"ถอยไปเลยนะ!" ฉัน—เอ๊ย คีย์คนนี้ส่งเสียงแว้дใส่คนที่ยืนขวางทางเข้าประตูห้องพักด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ
ให้ตายเถอะ ตั้งแต่เกิดมา ฉันยังไม่เคยเจอใครหน้ามึนเท่าผู้ชายคนนี้มาก่อนเลยค่ะ ไทป์ยืนพิงกรอบประตูห้องหมายเลข 402 ของฉันด้วยท่าทางสบายอกสบายใจราวกับที่นี่เป็นรีสอร์ตห้าดาวริมทะเล ทั้งที่สภาพความจริงคือเราเพิ่งจะย้ายมาเป็นรูมเมทจำเป็นกันเพราะความผิดพลาดของหอพัก
ใบหน้าคมคายนั้นระบายด้วยรอยยิ้มกวนประสาทที่ส่งมาให้แบบไม่คิดจะประหยัด นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับเหมือนเด็กหนุ่มกำลังสนุกกับการแกล้งลูกแมวขู่ฟ่อ บอกตรงๆ นะคะว่าไอ้ท่าทางสบายๆ แบบนั้นมันน่าหมั่นไส้จนอยากจะหยิบไม้กวาดมาไล่ตีให้รู้แล้วรู้รอด
"จะยืนบื้อให้อากาศร้อนเล่นอีกนานไหมครับคุณหนู หรือจะให้ผมอุ้มเข้ามาข้างใน" ไทป์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเจือความขี้เล่นที่ทำเอาคนฟังอยากจะกรี๊ดใส่ยอดตึก
"ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าคุณหนูนะ! แล้วก็... ใครใช้ให้เธอเดินตามเข้ามาในห้องกัน ห๊ะ!" ฉันก้าวถอยหลังกรูดเมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต สันจมูกรั้นเชิดขึ้นด้วยความถือดี มือเรียวดันกรอบแว่นสายตาให้เข้าที่เพื่อซ่อนอาการประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ห้องพักขนาดกะทัดรัดโทนสีอบอุ่นตอนนี้กลับแคบลงถนัดตาเมื่อมีผู้ชายตัวโตระดับนักกีฬามหาสารคามเข้ามาเดินวนเวียนสำรวจ ไทป์กวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความสนใจ ไหล่กว้างๆ นั่นขยับไหวเบาๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเบดสีครีมตัวโปรดของฉันหน้าตาเฉย!
"เฮ้! ใครอนุญาตให้นั่งตรงนั้นไม่ทราบ ลุกขึ้นมาเลยนะ!" ฉันพุ่งเข้าไปทำท่าจะดึงแขนเสื้ออีกฝ่ายให้ลุกขึ้น แต่มีหรือที่คนตัวโตจะขยับ เขากลับคว้าข้อมือฉันไว้หลวมๆ แล้วดึงเข้าหาตัวนิดหน่อยด้วยแรงที่ไม่มากนัก แต่ทำเอาฉันเซถลาเกือบล้มลงไปนั่งตักเขาจริงๆ
กรี๊ด! หัวใจเจ้ากรรมนี่ก็เต้นแรงเป็นกลองเพลไปได้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ร่างกายมันอ่อนปวกเปียกเวลาอยู่ใกล้ผู้ชายอันตรายคนนี้
"ใจเย็นก่อนสิครับตัวเล็ก ผมแค่นั่งพักเหนื่อยเอง เดินลากกระเป๋าให้คุณตั้งสามชั้น แขนแทบหลุดแหนะ" ไทป์พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนนิดๆ ชนิดที่ถ้าเป็นคนอื่นคงใจอ่อนยวบยาบไปแล้ว... แต่ไม่ใช่กับคีย์คนนี้ค่ะ!
ฉันสะบัดข้อมือออกจากการกุม ถอยหลังไปตั้งหลักห่างจากโซฟาเกือบสองเมตร สองแขนกอดอกแน่น สีหน้าบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเลขแปด ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนจะชี้นิ้วไปยังผู้ชายที่นั่งยิ้มแป้นแล้นอยู่บนโซฟา
"ฟังให้ดีนะไทป์ ในเมื่อเราสองคนต้องมาแชร์ห้องเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อความสงบสุขในชีวิตอันแง่งามของฉัน เธอจะต้องทำตามกฎของฉันซะก่อน!"
