"บอกแล้วไงคะว่ารอยเปื้อนตรงปกเสื้อนั่นน่ะ มันซักไม่ออกหดหัวหดหางแบบนี้หรอก... คุณนี่มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาเพื่อสร้างภาระให้โลกชัดๆ เลยไทป์!"
เสียงบ่นงึมงำของคีย์ดังขึ้นแข่งกับเสียงเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญใต้หอพัก ร่างบางในชุดนอนผ้าฝ้ายลายทางสีฟ้าอ่อนกำลังยืนกอดอก ใบหน้าเรียวสวยหลังกรอบแว่นหนาบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเลขแปด แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามือข้างที่ถือขวดน้ำยาขจัดคราบนั้นกำลังสั่นน้อยๆ อย่างควบคุมไม่ได้
สาเหตุก็มาจากเจ้าของส่วนสูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรที่ยืนยิ้มแป้นแล้นพิงกรอบประตูห้องซักผ้าอยู่นั่นแหละค่ะ ไทป์ในเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงวาสลีนเซอร์ๆ ไม่ได้มีความเดเนื้อร้อนใจกับคราบกาแฟบนเสื้อของตัวเองเลยสักนิด แถมยังส่งสายตาแพรรวพราวชนิดที่เรียกว่าถ้ามองนานกว่านี้ต้อกระจกคงจะถามหาแน่นอน
"โหน... คุณคีย์ขา ใจร้ายจังเลยนะคะ แค่กาแฟหกใส่เสื้อตัวโปรดถึงกับต้องประกาศิตประณามกันหยาดหยดขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย" ไทป์ลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างเล็กทีละน้อยจนคีย์ต้องถอยหลังไปชนกับเครื่องซักผ้าอัตโนมัติที่กำลังหมุนติ้วๆ "อีกอย่าง... ที่ผมทำเสื้อเปื้อน ก็เพราะอยากเรียกร้องความสนใจจากคนแถวนี้ต่างหากล่ะครับ"
"เพ้อเจ้อ! ใครเขาอยากสนใจคุณกัน!" คีย์รีบโวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนความพิกลพิพิธในอก หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ ทุกครั้งที่หมᵰบ้านวิศวะคนนี้เข้ามาในระยะประชิดแบบนี้ "ถอยไปเลยนะ เกะกะ! แล้วก็เลิกส่งสายตาแบบนั้นสักที ขนลุก!"
"อ้าว... มองหน้าคนจะจีบผิดตรงไหนล่ะครับ" ไทป์ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ในระดับเดียวกับคนใส่แว่น ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์แต่ก็แฝงความจริงจังบางอย่างไว้จนคีย์ไม่กล้าสบตาตรงๆ "พูดจริงนะคีย์... ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ที่ผมรู้สึกว่าโลกใบนี้มันน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย เวลาที่มีคุณคอยบ่นงอดแงดใส่แบบนี้ทุกวัน"
*ตึ้ก... ตึ้ก... ตึ้ก...*
เสียงหัวใจของคีย์ดังสะท้อนก้องอยู่ในหู ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ทั้งๆ ที่ห้องซักผ้าเปิดโล่งรับลมยามค่ำคืนแท้ๆ ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นอย่างพยายามหาคำพูดมาเถียงกลับ แต่สมองกลับโล่ง
ขาวโพลนไปหมด...
คีย์พยายามบอกตัวเองว่านี่ก็แค่มุกเสี่ยวๆ ตามประสาคนเจ้าชู้ลายครามของไทป์ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ชอบหยอดคำหวานเลี่ยนๆ ใส่คนอื่นไปทั่ว แต่ทำไม... ทำไมพอเป็นประโยคนี้ สายตาคู่นั้นถึงได้จริงจังจนน่ากลัวแบบนี้ล่ะคะ
มือเรียวที่ถือขวดน้ำยาขจัดคราบเผลอ กำแน่นขึ้นจนขวดพลาสติกยุบลงไปตามแรงอารมณ์ คีย์เบือนหน้าหนีไปมองถังซักผ้าที่หมุนวน ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานเบาๆ เป็นแบ็กกราวด์
แย่ล่ะสิ...
