"ตอบมาสิคะ... ที่เงียบไปเนี่ย กำลังคำนวณวันเวลาอยู่หรือไงว่าเผลอใจไปตอนไหน?"
ไทป์ยังคงจ้องมองฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้นจนมันดูวับวาวราวกับก้อนแก้วที่บรรจุความลับเอาไว้ มือหนาของเขาที่เคยซุกซนไล้ไปตามกรอบหน้าของฉันค่อยๆ เลื่อนลงมาวางพาดบนหมอนข้างๆ ตัวฉัน แทนที่จะรุกไล่ต่ออย่างที่เคยทำ เขากลับผละออกไปดื้อๆ เหมือนคนละคน
ฉันที่กำลังเกร็งตัวรอรับแรงปะทะถึงกับชะงัก ค้างคาใจจนแทบจะลงไปดิ้นกับพื้น
"เงียบทำไมล่ะ..." ฉันพึมพำ เสียงตัวเองดูสั่นจนน่ารำคาญ "ถามเองแท้ๆ พอฉันจะตอบ กลับทำตัวเป็นพระเอกเอ็มวีเศร้าซะงั้น"
"เปล่าครับ"
คำตอบของเขาแผ่วเบาและเรียบสนิท ไทป์พลิกตัวหันหลังให้ฉัน เขาคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมาไถหน้าจอเหมือนคนไม่มีอะไรจะพูดต่อ ความกวนประสาทที่เคยเป็นเหมือนโล่ประจำตัวเขามันหายไปไหน? ไทป์ที่ขี้หยอด ไทป์ที่ชอบแกล้งให้ฉันโวยวายจนหน้าแดง ไทป์คนนั้นน่ะ... หายไปไหนแล้ว?
บรรยากาศในห้องที่เคยเต็มไปด้วยความร้อนแรงจากคำถามเมื่อครู่ พลันเปลี่ยนเป็นความอึดอัดที่เย็นเฉียบจนฉันทำตัวไม่ถูก ฉันพยายามจะขยับตัวลุกขึ้น แต่สายตาก็ยังคงจับจ้องไปที่แผ่นหลังกว้างของคนที่นอนนิ่งสนิท
นี่เรา... ทะเลาะกันเหรอ? หรือฉันพูดอะไรผิดไป?
"นี่..." ฉันสะกิดแขนเขาเบาๆ ด้วยนิ้วชี้ ไทป์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะขยับหนีเล็กน้อย "โกรธเหรอ? ที่ฉันเงียบไปน่ะ คือฉันแค่... ก็คนมันไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเจอคำถามแบบนี้ปุบปับไหมล่ะ"
ไทป์วางโทรศัพท์ลงข้างตัว แต่เขาก็ยังไม่ยอมหันกลับมา ความเงียบที่ทอดตัวยาวนานทำให้ฉันเริ่มใจคอไม่ดี ใจดวงน้อยๆ ของคนปากแข็งอย่างคีย์มันเริ่มบีบตัวจนเจ็บแปลบ หรือว่าเขาไม่ได้จริงจัง... หรือเขาแค่แกล้งปั่นหัวฉันเล่น แล้วตอนนี้เขาก็แค่เบื่อเกมนี้แล้ว?
"ผมแค่อยากรู้เฉยๆ ครับ" เขาตอบโดยไม่หันมา "ว่าความรู้สึกที่มันสะสมมาตลอดน่ะ... คุณเก็บมันไว้ลึกแค่ไหนกันเชียว"
คำพูดนั้นมันเย็นชาเสียจนฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า ความน้อยเนื้อต่ำใจตีตื้นขึ้นมาในลำคอ ฉันกัดริมฝีปากแน่น ดันตัวลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปหยิบแก้วน้ำที่โต๊ะทำงานด้วยมือที่สั่นเทา
"ถ้าอยากรู้ขนาดนั้น ก็หันมาคุยกันดีๆ สิคะ" ฉันพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น "อย่ามาทำตัวนิ่งใส่กันแบบนี้ มันน่ารำคาญ"
ไทป์ค่อยๆ พลิกตัวกลับมา เขานั่งพิงหัวเตียง แสงไฟส่องให้เห็นเสี้ยวหน้าของเขาที่ดูจริงจังจนน่ากลัว ดวงตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความขี้เล่นอีกต่อไป มันมีเพียงความลึกซึ้งที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน... หรือจริงๆ แล้ว ฉันไม่เคยรู้จักเขาดีพอเลยกันแน่
"น่ารำคาญเหรอครับ?" เขาเลิกคิ้ว แววตาคมกริบ "งั้นถ้าผมบอกว่าผมเริ่มไม่สนุกกับการเป็นคนน่ารำคาญของคุณแล้วล่ะ..."
