กล่องกระดาษลังสีน้ำตาลขนาดมหึมาสามใบที่ตั้งกองเกะกะอยู่หน้าประตูห้อง 302 กำลังเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉัน—อ้อ, หมายถึงชีวิตของคีย์ คนนี้ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่หอพักใหม่หมาดๆ ค่ะ
ให้ตายเถอะ นี่มันวันซวยอะไรกัน!
ฉันยืนหอบแฮกอยู่ในชุดเสื้อยืดสีพื้นตัวโคร่งกับกางเกงเลกกิ้งสำหรับใส่นอน (ใช่ค่ะ ฉันกะว่าจะจัดของให้เสร็จแล้วค่อยอาบน้ำนอนทีเดียว) สภาพตอนนี้คงดูไม่ได้เอาเสียเลย เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ผมเผ้าที่เคยเซ็ตมาอย่างดีตอนนี้ยุ่งเหยิงชี้โด่ชี้เด่ไม่เป็นทรง แถมแว่นตากسรอบกรอบก็ฝ้าขึ้นเพราะความร้อนและความเหนื่อยล้าจากการแบกกล่องหนังสือขึ้นบันไดมาถึงชั้นสามด้วยตัวคนเดียว
แล้วปัญหาคือ ไอ้บอสตัวดีที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะมาช่วยขนของเมื่อตอนบ่าย ดันส่งข้อความมาบอกว่า *‘โทษทีว่ะมึง แฟนงอแง กูต้องไปง้อก่อน’* พร้อมสติ๊กเกอร์หมาน้อยหน้าหงอย
ฮึ่ม! อยากจะกรี๊ดให้ลั่นตึก! คบกันมาได้ยังไงตั้งสามปี ไอ้เพื่อนทรยศ!
ระหว่างที่ฉันกำลังยืนกัดฟันกรอด กำมือแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในฝ่ามือเพื่อระบายความโกรธแค้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นตรงบันไดหนีไฟ พร้อมกับเสียงฮัมเพลงทำนองกวนประสาทที่ดังทะลุโสตประสาทเข้ามา
"อ้าว น้องสาว... ขวางทางเดินแบบนี้ ระวังจะโดนอุ้มกลับห้องนะจ๊ะ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเนือยๆ กวนๆ ชวนให้ต่อisตีนเป็นที่สุด
ฉันสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับไปมองต้นตอของเสียงทันที
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือผู้ชายร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกล้ามสีดำอวดกล้ามเนื้อช่วงไหล่และแผงอกพอประมาณ กางเกงขาสั้นเซอร์ๆ และรองเท้าแตะช้างดาวที่ดูชิลเกินเบอร์ มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟเย็นจากร้านสะดวกซื้อ ส่วนอีกข้างกำลังควงพวงกุญแจรถมอเตอร์ไซค์เล่นอย่างสบายอารมณ์
เส้นผมสีดำสนิทชื้นเหงื่อเล็กน้อยรับกับใบหน้าคมคาย จมูกโด่งเป็นสัน และรอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้แบบ... กวนโอ๊ยที่สุดในสามโลก!
ให้ตายเถอะ นี่มันมนุษย์ประเภทที่ฉันเกลียดที่สุดในสารบบชัดๆ!
"ใครคือน้องสาวของคุณฮะ! แล้วฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงด้วย ตาถ่านหรือไงถึงมองไม่ออกว่าฉันใส่กางเกง!" ฉันสวนกลับทันควันด้วยความโมโหที่สะสมมาตั้งแต่เช้า เสียงแหลมปรี๊ดตามสัญชาตญาณเวลาของขึ้น
ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกสนุก ดวงตาคมกริบกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า ประเมินสภาพสุดพังของฉันตั้งแต่หัวฟูๆ แว่นหนาเตอะ ไปจนถึงชุดนอนลายเป็ดน้อยที่โผล่พ้นชายเสื้อยืดออกมาเล็กน้อย
"อ้าวเหรอครับ ตัวเล็กบางแถมหน้าหวานหยดย้อยขนาดนี้ ผมก็นึกว่าน้องปีหนึ่งคณะมนุษยฯ หลงทางมาซะอีก" เขาว่าพลางหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ "แล้วนี่... จะย้ายเข้าห้อง 301 หรือไง ถึงมานั่งกองขยะ... เอ๊ย กล่องสมบัติขวางทางเข้าห้องชาวบ้านเขาแบบนี้"
"นี่คุณ!" ฉันชี้หน้าเขาอย่างเหลืออด "ปากแบบนี้พรุ่งนี้ฟันไม่ร่วงหมดปากให้รู้ไปสิ! แล้วฉันจะวางตรงไหนมันก็เรื่องของฉัน ห้องนี้ฉันเพิ่งทำสัญญาเช่าวันนี้ นิตบอดหรือไงถึงไม่รู้ว่าห้องฝั่งตรงข้ามมีคนย้ายมาใหม่!"
