สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 6

ความลับในกระเป๋าเป้

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ยังไม่ทันจางหายไปจากอากาศรอบตัว กลิ่นอายความอับชื้นของซากโบราณสถานชั้นที่สี่ในดันเจี้ยนระดับ S ก็อบอวลจนแสบจมูก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่ำไปบนพื้นหินแกรนิตแตกละเอียดดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบสงัด คีย์ทรุดตัวลงพิงแผ่นหลังกับเสาหินศิลาแลงขนาดใหญ่ ลมหายใจของเขาหอบถี่เล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่คมกวาดตามองรอบกายเพื่อเช็กความปลอดภัย ก่อนจะเอื้อมมือไปปลดกระเป๋าเป้สีดำสนิทที่สะพายอยู่ด้านหลังออกอย่างระมัดระวัง “อย่าขยับเยอะ แผลนายยังไม่สมานตัวดี” เสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือหัว ฟีนิกซ์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ร่างสูงโปร่งในชุดหน่วยกู้ภัยรัดกุมเปรอะเปื้อนฝุ่นผงและรอยขีดข่วนจากแรงระเบิดเมื่อครู่ แววตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาไร้รอยยิ้มคู่นั้นเต็มไปด้วยความดุดันและห่วงใยในคราวเดียวกัน มือหนายื่นกระบอกน้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิตมาให้ แต่คีย์กลับทำเพียงแค่ปรายตามองมันแล้วหัวเราะในลำคอ “เป็นห่วงผมเหรอครับ หัวหน้าฟีนิกซ์? หน้าตาเคร่งเครียดแบบนี้ เดี๋ยวริ้วรอยถามหาไม่รู้ด้วยนะ” คีย์เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงยียวนตามเคย พยายามกลบเกลื่อนความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากบาดแผลบริเวณสีข้าง รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้นมาเป็นเกราะกำบังชั้นดีเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา ฟีนิกซ์ไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกวาดมองสภาพสะบักสะบอมของมือสไนเปอร์จอมกวนประสาทด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ในฐานะหัวหน้าหน่วย เขาควรจะตำหนิความบุ่มบ่ามของอีกฝ่ายที่วิ่งเข้าไปกลางวงล้อมของฝูงมอนสเตอร์ระดับบอสเมื่อสิบนาทีก่อน แต่ภาพที่คีย์ยอมเอาตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องแนวหลังทำให้คำพูดต่อว่าทั้งหมดจุกอยู่ที่ลำคอ “นายมันดื้อด้านที่สุด คีย์” ฟีนิกซ์พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างเหลืออด ก่อนจะย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน “ถ้าเกิดพลาดขึ้นมาจริงๆ นายคิดว่าทีมเราจะ—” “โอ๊ะๆๆ อย่าเพิ่งดุสิครับ หัวหน้าใจร้ายจัง” คีย์รีบยกมือขึ้นยอมแพ้ทีเล่นทีจริง แต่จังหวะนั้นเองที่การเคลื่อนไหวฉับพลันทำให้ซิปกระเป๋าเป้ใบโตที่วางอยู่บนตักรูดเปิดออกครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้สิ่งของชิ้นหนึ่งภายในร่วงหล่นลงมาบนพื้นหิน บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบงันลงทันตาเห็น สิ่งนั้นไม่ใช่กระสุนอาคม ไม่ใช่ยารักษาแผล และไม่ใช่แผนที่ดันเจี้ยน แต่มันคือ สมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่ง ที่ขอบมุมปกมีรอยไหม้เกรียมและรอยเปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง ซึ่งดูขัดแย้งกับความเป็นระเบียบเรียบร้อยของคนอย่างคีย์อย่างสิ้นเชิง ดวงตาของฟีนิกซ์หรี่แคบลงทันที ความสงสัยพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในอก