สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 7

ค่ำคืนในแคมป์ร้าง

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
เสียงกิ่งไม้แห้งใต้ฝ่าเท้าหักดังกรอบแกรบ ท่ามกลางความเงียบงันของซากปรักหักพังที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานีวิจัยใต้ดินระดับ S กลิ่นอายของความตายและสนิมเหล็กยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศยามค่ำคืน คีย์หย่อนตัวลงพิงผนังปูนเปลือยที่เย็นเฉียบ มือเรียวยาวข้างหนึ่งคีบบุหรี่สมุนไพรที่จุดไฟติดแล้วขึ้นมาสูบช้าๆ ควันสีเทาจางลอยขึ้นปะปนกับความมืด ก่อนที่เขาจะพ่นมันออกมาพร้อมกับถอนหายใจยาวเหยียด "ถ้าคุณยังสูบเจ้านั่นต่ออีกมวน ผมเกรงว่าปอดของคุณคงจะกลายเป็นรังสีเอกซ์เรย์ให้ผมได้ศึกษาฟรีๆ ก่อนที่เราจะเคลียร์ดันเจี้ยนนี้เสร็จเสียอีกนะครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืด ฟีนิกซ์ก้าวออกมาจากเงาของเสาคอนกรีต ใบหน้าคมคายนั้นยังคงเรียบสนิทไร้รอยยิ้มตามเคย ชุดหน่วยกู้ภัยรัดรูปที่เปรอะเปื้อนคราบฝุ่นและรอยเลือดแห้งกรังไม่ได้ลดทอนความน่าเกรงขามลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับขับเน้นให้ร่างสูงโปร่งดูเซ็กซี่และอันตรายในคราวเดียวกัน คีย์ปรายตามองหัวหน้าหน่วยสุดเนี๊ยบ มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มกวนประสาทที่อีกฝ่ายเกลียดนักเกลียดหนา "เป็นห่วงผมเหรอครับท่านหัวหน้า? โอ้โห... น้ำตาผมจะไหล ซึ้งจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ตรงไหนดีแล้วเนี่ย" คีย์แกล้งทำเป็นยกมือขึ้นปาดเช็ดหางตา ทั้งที่แววตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "หรือว่ากลัวว่าถ้าผมตายไป ใครจะคอยยิงกะโหลกมอนสเตอร์ให้คุณเดินเหยียบเท่ๆ ล่ะครับ?" ฟีนิกซ์เดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายสะอาดๆ ของสบู่ป่าที่ผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการต่อสู้อย่างดุเดือดเมื่อช่วงหัวค่ำโชยเข้าจมูกคีย์จนสติกระเจิงชั่วขณะ ดวงตาสีนิลคู่คมจ้องมองลงมาอย่างคาดคั้น ไม่มีความโกรธในแววตานั้น มีเพียงความเหนื่อยล้าและความจริงจังที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "ผมไม่ได้ห่วงคุณในฐานะเพื่อนร่วมทีมที่น่ารำคาญ" ฟีนิกซ์เอ่ยเสียงเรียบ แต่ทุ้มนุ่มจนคนฟังหัวใจกระตุกวูบ "แต่ผมเกรงว่าถ้าคุณเป็นอะไรไป ผมจะต้องแบกสัมภาระน้ำหนักเกินมาตรฐานนี้กลับออกไปคนเดียวต่างหาก... คีย์" คำพูดนั้นราบเรียบ ทว่าสายตาที่ทอดมองลงมากลับไม่ได้เย็นชาเหมือนน้ำเสียง คีย์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าเจือจางลงชั่ววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยหน้ากากความยียวนตามเคย เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าอีกฝ่ายเสียเลย ฟีนิกซ์ขมวดคิ้วมุ่นเบี่ยงหน้าหนีเล็กน้อย แต่ไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่นิตยสารเดียว "ปากร้ายเป็นบ้าเลยนะครับ... รู้ตัวไหมเนี่ย" คีย์เงยหน้าขึ้นสบตา ชายหนุ่มจงใจลดระยะห่างของใบหน้าลงจนเกือบชิด "คนเขาอุตส่าห์รอดตายมาด้วยกันทั้งที แทนที่จะมีรางวัลปลอบใจเป็นคำชมหวานๆ หรือกอดอุ่นๆ สักที กลับโดนทวงบุญคุณเรื่องสัมภาระซะงั้น ใจร้ายชะมัด" "ถ้าอยากได้กอดนัก ทำไมไม่ไปกอดกับกองซากศพพวกนั้นล่ะครับ น่าจะอบอุ่นพอกัน" ฟีนิกซ์สวนกลับทันควัน ไดอะล็อกคมคายเชือดเฉือนแต่ไร้พิษสง ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันมากเสียจนคีย์สามารถนับแพขนตาดกหนาของอีกฝ่ายได้ บรรยากาศรอบตัวที่เคยตึงเครียดจากบรรยากาศในดันเจี้ยน มลายหายไปเหลือเพียงความอึดอัดรูปแบบใหม่—ความอึดอัดที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและฝ่ามือชื้นเหงื่อ กำแพงหนาที่ฟีนิกซ์สร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นผู้คนดูเหมือนจะพังทลายลงมาทีละน้อย เหลือเพียงช่องว่างแคบๆ ให้คนเจ้าเล่ห์อย่างคีย์ได้แทรกซึมเข้าไป คีย์หุบยิ้มลง แววตาคมกริบที่มักใช้มองผ่านลำกล้องสไนเปอร์เปลี่ยนเป็นความจริงจังที่หาดูได้ยาก เขาทิ้งก้นบุหรี่ลงกับพื้นแล้วใช้รองเท้าบดขยี้มันเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นอย่างผิดคาด "ความจริง... ผมไม่ได้อยากกอดซากศพหรอกนะครับ" ฟีนิกซ์ชะงัก ดวงตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ น้ำเสียงขี้เล่นถูกแทนที่ด้วยความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นผิว "แล้วคุณอยากกอดใครล่ะ..." ฟีนิกซ์เผลอถามออกไปโดยไม่รู้ตัว ราวกับถูกมนต์สะกดจากแววตาคู่คมที่กำลังมองตรงมาที่เขา คีย์ยกมือขึ้น ชายหนุ่มลังเลอยู่เสี้ยววินาที ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะเอื้อมไปปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อบนหน้าผากของหัวหน้าหน่วยกู้ภัยออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ฟีนิกซ์สะดุ้งเฮือกแต่ไม่ได้ปัดป้อง "ก็คนที่กำลังยืนทำหน้าดุอยู่ตรงนี้ไงครับ..." คีย์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มนุ่มพร่าเลือนไปกับเสียงลมหายใจที่รดรินอยู่ใกล้กัน "คนที่ปากบอกว่ารำคาญผม แต่ก็คอยเอาตัวมาบังกระสุนให้ผมตลอด... จริงไหมครับ หัวหน้า?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ หัวใจของฟีนิกซ์เต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในอก มือหนาที่เคยถือปืนมั่นเผลอกำชายเสื้อของตัวเองแน่น ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก ความอบอุ่นจากฝ่ามือของคีย์ที่ยังคงแตะอยู่ข้างแก้มส่งผ่านความร้อนผ่าวแล่นริ้วไปทั่วร่าง ฟีนิกซ์เม้มริมฝีปากแน่น กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธหรือคำด่าทอตามวิสัยทัศน์ของตนเองเพื่อดึงกำแพงกลับมาตั้งรับ ทว่าจังหวะนั้นเอง... *ปัง! เสียงฝ่าเท้าหนักๆ และเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นมาจากทางปากอุโมงค์มืดเบื้องหลัง* ร่างของสมาชิกหน่วยสำรวจอีกคนพุ่งพรวดเข้ามาในแคมป์ด้วยสภาพสะินทสะอม เลือดท่วมตัว หายใจหอบกระชั้น ดวงตาเบิกโพรงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "หัวหน้าครับ! มัน... มันตามมาแล้ว! สิ่งนั้นไม่ใช่ระดับ S แต่มันคือ...!" คำพูดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อเงาสีดำมหึมาและเสียงคำรามก้องกังวานสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วผนังถ้ำ พริบตานั้นแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นทั่วบริเวณ เผยให้เห็นกรงเล็บขนาดมหึมาที่กำลังพังทะลายประตูเหล็กกล้าเข้ามาเบื้องหน้าอย่างบ้าคลั่ง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและฟินจิกหมอนไปกับความลับที่ถูกเปิดเผยในตอนนี้ด้วยนะครับ — ชาโดว์ฮันเตอร์
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%