ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 23

เสียงหัวใจที่เต้นดังเกินไป

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
ติ๊ด! เสียงแจ้งเตือนข้อความในหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สั่นครืดคราดอยู่ในมือ ทำเอาลมหายใจของฉันสะดุดกึก ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ ฉันก้มมองหน้าจอด้วยมือที่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ข้อความสั้นๆ จากแชตสีเขียวที่ปรากฏหราอยู่ตรงหน้า ทำเอาหัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก *[ไทป์: ถ้าไม่อยากให้ความลับเรื่องไดอารีสีน้ำตาลเล่มนั้นหลุดไปถึงมือคนอื่น... ออกมาเจอผมที่ระเบียงชั้นสี่เดี๋ยวนี้เลยนะครับตัวเล็ก]* ให้ตายสิ! หมอนั่น... ไทป์ตัวแสบ! เขารู้ความลับนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมฉันถึงสะเพร่าขนาดนี้เชียว! ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนเจ็บ ความร้อนผ่าวตีตื้นขึ้นมาจนเหงื่อกาฬแตกพลั่กทั่วแผ่นหลัง ทั้งโกรธตัวเองที่เผลอทำสมุดบันทึกเล่มนั้นหล่นไว้ที่ห้องชมรม และทั้งหมั่นไส้เจ้าเด็กวิศวะหน้ามึนที่กล้าเอาเรื่องนี้มาแบล็กเมลกันโต้งๆ แบบนี้ คีย์นะคีย์ นายนี่มันโง่เง่าสิ้นดี! ทำไมถึงปล่อยให้ความรู้สึกบ้าๆ ที่เขียนระบายไว้ในสมุดเล่มนั้นตกไปอยู่ในมือของคนที่อันตรายที่สุดในสามโลกได้นะ! "ยืนทำหน้าเครียดเป็นตูดหมึกแบบนั้น... ท้องเสียเหรอครับคุณประธานชมรม หรือว่าเห็นข้อความจากผมแล้วเขินจนทำอะไรไม่ถูกล่ะเนี่ย" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูลอยละลิ่วมาจากด้านหลัง ทำเอาฉันสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำโทรศัพท์มือถือหล่นพื้น มือเรียวรีบกดล็อกหน้าจอแล้วยัดมันใส่กระเป๋าเสื้อกั๊กอย่างลนลาน ก่อนจะหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับต้นตอของปัญหาด้วยสีหน้าบึ้งตึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไทป์ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องสมุด รอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปากทำเอาฉันอยากจะหยิบหนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนาแถวนี้ฟาดหน้าเขาแรงๆ สักทีสองที สภาพของพ่อหนุ่มวิศวะคนนี้ดูดีเกินกว่าจะมาเดินป้วนเปี้ยนแถวห้องสมุดเงียบๆ เสียด้วยซ้ำ เสื้อชอปสีกรมท่าพับแขนขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามประสาคนออกกำลังกาย ดวงตาคมกริบคู่นั้นกำลังพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ราวกับแมวตัวใหญ่ที่กำลังจดจ้องจะตะครุบเหยื่อตัวน้อยให้จนมุม "นายพูดบ้าอะไรของนาย ไทป์! ใครเขิน ใครทำหน้าเป็นตูดหมึกอะไร ไม่มี๊!" ฉันแว้ดใส่ทันที เสียงสูงปรี๊ดเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบและใบหู พยายามตีสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดแต่เสียงสั่นๆ ของตัวเองกลับทรยศเสียได้ "แล้วนี่นายตามมาตื๊อฉันถึงนี่ทำไม ว่าว่างมากนักหรือไงถึงไม่มีปัญญาไปซ่อมมอเตอร์ไซค์ของนายหรอ ห๊ะ!" "เปล่าสักหน่อยครับ ผมไม่ได้ว่าง..." ไทป์ทิ้งน้ำเสียงทุ้มต่ำลงเล็กน้อย จังหวะก้าวเดินของเขาสอบเข้ามาช้าๆ ทว่ามั่นคง จนฉันต้องก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติทีละก้าว ยิ่งเขาขยับเข้ามาใกล้เท่าไหร่ พื้นที่รอบตัวก็ยิ่งแคบลงจนแทบจะหายใจไม่ออก "แต่เพราะ 'เรื่องของคุณ' มันสำคัญกว่าเรื่องของคนอื่นต่างหากล่ะครับ ผมถึงต้องรีบแจ้นมาหา" "หยุดพูดจาแปลกๆ นะ! ถอยไปเลยนะไทป์ อย่าเดินเข้ามาใกล้ฉันนะเว้ย!" ฉันร้องโวยวายพร้อมกับยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้เมื่อแผ่นหลังของฉันชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้โอ๊กเก่าแก่จนไปไหนต่อไม่ได้แล้ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ปะปนกับกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของฉันตื่นตัวจนน่าหงุดหงิด