ชายหนุ่มเร็วกว่าความคิด มือหนาเอื้อมออกไปคว้าสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาก่อนที่คีย์จะทันได้ขยับตัวคว้ามันกลับคืน “เฮ้ย! เดี๋ยวสิ หัวหน้า! ของส่วนตัวนะนั่น!” คีย์ร้องเสียงหลง สีหน้าที่เคยทะเล้นกวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายที่เคยพิงเสาดีดตัวตรงขึ้นอัตโนมัติจนแผลที่สีข้างปริแตกและมีเลือดซึมออกมาอาบชุดฟอร์ม ฟีนิกซ์ไม่สนใจเสียงทักท้วง สายตาคมกริบจดจ้องไปยังหน้าปกสมุด ก่อนจะพลิกเปิดหน้าแรกออกดูด้วยความรวดเร็ว นิ้วเรียวชะงักค้างเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่นที่เขียนบันทึกเรื่องราวในอดีตเอาไว้ หน้ากระดาษแต่ละแผ่นเต็มไปด้วยรูปถ่ายโพลารอยด์เก่าๆ ของผู้คนกลุ่มหนึ่งที่กำลังส่งยิ้มกว้างท่ามกลางกองซากปรักหักพัง และหนึ่งในนั้น... มีใบหน้าของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่หน้าตาละม้ายคล้ายกับคีย์ไม่มีผิดเพี้ยน “นี่มัน... อะไรกัน?” ฟีนิกซ์เงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ความเยือกเย็นและมาตรการเคร่งครัดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสงสัยและประกายความเจ็บปวดบางอย่างที่สะท้อนอยู่ในแววตาคู่นั้น คีย์นิ่งงัดไป รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าหล่อเหลาหายวับอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดระหว่างพวกเขาทั้งสองคน ปลายนิ้วเรียวของมือสไนเปอร์สั่นเทาเล็กน้อยยามเมื่อมองสมุดบันทึกเล่มสำคัญอยู่ในมือของหัวหน้าหน่วยกู้ภัยผู้ไร้รอยยิ้ม ความลับที่เขาพยายามปกปิดและแบกรับมันไว้คนเดียวมาตลอดหลายปี กำลังถูกเปิดเผยออกทีละน้อยต่อหน้าผู้ชายคนนี้ ฟีนิกซ์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในความสลัวของดันเจี้ยน มือข้างหนึ่งที่ถือสมุดบันทึกวางลงบนตักของคีย์อย่างเบามือ ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมขึ้นสัมผัสกรอบหน้าคมคายของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและนุ่มนวลจนน่าประหลาดใจสำหรับคนอย่างฟีนิกซ์ “นายไม่จำเป็นต้องแบกมันไว้คนเดียวหรอกนะ... คีย์” เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจ ใกล้ชิดจนหัวใจของคนฟังเต้นรัวระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ คีย์เงยหน้าขึ้นสบตากับนัยน์ตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของดันเจี้ยน ปากที่เคยขยับแซวเก่งกลับเม้มเข้าหากันแน่น ความลังเลฉายชัดในแววตาคู่สวย เขาอ้าปากเตรียมจะเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อระบายความจริงทั้งหมดที่อัดอั้น แต่ทว่า... *ครืนนนมมม—!* แรงสั่นสะเทือนมหาศาลจู่ๆ ก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินเบื้องล่าง เศษหินและฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานถ้ำ เสียงคำรามกึกก้องของมอนสเตอร์ระดับราชาที่ดังสนั่นหวั่นไหวทำให้พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนจนแทบยืนไม่อยู่ และก่อนที่ฟีนิกซ์จะได้ทันดึงตัวคีย์หลบเข้าที่กำบัง ร่างเงาดำทมิฬขนาดมหึมาก็พุ่งทะลุกำแพงหินศิลาแลงเข้ามาขวางกั้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนด้วยความเร็วแสง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและฟินจิกหมอนไปกับความลับที่ถูกเปิดเผยในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%