคอเป็นเอ็นเรื่องที่เขาแอบทำงานหักโหมจนดึกดื่น "ก็เห็นหน้าเธอดำเป็นแพนด้า ขอบตาดำคล้ำยิ่งกว่าหมีอดนอน ใครจะไปใจร้ายปล่อยให้นั่งปวดหัวจนชักตายคาโต๊ะทำงานล่ะครับ... อ๊ะๆ ห้ามเถียงนะ คีย์ก็รู้ว่าตัวเองดื้อแค่ไหน" ไทป์ลากเสียงยาวอย่างกวนๆ พลางวางถุงสัมภาระลงบนโต๊ะกระจกอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่ามันจะบอบช้ำเสียเต็มประดา คีย์อ้าปากค้าง กะพริบตาปริบๆ หลังเลนส์แว่นหนา ความตั้งใจแรกที่จะเอ่ยปากไล่ตะเพิดอีกฝ่ายออกไปจากห้องระเหิดระหายหายไปในอากาศทันทีเมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับรอยแผลพุพองเล็กๆ ที่นิ้วชี้ข้างขวาของคนตัวสูง รอยแผลนั้น... มันคืออะไรกัน? "มือนายไปโดนอะไรมา" คีย์เผลอหลุดปากถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความขี้โวยวายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย นิ้วเรียวชี้ไปยังมือข้างนั้นของไทป์ ไทป์ชะงักไปนิด ชักมือข้างนั้นหลบไว้ข้างหลังอย่างรวดเร็วราวกับเด็กที่ทำความผิดแล้วถูกจับได้ รอยยิ้มทะเล้นเมื่อครู่เจือจางลง เหลือเพียงใบหน้าเรียบเฉยที่พยายามกลบเกลื่อนพิรุธ "เปล่าสักหน่อย... แค่ซุ่มซ่ามตอนทำข้าวต้มให้เธอนั่นแหละน่า อย่าสนใจเลย รีบกินซะก่อนที่มันจะหายร้อน เดี๋ยวจะปวดหัวไปกันใหญ่" ไทป์เบี่ยงเบนประเด็นด้วยการเปิดฝาชามข้าวต้มควันฉุย แล้วดันมันมาตรงหน้าคีย์ ให้ตายเถอะ... คีย์เม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอีกแล้ว นายวิศวะกวนประสาทคนนี้กำลังทำร้ายเขาทางอ้อมชัดๆ ทำไมเวลาที่หมอนี่ทำเรื่องดีๆ แบบไม่บอกกล่าว มันถึงได้มีอพลังทำลายล้างความตั้งใจที่จะเกลียดขี้หน้าได้รุนแรงขนาดนี้นะ? ปกติก็เห็นเอาแต่กวนประสาท แกล้งให้เขาโมโหจนเส้นเลือดในสมองจะแตกอยู่แล้วเชียว แต่พอมาทำหน้าตายด้านแต่แอบใส่ใจแบบนี้... มันขี้โกงชะมัด! "นาย... ทำข้าวต้มให้ฉันกินเหรอ ทั้งๆ ที่ทำไม่เป็นเนี่ยนะ?" คีย์ถามเสียงอ้อมแอ้ม ความแข็งกร้าวเมื่อครู่หายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แล่นพล่านขึ้นมาจุกอยู่ที่อก "ก็ลองผิดลองถูกตั้งนาน เกือบไหม้ไปหลายรอบเหมือนกัน... ถ้าไม่อร่อยก็ห้ามบ่นนะเว้ย เพราะฉันตั้งใจทำเต็มที่แล้ว" ไทป์เกาหัวแก้เขิน สายตาคมคายที่ปกติมักจะแพรพราวด้วยความเจ้าเล่ห์ ตอนนี้กลับหลบตาเขาเสียอย่างนั้น ใบหูข้างขวาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ภาพผู้ชายร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง ไทป์สายลุยที่ใครๆ ก็เกรงกลัว กำลังยืนเก้อเขินอยู่หน้าชามข้าวต้มกุ้งหน้าตาประหลาด มันช่างเป็นภาพที่ขัดแย้งกันจนน่าขัน... และน่ารักเป็นบ้า คีย์สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ เขาพยายามดึงมาดเจ้าระเบียบกลับมา แต่ทว่าขอบตากลับร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ให้ตายสิ เขาแพ้... แพ้ทางความอ่อนโยนแบบดิบๆ ไร้การปรุงแต่งนี้ราบคาบเลย "นายมัน... คนบ้าอะไรก็ไม่รู้" คีย์พึมพำเบาๆ หยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มเข้าปาก รสชาติมันออกจะเค็มไปนิดและจืดไปหน่อย แต่ไม่รู้ทำไมพอมันกลืนลงคอไปแล้ว หัวใจกลับพองโตจนแทบจะระเบิด ไทป์ยิ้มกว้างออกมาทันทีเมื่อเห็นแบบนั้น ดวงตาสีเข้มทอประกายความอบอุ่นท่วมท้น "อร่อยไหมล่ะ ฝีมือเชฟไทป์เชียวนะ" "อร่อยบ้าอะไร เค็มชะมัด..." คีย์บ่นอุบอิบ พลางซ่อนรอยยิ้มที่กำลังฉีกกว้างจนหูจะฉีกไว้ใต้กรอบแว่นหนา แต่มันคงไม่เนียนพอ เพราะไทป์หัวเราะร่วนออกมาอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับยื่นมือมาขยี้ผมของเขาเบาๆ "ถ้างั้นคราวหลังฉันทำให้กินทุกวันเลยดีไหมคะ คุณคีย์คนเก่ง" สรรพนามและน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนเกินเบอร์นั้น ทำให้คีย์สำลักข้าวต้มทันที หน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิม รีบคว้าแก้วน้ำมาดื่มแก้เขินแทบไม่ทัน "ใครจะให้ทำทุกวันเล่า! พูดเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย!" คีย์โวยวายกลบเกลื่อนความเขินอาย ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ บรรยากาศในห้องแคบๆ เต็มไปด้วยความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยความหวานละมุน ไทป์ยังคงนั่งมองเขาด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ขณะที่คีย์ก้มหน้าก้มตาตักข้าวต้มกินเพื่อหลบสายตาคู่นั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเป็นกลองชุด ความรู้สึกต่อต้านที่มีต่ออีกฝ่ายเมื่อวันวาน ได้พังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือไว้เพียงความรู้สึกแปลกใหม่ที่กำลังหยั่งรากลึก ในจังหวะที่คีย์เงยหน้าขึ้นเพื่อจะต่อว่าอีกฝ่ายเรื่องสายตาเจ้าชู้ ประตูห้องพักของเขาก็ถูกเคาะดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ทั้งคีย์และไทป์ชะงัก หันไปมองที่ประตูพร้อมกันด้วยความสงสัย ในยามวิกาลแบบนี้ ใครกันนะที่จะมาเคาะห้องของเขา? หรือว่าจะเป็นเจ้าของหอพักมาทวงค่าไฟ? คีย์ขมวดคิ้ว ลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินไปเปิดประตู แต่ไทป์กลับคว้าข้อมือเขาไว้เสียก่อน สัญชาตญาณความระแวดระวังฉายชัดในแววตาของหนุ่มวิศวะ "เดี๋ยวฉันไปเปิดเอง อยู่ตรงนี้แหละ" ไทป์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ขยับตัวบังร่างบางของคีย์ไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง ร่างสูงก้าวฉับๆ ไปที่ประตู มือหนาหมุนลูกบิดแล้วดึงบานประตูให้เปิดออกกว้าง เพื่อเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนยามวิกาล ทว่า... ทันทีที่ประตูเปิดออกเต็มบาน รอยยิ้มขี้เล่นของไทป์ก็แข็งค้าง ใบหน้าคมเข้มซีดเผือดลงชั่วขณะ เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างของบุคคลปริศนาที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่หน้าห้อง "อ้าว... ไทป์? แกมาทำอะไรที่ห้องเพื่อนสนิทคนนี้ดึกดื่นดื่นปานนี้เนี่ย? หรือว่า... แอบมาทำเซอร์ไพรส์อะไรกันหรอจ๊ะ?" เสียงหวานหยดย้อยของหญิงสาวคนคุ้นเคยเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับก้าวล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่รอคำอนุญาต ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น และรอยยิ้มที่แฝงความนัยบางอย่างที่ทำเอาบรรยากาศฟีลกู๊ดเมื่อครู่วิับหายไปในพริบตา คีย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังไทป์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าแขกยามวิกาลคนนั้นคือใคร... ...พี่สาวแท้ๆ ของไทป์ ที่บินกลับมาจากต่างประเทศโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาสุดป่วนในเดตที่ไม่ใช่เดตครั้งนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%