"จะยืนเป็นเสาหลักเมืองตรงนั้นอีกนานไหมคะคุณวิศวกร หรือว่ากาวตราช้างที่แปะใจไว้แถวนี้มันยังไม่แห้งดี"
ฉันยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ร้านกาแฟใต้คณะด้วยสีหน้าเรียบตึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากเหตุการณ์น่าหมั่นไส้เมื่อวานซืนที่เจ้าตัวดีเล่นหายไปดื้อๆ พร้อมข้ออ้างเรื่องไปรับน้องรหัสตัวน้อย (ที่หน้าตาน่ารักจนน่าหมั่นไส้พอกัน) ฉันก็ปฏิญาณกับตัวเองไว้แล้วค่ะว่าจะไม่ยอมตกหลุมพรางคำพูดกวนๆ ของนายไทป์อีกเด็ดขาด
แต่ดูเขาสิคะ... พ่อหนุ่มเสื้อช็อปตัวดีที่ควรจะไปสวีทกับน้องรหัสตามหน้าที่ กลับยืนเก๊กหล่อขวางทางเข้าห้องสมุดซะงั้น แถมยังมีหน้ามาส่งยิ้มตาหยีแบบที่ชอบทำเวลาจะหาเรื่องแกล้งฉันอีก
"อ้าว คีย์จ๋า... รอนานเหรอคะเนี่ย พี่อุตส่าห์รีบเคลียร์ธุระแล้วซิ่งมอเตอร์ไซค์คู่ใจมาหาเลยนะเนี่ย"
ไทป์พูดพลางก้าวเข้ามาประชิดตัวด้วยความหน้ามึนในระดับสิบ จุดนี้บอกเลยว่าฉันแทบจะยกแฟ้มเอกสารในมือฟาดหน้าหล่อๆ นั่นสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ มือหนาถือถุงกระดาษสีน้ำตาลเรียบๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเนยและคาราเมลออกมาเตะจมูก
"ใครรอนายกันคะ เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว ฉันแค่จะมาหาซื้อกาแฟกินระหว่างเคลียร์งานต่างหาก หลบไปเลยนะ เกะกะมากค่ะ" ฉันทำเสียงเข้มใส่พร้อมกับเบี่ยงตัวหลบ แต่ไทป์มีหรือจะยอมถอย เขากลับก้าวตามมาดักหน้าไว้อย่างรู้ทัน สายตาแพรวพราวคู่นั้นมองสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเอ็นดูระคนกวนประสาท
"ปากแข็งตลอดเลยคนนี้..." เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะยื่นถุงกระดาษในมือมาตรงหน้าฉัน "เอ้า... ของฝากจากร้านโปรดที่คีย์เคยบ่นว่าอยากกินเมื่อชาติปางก่อน ตอนนี้เขามาเปิดสาขาใกล้ๆ นี้แล้วนะ พี่เห็นปุ๊บก็รีบพุ่งตัวไปต่อคิวปั๊บ กลัวหมดเกลี้ยงก่อนคนแถวนี้จะอารมณ์เสียใส่ซะก่อน"
ฉันก้มมองถุงกระดาษสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้มีเหงื่อซึมบางๆ ตรงไรผม บ่งบอกว่าเขาคงรีบวิ่งมาจริงๆ อย่างที่ปากว่า หัวใจเจ้ากรรมที่ตั้งโปรแกรมไว้ว่าจะแข็งกระด้างใส่เขากลับเริ่มรวนเร ซแถมจังหวะการเต้นยังรัวเร็วจนน่าหงุดหงิด
"ใครอยากกินกันคะ... พูดเองเออเองเก่งที่หนึ่งเลยนะนายเนี่ย" ฉันพยายามทำเสียงให้แข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าที่เริ่มลามเลียไปถึงใบหู "แล้วอีกอย่าง เมื่อวานซืนบอกว่าจะไปรับน้องไม่ใช่เหรอคะ มาป้วนเปี้ยนแถวนี้ทำไม ไปดูแลน้องรหัสสุดน่ารักคนนั้นของนายโน่นไป"
ให้ตายเถอะ... ประโยคนี้หลุดออกจากปากฉันไปได้ยังไงเนี่ย! มันฟังดูเหมือนเด็กน้อยขี้หึงไม่มีผิดเพี้ยนเลยไม่ใช่เหรอคะสมุดบันทึก! อยากจะยกมือขึ้นตบปากตัวเองสักร้อยครั้งจริงๆ
ไทป์ชะงักไปนิดหนึ่ง ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววประกายระยิบระยับขึ้นมาทันที มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์จนฉันต้องรีบถอยหลังกรูด
"หืมมม..." เสียงทุ้มต่ำลากยาวพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "นี่ขนาดบอกให้ไปดูแลคนอื่นนะเนี่ย ทำไมกลิ่นน้ำส้มสายชูมันลอยมาไกลถึงตึกคณะศิลปศาสตร์เลยล่ะคะเนี่ย หอมชื่นใจจัง"
"ใครน้ำส้มสายชู! เพ้อเจ้อใหญ่แล้วคุณไทป์!" ฉันโวยวายเสียงดังลั่นจนคนในร้านกาแฟหันมามองเป็นตาเดียว ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา "ฉันไม่ได้หึงสักหน่อย! อย่ามามโนนะ!"
