ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 14

โปรเจกต์คู่ขนานกับหัวใจสั่นรัว

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาปึกบนโต๊ะกระจกใสในห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ดังสนั่น ชนิดที่ทำให้บรรณารักษ์โต๊ะข้างๆ ต้องส่งสายตาพิฆาตมาทันVที แต่คนทำตัวมีปัญหาอย่างคีย์กลับไม่มียางอายที่จะแคร์สายตาใครทั้งสิ้น ในเมื่อความอดทนของเขาต่อโปรเจกต์งานกลุ่มชิ้นนี้มันเดินทางมาถึงขีดจำกัดขั้นสุดแล้วจริงๆ ค่ะ "นี่นายตั้งใจจะกวนประสาทฉันไปถึงไหนเนี่ย ไทป์! หัวข้อโปรเจกต์โครงสร้างสะพานจำลองเนี่ยนะ? นายนึกว่าเรากำลังเล่นต่อเลโก้อยู่ในห้องนอนเด็กอนุบาลหรือไง ถึงได้ใส่ดีไซน์กระเช้าลอยฟ้าสีชมพูแป๋นแหว๋นแบบนี้มาให้!" คีย์ดันกรอบแว่นสายตาที่เริ่มเอียงไม่เป็นทรงขึ้นด้วยปลายนิ้วที่สั่นระริก ใบหน้าขาวจัดขึ้นสีแดงจัดด้วยความโมโห ปากบางๆ เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมภายใต้เลนส์แว่นวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนเหนื่อยหน่าย ร่างสูงโปร่งของไทป์ที่นั่งไขว่ห้างเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้เบาะหนังตัวใหญ่กลับไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย พ่อหนุ่มวิศวะตัวแสบเท้าคางมองหน้าคนกำลังสอดส่ายสายตาหาเรื่องด้วยรอยยิ้มกวนๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบพราวระยับราวกับแมวขี้เล่นกำลังจดจ้องเหยื่อตัวน้อยที่กำลังเต้นเร่าๆ บนฝ่ามือ "อ้าว ก็เห็นคุณคีย์ชอบทำตัวน่ารักๆ ผมก็เลยคิดว่าดีไซน์สะพานของเรามันควรจะมีคาแรกเตอร์ที่สดใสสะท้อนตัวตนของคนคุมโปรเจกต์หน่อยไงครับ... อุ้ย ลืมตัว เผลอพูดคำว่าครับอีกแล้ว ขอโทษทีนะจ๊ะคนดี" ไทป์ลากเสียงยาวอย่างจงใจกวนประสาท พร้อมกับส่งวิ้งค์ตาสองข้างมาให้อย่างน่าหมั่นไส้ "ใครคนดีของนายฟะ! แล้วเลิกทำหน้าทะเล้นใส่ฉันสักทีนะ ไทป์! นี่งานส่งอาจารย์สัปดาห์หน้า คะแนนดิบหกสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้านายยังเล่นไม่เลิก ฉันจะฟ้องอาจารย์ที่ปรึกษาว่านายโดดเด่นแต่เรื่องไร้สาระ!" คีย์แยกเขี้ยวขู่ฟอดๆ มือเรียวคว้าปากกาเน้นข้อความขึ้นมาทำท่าจะปาใส่หัวอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด ไทป์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นช่างน่าฟังเสียจนคนฟังต้องเมินหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในอก เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นเพื่อเรียกสติ คีย์พยายามดึงตัวเองกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง โลกที่มีแต่ตัวเลขทางฟิสิกส์และแรงตึงของวัสดุ ไม่ใช่โลกที่มีรอยยิ้มร้ายกาจของนายวิศวะคนนี้คอยปั่นป่วนหัวใจ "โอเคๆ ยอมแพ้แล้วครับคุณชาย อย่าเพิ่งโกรธจนเส้นเลือดในสมองแตกตายไปซะก่อนล่ะ เดี๋ยวไม่มีคนช่วยผมตัดโมเดล" ไทป์ยอมยกมือขึ้นยอมแพ้ระดับหัวไหล่ ท่าทีขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไปชั่วพริบตา เมื่อร่างสูงขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินอ้อมโต๊ะยาวมาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ที่คีย์นั่งอยู่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูกทำเอาคีย์ตัวแข็งทื่อ หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างหู ไทป์โน้มตัวลงมาใกล้จนใบหน้าเกือบจะเกยอยู่บนลาดไหล่แคบ ฝ่ามือหนาวางทับลงบนโต๊ะเพื่อกางแผนผังโครงสร้างตรงหน้าคีย์เอาไว้ เป็นการบังคับกลายๆ ให้คนขี้โวยวายต้องนั่งนิ่งๆ อยู่ในอาณัติ "มองตรงนี้สิ... ที่ผมเลือกใช้วัสดุผสมอะลูมิเนียมคอมโพสิตตรงฐานรับน้ำหนัก เพราะคำนวณแล้วว่ามันทนแรงกระแทกได้มากกว่าสเปกที่อาจารย์สั่งถึงสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องสีสัน... ผมแค่อำเล่นน่า จริงๆ แล้วพาร์ทวิศวกรรมโครงสร้างหลัก ผมทำเสร็จไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วต่างหากล่ะ" น้ำเสียงของไทป์เปลี่ยนเป็นจริงจังและนุ่มนวลอย่างที่คีย์ไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังจุดคำนวณตัวเลขทางคณิตศาสตร์บนกระดาษกราฟที่เขียนด้วยลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อย ผิดคาดจากภาพลักษณ์เพลย์บอยกวนประสาทโดยสิ้นเชิง คีย์กะพริบตาปริบๆ สมองที่กำลังพุ่งพล่านด้วยความโกรธเมื่อครู่หยุดชะงักลงฉับพลัน ดวงตากลมโตมองตัวเลขการคำนวณที่ซับซ้อนแต่ถูกต้องแม่นยำทุกขั้นตอนบนกระดาษสลับกับเสี้ยวหน้าด้านข้างของไทป์ ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความตั้งใจและจริงจังจนน่าแปลกใจ แสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและขนตางอนยาว ยิ่งขับให้ไทป์ในโหมดตั้งใจทำงานดูมีเสน่ห์ร้ายกาจจนคนมองเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ *หมอนี่... เวลาตั้งใจทำอะไรแบบนี้... ก็น่ามองไม่เบาเหมือนกันแฮะ...