สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 17

กับดักในห้องลับ

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
เสียงกรงเล็บเหล็กที่ครูดไปกับแผ่นหินเบื้องล่างดังเสียดแก้วหู ราวกับเสียงคำรามของอสูรกายที่กำลังตื่นจากนิทรา เงาสูงใหญ่ทาบทับลงมาบนผนังศิลาโบราณ และสิ่งที่ก้าวออกมาจากความมืดนั้น... ทำให้รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของคีย์เลือนหายไปในทันที “นั่นไม่ใช่เงาของมอนสเตอร์ลูกสมวนทั่วไป” คีย์พึมพำลอดไรฟัน ร่างปราดเปรียวดีดตัวถอยหลังอัตโนมัติ สัญชาตญาณของสไนเปอร์อัจฉริยะกรีดร้องลั่นว่าพวกเขากำลังเหยียบย่างเข้าสู่เขตอันตรายระดับวิกฤต “รู้ตัวตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะคุณนักแม่นปืนปากดี” ฟีนิกซ์เอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้มยังคงนิ่งสนิท แม้ว่าแววตาคู่คมจะฉายประกายความระแวดระวังขั้นสุด มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำกระชับดาบยาวประจำตัวแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว *ครืนนน!* พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนที่กำแพงรอบด้านจะพังทลายลงมาเป็นฝุ่นผง เวทมนตร์สีม่วงเข้มแผ่พุ่งขึ้นจากพื้นกลายเป็นกรงขังพลังงานโปร่งใสที่ปิดตายเส้นทางหนีทุกทางในชั่วพริบตา ละอองแสงอักขระโบราณหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น ปิดกั้นสัญญาณสื่อสารทั้งหมดกับหน่วยสนับสนุนภายนอก พวกเขากำลังถูกขัง... ในห้องลับที่ถูกออกแบบมาเพื่อกลืนกินผู้บุกรุกโดยเฉพาะ “ให้ตายสิ วันนี้ผมควรจะนอนอยู่ในห้องพักนุ่มๆ แทนที่จะมาติดแหง็กอยู่ในรูหนูเวทมนตร์กับหัวหน้าหน่วยสุดเนี๊ยบอย่างคุณนะเนี่ย” คีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แสร้งยกมือขึ้นแตะหน้าผากทำท่าทางเหนื่อยหน่าย แต่สายตากลับกวาดสำรวจรอยต่อของค่ายกลเวทด้วยความเร็วสูงเพื่อหาจุดอ่อน “ถ้าคุณหุบปากแล้วใช้สมองคิดวิธีออกไปให้พ้นจากตรงนี้ แทนที่จะมาบ่นเรื่องไม่เป็นเรื่อง เราคงรอดไปนอนห้องนุ่มๆ ที่ว่าได้เร็กว่านี้” ฟีนิกซ์ตวัดสายตาดุดันมองคนข้างกาย น้ำเสียงเย็นชาเจือความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นไปอีกเมื่อเงาสูงใหญ่ที่ก้าวออกมาจากความมืดเริ่มปรากฏรูปร่างชัดเจน มันคือโกเล็มศิลาโบราณสูงกว่าสามเมตร ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองผู้บุกรุกทั้งสองราวกับเหยียบยิ้นเยาะ และที่ร้ายไปกว่านั้น... พื้นที่จำกัดในกรงเวทมนตร์นี้แคบเกินกว่าที่คีย์จะง้างปืนไรเฟิลคู่ใจออกมายิงระยะไกลได้ถนัดตา “เห็นไหมล่ะ หัวหน้าฟีนิกซ์ ระยะประชิดแบบนี้ปืนยาวของผมไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง งานนี้เห็นทีผมต้องฝากชีวิตไว้กับคมดาบของคนสวย เอ้ย คนหล่อเจ้าระเบียบซะแล้วล่ะมั้ง” คีย์หัวเราะในลำคอ แววตายียวนฉายแววท้าทายกลบเกลื่อนความตึงเครียดในอก “หุบปากแล้วระวังหลังให้ดี เจ้าโง่” ฟีนิกซ์พุ่งทะยานออกไปก่อนที่โกเล็มยักษ์จะทันได้ขยับตัว