กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กคละคลุ้งอวลอยู่ในโพรงจมูก ตัดสลับกับเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วซอกมุมอับชื้นของซากปรักหักพังระดับบอสในดันเจี้ยนชั้นเจ็ด
“ถ้าเราตายด้วยกันตรงนี้... นายต้องรับผิดชอบที่พาฉันมาซวยนะ คีย์”
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะราบเรียบและเต็มไปด้วยความเฉียบขาดของฟีนิกซ์ในยามปกติดังขึ้น ลอดผ่านไรฟันที่ขบเข้าหากันแน่น ร่างสูงโปร่งในชุดหน่วยกู้ภัยที่บัดนี้เปรอะเปื้อนคราบเขม่าควันและรอยเลือดสีสดทรุดตัวลงพิงกับผนังอิฐสีดำสนิท แรงกระแทกจากการปะทะกับมอนสเตอร์ระดับราชาเมื่อครู่ทำให้เกราะป้องกันเวทมนตร์ของเขาแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ไหล่กว้างกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ขาดห่วน แสดงถึงขีดจำกัดของร่างกายที่ถูกรีดเร้นจนหยดสุดท้าย
คีย์ยืนค้ำหัวอีกฝ่ายอยู่ชั่วพริบตา รอยยิ้มยียวนกวนประสาทที่มักจะประดับอยู่บนมุมปากเสมอในยามคับขันบัดนี้มลายหายเกลี้ยง เหลือเพียงใบหน้าที่ตึงเครียดจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบกวาดมองแผลฉกรรจ์บริเวณหน้าท้องของหัวหน้าหน่วยกู้ภัยผู้เย่อหยิ่ง ก่อนที่เจ้าตัวจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าอย่างไม่นึกห่วงความสะอาดของเครื่องแต่งกาย มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยยามที่เอื้อมไปฉีกชายเสื้อเครื่องแบบของอีกฝ่ายออกเพื่อประเมินสถานการณ์
“ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ หัวหน้า... ทั้งที่เลือดออกจนหน้าซีดเป็นกระดาษทิชชูเปียกน้ำแบบนี้เนี่ยนะ” คีย์เค้นเสียงหัวเราะในลำคอ พยายามพ่นคำพูดติดตลกออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง “ความรับผิดชอบอะไรกันเล่า ผมเป็นแค่สไนเปอร์จนตรอกคนหนึ่ง นายต่างหากที่เป็นคนลากผมลงมาเสี่ยงตายในเขตต้องห้ามนี้ตั้งแต่แรก”
“ถ้าฉันไม่เลือกนาย... เราคงไม่มานั่งจมกองเลือดอยู่ตรงนี้หรอก” ฟีนิกซ์ปรือตามองคนตรงหน้า สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธเคืองหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนล้าและความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเย็นชามาเนิ่นนาน
“เลือกผมเหรอ?” คีย์แค่นหัวเราะ ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวเนื้อเย็นเฉียบของคนเจ็บ “นายเลือกเพราะไม่มีใครบ้าพอจะรับงานยิงสนับสนุนในระยะประชิดแบบนี้ต่างหาก ฟีนิกซ์ นายมันพวกบ้างานที่เอาชีวิตทีมมาเสี่ยงเพื่อความสมบูรณ์แบบ... เหมือนกับวันนั้น วันที่นายทำพลาดและปล่อยให้พวกเขาทิ้งนายไว้ข้างหลังไงล่ะ”
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งลงในฉับพลัน
คำพูดที่เปรียบเสมือนคมมีดกรีดลงไปกลางแผลเก่าทำให้ฟีนิกซ์ชะงักกึก ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าของสไนเปอร์หนุ่มที่กำลังก้มหน้าลงซ่อนแววตาบางอย่าง ดวงตาคู่นั้นที่มักจะมองโลกด้วยความเย้ยหยัน บัดนี้กลับสั่นไหวรุนแรงราวกับคลื่นใต้น้ำที่กำลังก่อตัว
“นายรู้...” เสียงของฟีนิกซ์แหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด “นายรู้เรื่องนั้นได้ยังไง... คีย์”
“ทำไมผมจะไม่รู้” คีย์เงยหน้าขึ้นสบตา สายตาคู่นั้นคมปลาบและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน “ในเมื่อหน่วยกู้ภัยหน่วยแรกที่สูญหายไปในดันเจี้ยนรอยแยกมิติ... คือพี่ชายแท้ๆ ของผมเอง”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัว มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ซึมผ่านผนังหินลงมาเป็นจังหวะราวกับนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลัง ฟีนิกซ์เบิกตากว้างเล็กน้อย ร่องรอยความตกใจฉายชัดขึ้นบนใบหน้าที่มักจะไร้อารมณ์อยู่เป็นนิจ ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสามปีก่อนไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำ กลิ่นควันไฟ เสียงกรีดร้อง และความรู้สึกไร้พลังยามที่ต้องมองเพื่อนร่วมทีมและหัวหน้าหน่วยคนเก่าหายลับไปในความมืดของประตูมิติที่กำลังปิดลง
“พี่ชาย... ของนาย?” ฟีนิกซ์ทวนคำ เสียงกระซิบนั้นเบาหวิวราวกับจะปลิวไปกับสายลม “คริส... คริสเตียน คือพี่ชายของนายอย่างนั้นเหรอ?”