"โอเคๆ ไม่หึงก็ไม่หึงครับ" ไทป์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ยอมยกมือขึ้นยอมแพ้แต่โดยดี แต่สายตานี่สิคะ... มองมาเหมือนเด็กเจอของเล่นชิ้นโปรดไม่มีผิด "แต่ความตั้งใจเนี่ยของจริงนะ ลูกอมรสคาราเมลโปรดของคีย์ กับ... ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้คนแถวนี้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเลย"
ประโยคหลังเขาจงใจลดเสียงให้เบาลง ทว่ามันกลับดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของฉัน ไทป์ยื่นถุงกระดาษเข้ามาใกล้จนเกือบจะชิดอกฉัน นิ้วเรียวยาวแกล้งแตะเบาๆ ที่หลังมือฉันที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัว ความอุ่นจากปลายนิ้วของเขาแผ่ซ่านเข้ามาจนฉันต้องสะดุ้งสุดตัว
"รับไว้หน่อยสิคะ... พี่ตั้งใจเอามาง้อคนขี้งอนแถวนี้จริงๆ นะ" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวล อ่อนโยนจนฉันแทบจะละลายหายไปตรงนั้น
ดวงตาคู่คมที่มองมาไม่มีแววหยอกล้อเหมือนทุกที มีเพียงความจริงจังและความห่วงใยที่ส่งผ่านออกมาจนฉันตั้งรับไม่ทัน ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านไปทั่วอกจนเผลอใจอ่อนยวบยาบไปหมด ทั้งที่เพิ่งบ่นเขาไปหยกๆ แท้ๆ แต่พอเจอไม้นี้เข้าไปทีไร ฉันก็แพ้ทางให้ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขาตลอดทุกทีสิน่า
ฉันเม้มริมฝีปากแน่นอย่างชั่งใจ ปลายตากวาดมองถุงขนมในมือเขาก่อนจะช้อนตามองค้อนวงโตใส่คนเจ้าเล่ห์ที่ยิ้มแป้นแล้นรอคำตอบ
"ก็ได้ค่ะ... เห็นแก่ความพยายามของนายหรอกนะ ถึงยอมรับไว้" ฉันยื่นมือไปคว้าถุงกระดาษมาถือไว้เองอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเบือนหน้าหนีรอยยิ้มชวนมองนั่น "แล้วก็... เลิกทำหน้าแบบนี้สักทีได้ไหมคะ เห็นแล้วมัน..."
"มันทำไมเหรอคะ? น่ารักเหรอ?" ไทป์รีบสวนขึ้นมาทันควันด้วยความมั่นหน้าเต็มพิกัด
"หลงตัวเองที่สุดค่ะ!" ฉันแหวใส่ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินหนีออกจากสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ให้เร็วที่สุด
"เดี๋ยวสิครับคีย์!"
เสียงทุ้มรั้งไว้พร้อมกับแรงดึงเบาๆ ที่ชายเสื้อ ทำให้ฉันต้องชะงักเท้าแล้วหันกลับไปด้วยความหงุดหงิดปนสงสัย "อะไรอีกคะเนี่ย ฉันจะรีบไปทำงานส่งอาจารย์นะ!"
ไทป์ไม่ได้ตอบทันที เขากวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณทางเดินที่เริ่มปลอดผู้คน ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้จนใบหูของฉันร้อนผ่าวกว่าเดิม ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มจนขนลุกซู่
"เย็นนี้... ว่างไหมคะ" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นชิดริมใบหู "พี่มีเรื่องสำคัญ... อยากจะบอกให้คีย์ฟังด้วยตัวเอง"
หัวใจของฉันกระตุกวูบอย่างแรง คำพูด น้ำเสียง และแววตาจริงจังแบบนั้น... มันไม่ใช่ลุคของนายไทป์คนกวนประสาทคนเดิมเลยสักนิด
ขณะที่ฉันกำลังอ้าปากจะเอ่ยถามด้วยความงุนงง เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าเสื้อก็ดังขึ้นขัดจังหวะพอดี ฉันก้มลงหยิบมันขึ้นมาด้วยมือสั่นเทา หน้าจอแสดงข้อความแชตจากใครบางคนที่ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึก และความลับที่ฉันพยายามซ่อนไว้มาตลอด... กำลังจะถูกเปิดเผยในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกฟีลกู๊ดนี้นะคะ!
ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 22
ลูกอมรสหวานหรือคำพูดของไทป์?
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!