"นี่ไทป์! ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! อย่ามาสำออยทำเป็นหลับลึกใส่ผมนะไอ้คุณวิศวะ!"
ฉัน—หรือคีย์คนดีคนเดิมที่กำลังสติแตก—ยืนเท้าเอวอยู่ข้างเตียงของรูมเมตตัวดีที่นอนขดตัวเป็นก้อนแป้งอยู่ในผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าคมเข้มที่ปกติจะชอบปั้นหน้ากวนประสาทใส่กันบ่อยๆ ตอนนี้กลับแดงก่ำและมีเหงื่อซึมตามไรผม มันไม่ใช่การแกล้งหลับแบบที่ฉันระแวง แต่มันคือคนป่วยของจริงที่ไข้ขึ้นสูงจนฉันทำอะไรไม่ถูก
"คีย์... ปวดหัว..." เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่าและเบาหวิวเสียจนหัวใจของคนฟังอย่างฉันกระตุกวูบ ความหงุดหงิดที่ตั้งใจจะเอามาใช้โวยวายเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความลนลานที่ซ่อนไม่มิด
"ปวดหัวก็บอกสิ ไม่ใช่มานอนแน่นิ่งแบบนี้ ผมใจคอไม่ดีนะรู้ไหม!" ฉันบ่นพึมพำขณะหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาบิดจนหมาด มือสั่นน้อยๆ ตอนที่ต้องเอื้อมไปแตะหน้าผากกว้างนั่น อุณหภูมิที่ร้อนจี๋ทำเอาฉันต้องเบิกตากว้าง
"ร้อนเป็นไฟเลย... ไทป์ นายไปกินอะไรมาทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองป่วยหนักขนาดนี้ฮะ!"
ไทป์ปรือตาขึ้นมองฉัน แววตาคมกริบที่เคยแพรวพราวไปด้วยความเจ้าเล่ห์ตอนนี้กลับดูอ่อนล้าจนน่าใจหาย เขาคว้าข้อมือฉันไว้หลวมๆ แล้วดึงให้ฉันโน้มตัวลงไปใกล้ ก่อนจะพึมพำประโยคที่ทำเอาฉันแทบหยุดหายใจ
"ไม่ต้องบ่นหรอก... แค่คีย์ดูแลผม... ผมก็หายแล้ว"
"พูดจาเพ้อเจ้อ! ป่วยจนสมองกลับแล้วหรือไง" ฉันพยายามชักมือกลับ แต่คนป่วยกลับกำไว้แน่นราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยไปฉันจะหายวับไปกับตา ฉันได้แต่ถอนหายใจยาวๆ อย่างยอมจำนน ก่อนจะค่อยๆ ซับผ้าขนหนูลงบนใบหน้าของเขาอย่างเบามือ
ห้องนอนที่เคยเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะกันเรื่องลืมล้างจานหรือแย่งรีโมททีวี วันนี้กลับเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนบนเตียง ฉันนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ไม่ห่าง คอยเปลี่ยนผ้าชุบน้ำและป้อนยาให้คนขี้อ้อนที่ดูเหมือนจะกลายเป็นเด็กน้อยไปเสียดื้อๆ ในเวลาแบบนี้
"คีย์... หนาว"
เขาขยับตัวเข้าหาความอุ่นจากร่างกายของฉันที่นั่งอยู่ขอบเตียง มือหนาเอื้อมมาคว้าชายเสื้อยืดตัวหลวมของฉันไว้แน่นจนฉันต้องขยับตัวลงไปนั่งพื้นข้างเตียงเพื่อให้เขาขยับได้สะดวกขึ้น ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้ฉันได้กลิ่นหอมสะอาดจางๆ จากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่ทำเอาใจฉันเต้นผิดจังหวะจนหน้าเริ่มร้อนฉ่าไม่แพ้คนบนเตียง
"เออๆ รู้แล้ว จะกอดให้ จะห่มให้ทุกผืนเลย พอใจยัง?" ฉันพึมพำอย่างเขินๆ ขณะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเราสองคนไว้ด้วยกัน พื้นที่ในผ้าห่มกลายเป็นโลกส่วนตัวเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยไอความร้อนของไข้และ... ความตื่นเต้นที่ฉันห้ามไม่อยู่
ไทป์มุดหน้าเข้ามาซุกที่หน้าท้องของฉัน กลิ่นกายของเขาที่ปะทะกับหน้าท้องแผ่ซ่านความรู้สึกแปลกประหลาดที่ทำเอาลมหายใจฉันติดขัด ฉันไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว ได้แต่นั่งตัวเกร็งปล่อยให้เขาหลับไปในท่าที่ใกล้ชิดกันจนเกินพอดี
"อย่าทำแบบนี้สิไทป์..." ฉันกระซิบเบาๆ กับตัวเอง "อย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม... เพราะถ้าผมใจอ่อนขึ้นมาจริงๆ นายจะรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะ"
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืน ไข้ของไทป์เริ่มลดลงบ้างแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากชายเสื้อฉัน แถมยังละเมอพึมพำชื่อฉันออกมาเป็นระยะๆ ฉันที่เริ่มง่วงจนหนังตาจะปิด ตัดสินใจจะฟุบหลับไปข้างเตียง แต่มือถือของไทป์ที่วางอยู่หัวเตียงกลับสั่นครืดคราดพร้อมกับแสงสว่างวาบขึ้นมา
มีข้อความเข้าจากแชตกลุ่มที่ชื่อว่า 'แก๊งวิศวะขี้หม้อ'
ฉันไม่ได้ตั้งใจจะละเมิดความเป็นส่วนตัว แต่มันเด้งขึ้นมาเด่นหราบนหน้าจอที่ไม่ได้ล็อกรหัส
*‘ไอ้ไทป์ สรุปมึงแกล้งป่วยไปอ้อนเมียที่ห้องจริงๆ เหรอวะ? แผนสูงนะมึงน่ะ ระวังน้องคีย์เขารู้ทันแล้วไล่ออกจากห้องนะเว้ย!’*
ฉันชะงักกึก ความรู้สึกนุ่มฟูในใจเมื่อครู่แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับความโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาแทนที่ มือที่กำลังลูบผมคนป่วยอยู่หยุดกะทันหัน
ทว่าในจังหวะนั้นเอง ไทป์ที่ฉันคิดว่าหลับสนิทกลับลืมตาขึ้นมาเสียดื้อๆ สายตาของเขาไม่ได้มีความอ่อนล้าเหมือนคนป่วยเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับพราวระยับไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้ฉันเสียวสันหลังวาบ
เขากระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะพูดเสียงต่ำพร่าข้างหูฉัน
"ความจริงผมน่ะหายดีตั้งนานแล้วนะ... คีย์"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาอมยิ้มไปกับความลับของรูมเมตตัวแสบในตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 6
เมื่อรูมเมตดันป่วยกะทันหัน
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!