“ใช่ คริสเตียนคือพี่ชายผม คนที่คอยปกป้องคนอื่นจนวินาทีสุดท้าย... คนที่ไว้ใจนาย และเป็นคนเดียวกับที่นายช่วยชีวิตไม่ได้ในวันนั้น!” คีย์ระเบิดอารมณ์ออกมา น้ำเสียงที่เคยติดตลกและกวนประสาทมาตลอดพังทลายลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเจ็บปวดร้าวลึกที่กัดกินหัวใจมาตลอดสามปี มือที่กำลังกดแผลให้ฟีนิกซ์หยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติ หยดน้ำตาอุ่นร้อนเอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาคมกริบแต่ถูกเจ้าตัวกะพริบไล่มันกลับเข้าไปอย่างรวดเร็วด้วยความถือดี
ฟีนิกซ์นิ่งอึ้งไป หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ความรู้สึกผิดที่ฝังรากลึกอยู่ในอกข้างซ้ายตลอดสามปีที่ผ่านมา บัดนี้กลับถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเผชิญหน้ากับน้องชายแท้ๆ ของคนที่เขาติดค้างหนี้ชีวิตไว้
“ฉัน... ขอโทษ” ฟีนิกซ์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายคนนี้แสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น “ฉันพยายามแล้ว... คีย์ ฉันพยายามจะดึงเขาออกมา แต่มิติรอยแยกนั่นมันปิดเร็วกว่าที่คำนวณไว้... ฉันมันไร้ประโยชน์ ฉันไม่ควรมีชีวิตรอดกลับมาด้วยซ้ำ”
“ถ้านายคิดแบบนั้นจริง ๆ ทำไมถึงไม่ตายไปซะล่ะ!” คีย์ตวาดลั่น ดวงตาส2ข้างแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ เขาขยับเข้าไปประชิดร่างของอีกฝ่ายจนหน้าอกแนบชิด ลมหายใจที่ร้อนผ่าวปะทะกันในระยะประชิด “นายรู้ไหมว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา ฉันต้องทนเห็นนายก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าหน่วยกู้ภัยผู้ไร้พ่าย ทำตัวเย็นชา ไร้หัวใจ เหมือนหุ่นยนต์ที่รอวันพังคามือ เพื่ออะไร? เพื่อไถ่บาปให้ตัวเองงั้นเหรอ? แต่นายรู้ไหมว่ามันโคตรเห็นแก่ตัวเลย ฟีนิกซ์!”
ฟีนิกซ์ไม่หลบสายตา เขายอมรับความโกรธเกรี้ยวและหยดน้ำตาที่เอ่อล้นในดวงตาของคีย์ทุกประการ ร่างกายที่บาดเจ็บหนักทำให้เขาไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับหนี ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของหัวหน้าหน่วยกู้ภัยค่อยๆ เอื้อมขึ้นไปแตะที่ข้างแก้มของสไนเปอร์หนุ่มอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าประหลาดทำให้คีย์ชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ
“ถ้าฉันตาย... ตั้งแต่วันนั้น นายคงไม่มีโอกาสได้มาระบายความแค้นใส่ฉันแบบนี้หรอก” ฟีนิกซ์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากแห้งผากคลี่ยิ้มจางๆ ออกมาเป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหรือรอยยิ้มเสแสร้ง แต่มันคือรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิดและความจริงใจทั้งหมดที่มี “และถ้าวันนี้... เราต้องตายด้วยกันจริงๆ ฉันก็ดีใจนะ ที่คนสุดท้ายที่ได้ยืนอยู่ข้างฉัน... คือค่าน้องชายของคริส... คือนาย”
หัวใจของคีย์กระตุกวูบ จังหวะการเต้นของมันรัวเร็วขึ้นจนน่ากลัว เคมีบางอย่างระหว่างคนทั้งสองพุ่งพล่านทะยานขึ้นถึงขีดสุดในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยคาวเลือดและหยาดน้ำตา ความโกรธเกรี้ยว ความแค้น และความเจ็บปวดในอดีต ถูกหลอมรวมกลายเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ใบหน้าที่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตรทำให้คีย์มองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่สวยที่ลึกล้ำของฟีนิกซ์ ปลายจมูกเกือบจะชนกันอยู่รอมร่อ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่ยังคงแนบอยู่ข้างแก้มส่งผ่านความร้อนผ่าวเข้าสู่ผิวเนื้อจนหัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตากวาดมองลงมาที่ริมฝีปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อยของอีกฝ่ายอย่างเผลอไผล
“นายมัน... บ้าที่สุด ฟีนิกซ์” คีย์กระซิบเสียงพร่า สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางท่ามกลางความใกล้ชิดที่อันตรายยิ่งกว่ามอนสเตอร์ตัวไหนๆ
ฟีนิกซ์หลุบตาลงมองเรียวปากของคนตรงหน้าเช่นกัน แววตาคมกริบฉายประกายความปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้กรอบระเบียบมาเนิ่นนาน เขาขยับตัวเข้าหาอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้า ราวกับแรงโน้มถ่วงบังคับให้ทุกลมหายใจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะเข้าหากัน ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบกลบเสียงรอบข้าง—
*ปัง!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากประตูดันเจี้ยนชั้นในดังขึ้นสะเทือนเลื่อนลั่น พร้อมกับร่างของเงาดำมหึมาที่พังทะลายกำแพงอิฐเข้ามา เศษฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ก้าวเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองคนไว้ในพริบตา...
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้คีย์กับฟีนิกซ์มาจนถึงบทนี้นะครับ
สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 18
ความจริงในที่มืด
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!