ไทป์ (ซึ่งมารู้ทีหลังว่าไอ้บ้านี่แหละคือรูมเมต... เดี๋ยวนะ ไม่ใช่รูมเมตห้องเดียวกัน แต่เป็นห้องตรงข้ามที่ประตูชนกันเป๊ะ!) ไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หระกับท่าทีเกรี้ยวกราดของฉันเลยสักนิด เขาก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาใกล้จนฉันต้องผถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูก รangกดดันประหลาดทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
"ใจเย็นน่า คุณหนูแว่น" ไทป์โน้มใบหน้าลงมาหาเล็กน้อย ดวงตาคมพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่น "พอดีผมเพิ่งตื่น แล้วก็เพิ่งกลับมาจากซื้อกาแฟ... ไม่ได้สนใจโลกภายนอกหรอกครับ สนใจแค่เตียงนอนนุ่มๆ กับแอร์เย็นๆ ในห้องมากกว่า"
พูดจบ ไอ้ยักษ์นี่ก็เดินข้ามกล่องกระดาษของฉันไปหน้าตาเฉย แถมยังจงใจเดินเบียดไหล่ฉันจนเซไปชนกับกำแพงห้องอีกต่างหาก!
"ไอ้... ไอ้คนไร้มารยาท!" ฉันหันไปโวยวายใส่แผ่นหลังกว้างที่กำลังไขกุญแจห้อง 301 ของตัวเอง
ไทป์หยุดชะงักมือที่กำลังไขกุญแจ เขาหันกลับมามองฉันช้าๆ ส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ชวนให้หมั่นไส้ที่สุดในโลกมาให้อีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ฉันอยากจะเอาหัวโขกกำแพงตายตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด
"ยินดีที่ได้รู้จักนะ... รูมเมตจำเป็น" เขายักิ้วให้ทีหนึ่ง "หวังว่าเสียงโวยวายของคุณ จะไม่ดังเกินไปจนรบกวนเวลานอนของผมนะ... *ตัวเล็ก*"
ปัง!
ประตูห้องฝั่งตรงข้ามปิดลงพร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ลอดตามออกมา ทิ้งให้ฉันยืนกำหมัดแน่นหน้าแดงก่ำอยู่กับกองกล่องกระดาษสามใบ
ให้ตายเถอะพระเจ้า! แค่วันแรกก็อยากจะย้ายหนีไปให้พ้นโลกนี้แล้ว!
แต่อยקจะบอกว่า... หัวใจบ้านี่ทำไมมันเต้นแรงแปลกๆ ตอนที่โดนเขาเรียกว่า 'ตัวเล็ก' กันล่ะฟะ!
ฉันสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆ นั้นออกไปอย่างแรง แล้วก้มลงเตรียมจะยกกล่องกระดาษใบที่หนักที่สุดขึ้นด้วยความทุลักทุเล แต่ทว่า... จู่ๆ กล่องใบนั้นก็ถูกยกขึ้นจากพื้นด้วยมือหนาของใครบางคนอย่างง่ายดาย
ฉันชะงัก เงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ
ไทป์ยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สีหน้าของเขาไม่ได้กวนประสาทเหมือนเมื่อครู่ แต่กลับเรียบเฉย แววตาสีเข้มทอดมองลงมานิ่งๆ ในจังหวะที่สายตาเราประสานกันอย่างไร้การหลบเลี่ยง เขาก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้ว
"เก่งนักไม่ใช่เหรอไง... ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ เปิดประตูห้องสิครับคุณหนู"
ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "สมุดบันทึกสีน้ำตาล" ตอนนี้นะคะ!
ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 1
รูมเมตคนใหม่เป็นไอ้คนกวนประสาท!
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!