ไทป์เลิกคิ้วอีกครั้ง คราวนี้รอยยิ้มกวนๆ บนมุมปากขยายกว้างขึ้นไปอีก เขายกมือขึ้นประสานไว้ที่ท้ายทอย เอนหลังพิงพนักโซฟาสบายใจเฉิบราวกับกำลังนั่งฟังรายการตลกคาเฟ่ "หืม? มีกฎด้วยเหรอครับ นึกว่ามาฮันนีมูนซะอีก"
"ฮันนีมูนบ้าบออะไรเล่า! สมองเธอนี่มีแต่เรื่องพวกนี้รึไง!" ฉันแยกเขี้ยวใส่ด้วยความโมโห อยากจะหยิบหมอนอิงปาใส่หน้าหล่อๆ นั่นสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ "ตั้งใจฟังนะ นี่คือ **'กฎเหล็ก 5 ข้อของคนโลกส่วนตัวสูง'** ที่เธอต้องท่องจำและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตลอดเทอมนี้ ห้ามแหกแม้แต่ข้อเดียว!"
ไทป์พยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า "เชิญครับ ท่านประธาน... ว่ามาเลย หูผึ่งรอฟังอยู่เนี่ย"
ฉันกระแอมไอมือหนึ่งเพื่อปรับโหมดให้เป็นทางการและน่าเกรงขามที่สุดเท่าที่จะทำได้ นิ้วเรียวดันแว่นอีกรอบก่อนจะชูนิ้วขึ้นมาทีละข้อ
"ข้อที่หนึ่ง! ห้ามล้ำเส้นอาณาเขตเด็ดขาด ครึ่งซ้ายของห้องนี้คือโซนของฉัน ครึ่งขวาคือโซนของเธอ ห้ามลากข้าวของล้ำเข้ามาแม้แต่มิลลิเมตรเดียว โดยเฉพาะโต๊ะทำงาน ห้ามมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของฉันตอนกำลังปั่นงานเด็ดขาด!"
ไทป์พยักหน้ารับส่งๆ สายตาแพรวพราวไล่มองตั้งแต่ปลายนิ้วที่ชี้ขึ้นลงจนถึงใบหน้าที่กำลังจริงจังเกินเบอร์ของฉัน
"ข้อที่สอง! ห้ามส่งเสียงดังหลังสี่ทุ่ม ห้ามเปิดเพลงร็อก ห้ามเล่นเกมหัวร้อนโวยวายตอนดึกๆ เพราะฉันเป็นคนหลับยากและตื่นง่ายมาก ถ้าฉันตื่นกลางดึกเพราะเสียงเธอ เธอต้องเป็นคนเลี้ยงชาบูฉันเป็นการไถ่โทษ!"
"อันนี้ดูเหมือนผมเสียเปรียบนะ..." คนฟังทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ขัดอะไร
"เงียบไปเลย! ฟังข้อสามต่อ..." ฉันชูนิ้วที่สามขึ้น "ห้ามใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน ทุกอย่างต้องแยกกันให้ชัดเจน แปรงสีฟัน ผ้าเช็ดตัว สบู่ ยาสระผม ห้ามหยิบสลับกันเด็ดขาด ไม่งั้นเธอโดนปรับ!"
"แล้วถ้าเกิด... ใช้ 'ใจ' ร่วมกันล่ะครับ นับไหม?"
คำหยอดหน้าด้านๆ หลุดออกมาจากปากคนตัวโต ทำเอาฉันสำลักน้ำลายตัวเองแทบแย่ หน้าเห่อร้อนขึ้นมาจนต้องรีบยกมือขึ้นพัดแก้วตัวเองป้อยๆ
"ไอ้... ไอ้คนบ้า! ใครจะไปใช้ด้วยเล่า ตั้งใจฟังข้อสี่เดี๋ยวนี้เลยนะ!" ฉันโวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนความประหม่าที่เริ่มกัดกินหัวใจ "ข้อที่สี่! ห้ามพาคนนอกเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะเพื่อนฝูงกลุ่มวิศวะเสียงดังของเธอ ห้ามพามาเด็ดขาด พื้นที่นี่ต้องมีความสงบและเป็นส่วนตัวสูงสุด!"
ไทป์หุบยิ้มลงเล็กน้อย แววตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินกฎข้อนี้ แต่รอยยิ้มกวนๆ ก็กลับมาประดับบนใบหน้าอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้
"โอเคครับ ข้อสี่นี่ฟังดูยากหน่อย แต่จะพยายาม... แล้วข้อสุดท้ายล่ะครับ ท่านประธานคีย์?"