* ความคิดอกุศลแวบเข้ามาในหัวจนคีย์ต้องรีบสะบัดหน้าไล่ความฟุ้งซ่านออกไปแทบไม่ทัน ใบหน้าขาวเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองเพื่อเช็กว่าไม่ได้เป็นไข้ "อะ... อ๋อเหรอ... ถ้ารู้จักทำตัวให้มีสาระแบบนี้ตั้งแต่แรก ฉันก็คงไม่ต้องมานั่งปวดหัวควันออกหูอยู่ห่างๆ แบบนี้หรอกนะ" คีย์แกล้งทำเป็นเชิดหน้าพูดกลบเกลื่อนความประหม่า น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับอ่อนลงอย่างไร้สาเหตุ มือเล็กแกล้งจัดแจงกระดาษตรงหน้าเพื่อหลบสายตาคมกริบที่กำลังมองลงมาด้วยรอยยิ้มรู้ทัน "แล้วเมื่อกี้ใครนะที่บอกว่าจะฟ้องอาจารย์ หืม? ไหนลองพูดใหม่อีกทีซิครับคนเก่ง" ไทป์กระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงทุ้มพร่าเจือความเอ็นดูชัดเจนจนขนลุกซู่ คีย์สะดุ้งสุดตัวรีบหดคอหนีแทบไม่ทัน "ไอ้... ไอ้คนฉวยโอกาส! ถอยออกไปห่างๆ เลยนะ! งานยังไม่เสร็จ อย่ามาเนียนแถวนี้!" คีย์โวยวายเสียงหลง ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร่างบางผลักอกอีกฝ่ายเต็มแรงจนไทป์ต้องยอมถอยร่นออกไปพร้อมเสียงหัวเราะชอบใจ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยความอบอุ่นละมุนละไมที่ลอยอบอวลอยู่รอบตัวคนทั้งคู่ คีย์ก้มหน้าก้มตาลงจัดการกับงานตัดกระดาษต่อด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเป็นจังหวะเพลงรักที่ไม่คุ้นเคย ขณะที่หางตาก็แอบเหลือบมองคนตัวสูงที่กลับไปนั่งประจำที่ฝั่งตรงข้าม คอยหยิบจับอุปกรณ์ช่วยงานอย่างขยันขันแข็งโดยไม่บ่นสักคำ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืน บรรณารักษ์เริ่มเดินมาปิดไฟทีละดวงเพื่อไล่แขกกลุ่มสุดท้าย คีย์ที่นั่งง่วงหงาวหาวนอนฟุบหน้าลงกับกองเอกสาร ปล่อยให้เปลือกตาปิดสนิทด้วยความเหนื่อยล้า ไทป์ที่นั่งมองภาพนั้นเงียบๆ มาสักพักค่อยๆ ลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับถอดเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ตัวเก่งของตัวเองมาคลุมไหล่ให้ร่างบางอย่างเบามือที่สุด ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงว่าเจ้าตัวเล็กคงเข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้ว ไทป์ย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเสมอกับใบหน้าหวานที่หลับพริ้มอย่างน่ารัก นิ้วอุ่นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนออกให้อย่างทะนุถนอม รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่ไม่มีใครเคยได้เห็นบ่อยนัก ในจังหวะที่ไทป์กำลังจะผละตัวออก เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น "ติ๊ง!" หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมกับข้อความแชตกลุ่มงานที่คีย์พิมพ์ค้างไว้เด้งขึ้นมาหรา **[คีย์เอง]:** *นี่... นายไทป์ บ้า... จริงๆ แล้ว... นายไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่คิดหรอกนะ... แถมบางทีมองนานๆ... ก็น่ารักดีเหมือนกัน... บ้าเอ๊ย! ใครส่งข้อความเนี่ย! ลบๆๆๆๆ!* ข้อความยาวเหยียดที่ถูกพิมพ์ทิ้งไว้ด้วยความเผลอเรอและฤทธิ์ความง่วงปรากฏเด่นชัดอยู่บนหน้าจอ ไทป์เบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนดีใจสุดขีด นิ้วเรียวยาวรีบคว้ามือถือขึ้นมาเพื่อจะกดยกเลิกข้อความก่อนที่อีกฝ่ายจะตื่นมาเห็น แต่ความซุ่มซ่ามในยามดึกทำให้ปลายนิ้วเจ้ากรรมดันไปโดนปุ่ม **[ส่งข้อความ]** เต็มแรง แทนที่จะเป็นปุ่มลบ! ข้อความสารภาพความในใจสุดป่วนถูกส่งตรงไปยังห้องแชตส่วนตัวของไทป์แบบสดๆ ร้อนๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องสมุดยามวิกาล! --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่เดินทางมาร่วมลุ้นและอมยิ้มไปกับโมเมนต์ใจสั่นของเจ้าแว่นขี้โวยวายกับนายวิศวะจอมกวนในตอนนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%