ประโยคนั้นทำเอาหัวใจฉันกระตุกวูบ
"หมายความว่ายังไง?"
"ก็หมายความว่า..." เขาเว้นจังหวะ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหาฉันช้าๆ จนฉันต้องถอยกรูดไปจนติดกำแพงห้อง ไทป์วางมือคร่อมข้างหัวฉันไว้ กักขังฉันไว้ในพื้นที่ส่วนตัวของเขา "ผมอาจจะเบื่อการเป็น 'ไทป์คนกวนประสาท' ของคุณแล้วก็ได้"
กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเขาทำเอาฉันสติกระเจิง ลมหายใจอุ่นๆ รดลงบนหน้าผาก ฉันพยายามจะเถียง แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เหมือนมีอะไรมาจุกไว้จนพูดไม่ออก ไทป์ในโหมดนิ่งขรึมและกดดันแบบนี้... มันทำลายเกราะป้องกันของฉันจนหมดสิ้น
"คีย์... ตอบผมมาอีกรอบ" เขาโน้มหน้าลงมาจนจมูกของเราเกือบจะชนกัน "ว่าที่ผ่านมาเนี่ย... คุณแค่อึดอัด หรือว่าจริงๆ แล้ว... คุณกำลังหวั่นไหวจนไม่กล้าจะยอมรับความจริงกันแน่?"
มือของเขาสัมผัสที่ปลายนิ้วฉันอย่างแผ่วเบา เป็นการสัมผัสที่ดูอ่อนโยนจนขัดกับแววตาที่เร่าร้อนคู่นั้น ฉันหลับตาลงแน่น พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย
"ฉัน..."
ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไรออกไป เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของไทป์ที่วางอยู่บนเตียงก็ดังขึ้นขัดจังหวะทันควัน มันเป็นข้อความเด้งขึ้นมารัวๆ จนหน้าจอที่คว่ำอยู่สว่างวาบ ไทป์ผละออกจากฉันอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนในทันทีที่เหลือบไปเห็นชื่อคนส่งที่ปรากฏบนหน้าจอ
ฉันชะงัก มองดูคนตรงหน้าที่เพิ่งจะทำท่าทีบีบคั้นฉันแทบตาย กลับมีสีหน้าเคร่งเครียดและดูตกใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นข้อความนั้น ไทป์รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู แววตาที่เคยจ้องมองฉันด้วยความเว้าวอน กลับเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าและเย็นชาจนน่าใจหาย
เขาหันมามองฉันอีกครั้งด้วยรอยยิ้มที่ดูฝืนที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา
"ขอโทษนะคีย์... ผมคงต้องออกไปจัดการธุระข้างนอกเดี๋ยวนี้เลย"
เขาก้าวผ่านฉันไปอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะหันมามองหรือบอกลาทิ้งท้าย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดในห้องนอนที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเขา ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ มือที่กำแน่นยังคงสั่นไม่หยุด
ใครกัน? ใครที่ส่งข้อความมาในเวลาแบบนี้... แล้วทำไมไทป์ถึงดูเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนั้นเพียงเพราะแค่ข้อความเดียว?
ความสงสัยกัดกินหัวใจฉันจนเริ่มรู้สึกโหวงในอก ไม่ใช่เพราะเรื่องที่เขาถาม... แต่เป็นเพราะความลับที่เขากำลังซ่อนไว้หลังจากข้อความนั้นต่างหาก
สมุดบันทึกสีน้ำตาลหวังว่าวันนี้ทุกคนจะได้นอนหลับฝันดี แม้ใจจะยังเต้นรัวกับตอนจบแบบนี้ก็ตามนะคะ
ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 24
ความกวนประสาทที่เริ่มหายไป
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!