ดาบยาวในมือสะบัดประกายแสงสีฟ้าสว่างวาบฟันเข้าที่ข้อต่อหัวเข่าของอสูรกายศิลา เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะสะท้อนจนร่างเพรียวบางต้องเซถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่ก่อนที่โกเล็มจะสวนหมัดยักษ์กลับมา คีย์ก็พุ่งเข้ามาแทรกกลาง ร่างโปร่งดีดตัวขึ้นเหยียบไหล่ของหัวหน้าหนุ่มเป็นฐานส่งแรง กระโดดประชิดใบหน้าของโกเล็มพร้อมกับระเบิดกระสุนเวทมนตร์ระยะประชิดอัดเข้าที่เบ้าตาสีแดงฉานเต็มแรง! *ตูมมม!* สะเก็ดไฟเวทกระจายว่อน ห้องลับสั่นสะเทือน โกเล็มคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดและเสียหลักล้มลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ “ทำได้ไม่เลวนี่ สำหรับคนดีแต่พูด” ฟีนิกซ์เอ่ยเสียงหอบนิดๆ ขณะยืนพิงผนังศิลาเพื่อพักลมหายใจ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย ขับให้ดูลึกล้ำเย้ายวนในความมืดสลัว “ผมบอกคุณแล้วว่าฝีมือผมระดับท็อปเท็นของกิลด์ แค่คุณไม่ค่อยยอมรับความจริงต่างหากล่ะ” คีย์ยิ้มกริ่ม ขยับเข้าไปใกล้ร่างของหัวหน้าหนุ่มโดยอ้างว่าเพื่อสำรวจอาการบาดเจ็บ แต่ระยะห่างที่เหลือเพียงคืบทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัวและลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกันจนหัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติกลับเริ่มรัวเร็วกว่าเดิม ฟีนิกซ์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมมองสบกับนัยน์ตาพราวระยับของคนตรงหน้า ระยะประชิดแบบนี้ทำให้เขาเพิ่งสังเกตเห็นแพขนตางอนหนาและรอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทอย่างที่เคยคิด บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความตายในดันเจี้ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความร้อนระอุบางอย่าง ทว่า... ความเงียบนั้นถูกขัดจังหวะลงทันที เมื่ออักษรเวทสีม่วงบนพื้นกรงขังกลับสว่างวาบขึ้นอีกครั้งด้วยความถี่ที่เร็วกว่าเดิม “เดี๋ยวนะ... เวทมนตร์นี่มันไม่ได้มีแค่ตัวเดียวหรอกเหรอ” คีย์หุบยิ้มฉับ สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมเมื่อพื้นหินเบื้องล่างยุบตัวลงกลายเป็นหลุมพรางไร้ก้นบึ้ง “ระวัง!” ฟีนิกซ์พุ่งเข้ามาคว้าเอวบางไว้แน่นเพื่อดึงให้ออกห่างจากจุดศูนย์กลางแรงดึงดูด แต่แรงดูดมหาศาลจากหลุมพรางกลับรุนแรงเกินกว่าที่ทั้งคู่จะต้านทานไหว ร่างของพวกเขาร่วงดิ่งลงสู่ความมืดเบื้องล่างพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งอย่างรวดเร็ว ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบลง แขนแกร่งของฟีนิกซ์ยังคงโอบกระชับเอวของคีย์ไว้แน่นแนบชิด และเสียงกระซิบพร่าต่ำที่ดังข้างใบหูท่ามกลางเสียงลมกรรโชกก็ทำให้หัวใจของคีย์กระตุกวูบ “ถ้าเราตายด้วยกันตรงนี้... นายต้องรับผิดชอบที่พาฉันมาซวยนะ คีย์” ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความตื่นเต้นนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%