ไทป์หยุดยืนประชิดตัว ห่างกันเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาคมคายก้มมองลงมาสบตາฉันนิ่งงัน รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นแววตาลึกซึ้งบางอย่างที่ทำเอาฉันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง "ไหนบอกผมซิครับ... ในสมุดเล่มนั้น ที่คุณเขียนว่า *'ไอ้เด็กบ้าไทป์ วันนี้ดันมาทำหน้าตาน่ารักใส่ใหม่อีกแล้ว รู้ตัวบ้างไหมว่ามันทำให้หัวใจฉันทำงานหนักเกินไปจนเกือบจะระเบิดอยู่แล้วนะ'* ...นี่หมายความว่ายังไงเหรอครับ หืม?" ฉ่า! ความร้อนระอุพุ่งทะยานขึ้นสู่ใบหน้าและใบหูของฉันจนแทบจะระเบิด สมองตื้อตันขาวโพลนไปหมด คำพูดของเขาทำเอาวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง หมอนั่น... หมอนั่นจำประโยคบ้าๆ ในไดอารีของฉันได้ทุกตัวอักษรเลยอย่างนั้นเหรอ! บ้าที่สุด! อยากจะมุดแผ่นดินหนีตอนนี้ซะให้รู้แล้วรู้รอด! "ฉัน... ฉันไม่ได้เขียน! นายตาฝาด! นายมโนไปเอง! เอาสมุดของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้นะไอ้เด็กบ้า!" ฉันโวยวายเสียงดังลั่นพยายามยื่นมือไปแย่งสมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มเล็กที่ไทป์ชูขึ้นสูงเหนือหัว แต่เพราะส่วนสูงที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว ทำให้ฉันทำได้แค่กระโดดหย็องแหย็ งคว้าได้แต่ความว่างเปล่า เหมือนแมวตัวน้อยที่พยายามตะปบผีเสื้อ "เตี้ยแล้วยังใจร้อนอีกนะครับเนี่ย" ไทป์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี มืออีกข้างเอื้อมมาจับข้อมือฉันไว้หลวมๆ ไม่ให้ทุบตีเขาต่อ "อยากได้คืนเหรอครับ? ง่ายนิดเดียวเอง..." "อะไร! เงื่อนไขบ้าบออะไรของนายอีก บอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่ยอมทำตามเด็ดขาด!" ฉันเชิดหน้าขึ้นเถียงทั้งที่แก้มแดงก่ำ หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันชัดเจน ไทป์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม ทำเอาสติสตางค์ของฉันกระเจิดกระเจิงไปหมด ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน ราวกับต้องการจะค้นหาความจริงทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากแข็งของฉัน "ง่ายมากเลยครับตัวเล็ก..." ไทป์กระซิบเสียงพร่าแผ่วเบาข้างใบหู น้ำเสียงที่ปกติมักจะกวนประสาท ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความจริงจังและความอ่อนโยนจนน่ากลัว "แค่คุณยอมตอบคำถามข้อเดียวของผมด้วยความจริง... แล้วผมจะคืนสมุดเล่มนี้ให้ พร้อมกับเลิกแกล้งคุณไปตลอดชีวิตเลย... ดีไหมครับ?" ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวเร็วกระหน่ำยิ่งกว่ากลองเพล ความรู้สึกต่อต้านในตอนแรกเริ่มสั่นคลอนด้วยบรรยากาศรอบตัวที่บีบคั้นและสายตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง "คะ... คำถามอะไรของนาย ว่ามาสิ!" ฉันเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามทำใจดีสู้เสือ ไทป์ระบายยิ้มละมุนที่มุมปาก แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งจนฉันแทบจะละลายหายไปกับอากาศตรงนั้น ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้เอื้อnเอ่ยคำถามที่เปลี่ยนโลกทั้งใบของฉันไปตลอดกาล— "บอกผมหน่อยสิครับ... ที่คุณบอกว่าแพ้รอยยิ้มผมเนี่ย..." ไทป์กระซิบชิดริมฝีปากของฉัน แววตาเป็นประกายระยิบระยับ "จริงๆ แล้ว... คุณแอบชอบผมมานานแค่ไหนแล้วล่ะครับ หืม?" พรุ่งนี้รี้ดเดอร์เตรียมหมอนไว้จิกแก้เขินกันได้เลยนะคะ รับรองว่าฟินจนนอนไม่หลับแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%