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อประกาศกฎข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุดในชีวิตความเป็นรูมเมทของฉัน
"และข้อที่ห้า... กฎข้อที่สำคัญที่สุด!" ฉันชูห้านิ้วเต็มหน้าเขา ดวงตาสองข้างหรี่ลงด้วยความจริงจัง "ห้าม... ห้ามทำตัวน่ารักใส่ฉันเด็ดขาด!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักชั่วขณะ ไทป์นิ่งไปนิดหนึ่ง ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่ฉันด้วยประกายแสงบางอย่างที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นช้าๆ รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทแบบเมื่อครู่ แต่มันเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและ... อันตรายต่อหัวใจของฉันเหลือเกิน
"ห้ามทำตัวน่ารักใส่... งั้นเหรอครับ?" ทราบทวนคำเสียงนุ่ม น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนไปจนฉันเกือบตั้งรับไม่ทัน
"ระ... ใช่! เพราะเธอมันพวกชอบหยอด ชอบแกล้งให้คนอื่นใจสั่น เล่นหูเล่นตาอยู่เรื่อย ฉันไม่ชอบผู้ชายแบบนี้หรอกนะ บอกไว้ก่อน!" ฉันเผลอเสียงสั่นไปนิดหน่อยตอนท้าย รีบเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่างเพื่อซ่อนรอยแดงบนพวงแก้ว
ไทป์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ฉันทีละก้าว... ทีละก้าว... จนกลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ของสบู่ผสมกลิ่นบุรุษลอยเข้าแตะจมูก ฉันก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ เป็นอันรู้กันว่า... "หมดทางหนี" แล้วค่ะ
ร่างสูงโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากฉันไม่ถึงคืบ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผ่านเลนส์แว่นราวกับจะอ่านความคิดทั้งหมดในหัวของฉัน
"แล้วถ้าผมบอกว่า..." ไทป์กระซิบแผ่วเบาข้างใบหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นระริกเล็กน้อยจนคนฟังขนลุกซู่ "กฎข้อนี้... เป็นกฎข้อเดียวที่ผม 'ทำตามไม่ได้' ล่ะครับ คุณรูมเมท"
หัวใจของฉันกระตุกวูบ ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้วออกให้อย่างเบามือ อสัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาสมองตื้อตัน คิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ในวินาทีที่กำลังจะอ้าปากด่ากลบเกลื่อนความเขิน หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของฉันก็สั่นครืนขึ้นมาขัดจังหวะพอดี
ฉันเหลือบสายตาลงมองหน้าจอด้วยความโล่งอก ทว่าทันทีที่เห็นชื่อและข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ สีหน้าของฉันก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที
มันคือข้อความจากแอปพลิเคชันแชตยอดฮิต... และชื่อผู้ส่งคือคนที่ฉันไม่อยากให้รู้เรื่องนี้ที่สุดในสามโลก!
*[ข้อความใหม่จาก: พี่ธาม (รุ่นพี่สุดฮอตที่คีย์แอบชอบมานาน)]*
*"น้องคีย์ครับ เย็นนี้ว่างไหม... พี่ว่าจะสารภาพความรู้สึกบางอย่างให้น้องฟังหน่อยน่ะครับ"*
ฉิบหายแล้ว... ไทป์ที่ยืนโน้มตัวอยู่ข้างๆ ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ของฉันทันทีที่ข้อความปรากฏขึ้น ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความขี้เล่นเมื่อครู่ หรี่แคบลงอย่างอันตราย รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น
แล้วก่อนที่ฉันจะทันได้กดล็อกหน้าจอหนี ไทป์ก็แย่งมือถือไปจากมือฉันด้วยความเร็วแสง นิ้วเรียวกดแป้นพิมพ์ยิกๆ โดยที่ฉันยังไม่ทันได้อ้าปากห้าม!
"เฮ้ย! ไทป์! เธอจะทำอะไร คืนฉันมานะ!" ฉันโวยวายลั่นห้อง พยายามจะแย่งโทรศัพท์คืนแต่ก็สายไปเสียแล้ว
หน้าจอโทรศัพท์แสดงข้อความที่ถูกส่งออกไปยังแชทของรุ่นพี่ธามเรียบร้อยโรงเรียนวิศวะ... และข้อความนั้นคือ:
*[ส่งถึง พี่ธาม: "ไม่ต้องมาสารภาพอะไรหรอกครับ เพราะผมกำลังจะอุ้มแฟนตัวเองไปกินชาบูแล้วครับ รบกวนรุ่นพี่ถอยไปไกลๆ ด้วยนะครับ :)"]*
"ไทป์!!!!!!!!"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและกุมขมับไปกับความกวนของนายไทป์กับยัยตัวแสบของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 2
กฎเหล็ก 5 ข้อของคนโลกส่วนตัวสูง
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!