ทำไมช่วงนี้เขาถึงเผลอใจไปกับรอยยิ้มกวนๆ ของอีกฝ่ายบ่อยจังนะ?
เวลาที่ไทป์หายหน้าไปนานเกินสองชั่วโมง ทำไมเขาถึงต้องคอยชะเง้อคอมองออกไปนอกระเบียง?
และยิ่งเวลาที่ไทป์ทำท่าทางอ่อนโยนใส่แบบไม่ทันตั้งตัว ทำไมก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายถึงได้พยายามจะกระโดดออกมาเต้นระบำข้างนอกให้ได้แบบนี้ล่ะ?
ความรู้สึกที่คีย์พยายามปฏิเสธมาตลอด ตั้งแต่วันแรกที่ผู้ชายคนนี้ก้าวเข้ามาวุ่นวายในชีวิตประจำวันอันแสนสงบสุข... ตอนนี้มันกำลังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ชัดเจนเสียจนน่าตกใจ ชัดเจนจนคีย์แทบจะหาข้อแก้ตัวให้หัวใจตัวเองไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
*หรือว่า... เราจะแพ้ทางไอ้หมาบ้าตัวนี้เข้าจริงๆ ซะแล้วล่ะ?*
"นี่..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ไทป์ขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนไหล่กว้างเกือบจะแนบชิดกับร่างบาง "เป็นอะไรไปครับ หรือว่าเขินจนพูดไม่ออกแล้ว หืม... คุณคนเก่ง?"
"ใครเขิน! อย่ามามโนนะไทป์!" คีย์สะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกแกร่งให้ออกห่างแล้วปรับสีหน้าให้บึ้งตึงที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนพวงแก้ม "ถอยไปเลยนะ! เสื้อของคุณซักเสร็จพอดี ไปเอาออกไปตากเองเลยนะ ฉันง่วงจะไปนอนแล้ว!"
ร่างบางพูดรัวเร็วด้วยความลนลาน ก่อนจะหันหลังขวับเตรียมจะเดินหนีออกจากห้องซักผ้าด้วยความเร็วแสง ทว่า... ข้อความแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อกางเกงกลับดังขึ้นตัดหน้าเสียก่อน
*เตือน!*
คีย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ปลายนิ้วเรียวปัดหน้าจอเพื่อดูว่าใครส่งข้อความมาดึกดื่นป่านนี้ แต่ทว่า... ทันทีที่เห็นชื่อและข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอ หัวใจของคีย์ก็ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม พร้อมกับลมหายใจที่สะดุดกึกในลำคอ
มันไม่ใช่ข้อความจากกลุ่มเพื่อนสนิท และไม่ใช่แชตแจ้งเตือนบิลค่าไฟ...
แต่มันคือแชตจาก 'ไทป์' ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาเมื่อกี้ต่างหากล่ะคะ!
*(ข้อความ)*
**Type:** "ถ้าผมบอกว่า... ผมไม่ได้แค่หยอดเล่นๆ แต่ผมจีบคุณจริงๆ จังๆ มาตั้งนานแล้ว... คุณจะยอมใจอ่อนให้ผมบ้างไหมครับ?"
คีย์เบิกตากว้างหลังกรอบแว่น สมองประมวลผลไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า ร่างบางค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ราวกับหุ่นยนต์ขึ้นสนิม ภาพที่ปรากฏคือไทป์ไม่ได้ยืนอยู่ตรงเครื่องซักผ้าอีกต่อไปแล้ว แต่ร่างสูงใหญ่กำลังยืนกอดอกพิงผนังทางออก ส่งยิ้มละมุนที่ทำเอาโลกทั้งใบแทบหยุดหมุนมาให้ พร้อมกับนิ้วเรียวที่กดส่งข้อความอีกประโยคตามมาติดๆ
*(ข้อความ)*
**Type:** "เงยหน้าขึ้นมาสิครับ... คนน่ารักของผม"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ค่ะ "สมุดบันทึกสีน้ำตาล"
ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 20
ความรู้สึกที่ค่อยๆ ชัดเจน
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!