"ถ้าคุณยังขยับตัวช้าอีกแค่ศูนย์จุดห้าวินาที หัวทุย ๆ ของคุณคงได้กลายเป็นที่เขี่ยบุหรี่ของเจ้าอสูรสามตาตัวนั้นไปแล้วนะครับ หัวหน้าฟีนิกซ์"
เสียงทุ้มติดจะยียวนกวนประสาทดังผ่านระบบสื่อสารส่วนตัว ขัดจังหวะลมหายใจหอบกระชั้นของฟีนิกซ์ที่กำลังพิงร่างแนบกับกำแพงหินเย็นเฉียบในดันเจี้ยนชั้นที่สี่ กลิ่นอเลือด ควันปืน และกลิ่นอายความตายคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศที่อัดแน่นด้วยแรงกดดันระดับวิกฤต
เบื้องหน้าของฟีนิกซ์ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร อสูรกลายพันธุ์ร่างยักษ์ผิวหนังหนาเตอะราวกับเกราะเหล็กกำลังคำรามก้อง มันกวาดกรงเล็บมหึมาหมายจะบดขยี้หน่วยกู้ภัยที่เหลือรอดให้แหลกคาอุ้งมือ ดวงตาสดสีเลือดสามดวงจ้องเขม็งมาที่เป้าหมายซึ่งไร้ทางหนีทีไล่ ฟีนิกซ์กัดฟันกรอด มือข้างที่ถือดาบพลังงานสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะพิษบาดแผลที่ต้นแขนกำลังกัดกินเรี่ยวแรงของเขาไปทีละน้อย
*ให้ตายสิ... ฉันต้องมาตายท่าทางน่าสมเพชแบบนี้จริง ๆ หรือ?* หัวหน้าหน่วยกู้ภัยผู้เยือกเย็นคิดในใจอย่างเจ็บใจ ดวงตาสีรัตติกาลหลับลงเสี้ยววินาทีเพื่อยอมรับชะตากรรม
ปัง!
เสียงคำรามของปืนไรเฟิลซุ่มยิงรุ่นสั่งทำพิเศษดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางดันเจี้ยน แรงสะท้อนอันมหาศาลไม่ได้สั่นคลอนเพียงแค่ตัวของผู้ลั่นไก แต่มันคือประกาศิตแห่งความตายที่พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง กระสุนเคลือบพลังงานพิเศษพุ่งแหวกความมืดออกไปดั่งดาวตกสีคราม มันไม่ได้พุ่งไปที่ลำตัวหนาทึบของอสูร แต่พุ่งตรงเข้าสู่ดวงตากลางที่สามซึ่งเป็นจุดอ่อนเร้นลับของมันอย่างแม่นยำราวกับจับวาง
ฉวบ! เสียงเนื้อและกระดูกแหลกละเอียดระเบิดออกพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนดังกึกก้อง อสูรยักษ์เซถลน ถอยหลังไปสามก้าวใหญ่ก่อนที่ร่างมหึมาจะล้มครืนลงฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ฟีนิกซ์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขาลืมตาขึ้นมองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา ระยะทางห่างออกไปเกือบสามร้อยเมตร บนซากปรักหักพังของระเบียงหินสูงชัน ร่างโปร่งในชุดแจ็คเก็ตสีเข้มคุ้นเคยกำลังยืนถือปืนยาวพาดบ่าอย่างสบายอารมณ์ ปลายกระบอกปืนยังมีควันสีขาวพวยพุ่งจาง ๆ ตัดกับแสงไฟสลัวในดันเจี้ยน คีย์ลดปืนลงช้า ๆ ก่อนจะส่งยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ความกวนประสาทมาให้ผ่านระยะทางไกล
"บอกแล้วไงครับว่าเชื่อมือผมเถอะ... ถึงหน้าตาผมจะดูเหมือนคนชอบมาสาย แต่เรื่องความแม่นเนี่ย ผมไม่เคยเป็นรองใครบนเตียง เอ้ย บนสนามรบนะครับ"
ฟีนิกซ์ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอทันที ความรู้สึกซาบซึ้งใจที่เกือบจะก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ถูกปัดตกไปในพริบตาด้วยคำพูดกวนประสาทของอีกฝ่าย เขาใช้มือข้างที่เหลืออยู่ยันร่างตัวเองลุกขึ้นยืน กัดฟันกรอดด้วยความโมโหปนระอา "นายช่วยพูดอะไรให้มันสมกับเป็นสถานการณ์เป็นตายหน่อยได้ไหม คีย์! ถ้าพลาดไปแม้แต่มิลลิเมตรเดียว หัวฉันคงกระจายไปทั่วห้องนี้แล้วนะ!"
"โถ่ หัวหน้าครับ ถ้าระดับผมพลาด มันก็คงไม่ใช่ความผิดผมหรอกครับ แต่เป็นเพราะหัวหน้าดันทำทรงเท่เกินไปจนอสูรมันหมั่นไส้ต่างหาก" คีย์ดีดตัวลงมาจากซากปรักหักพังอย่างคล่องแคล่ว เขาก้าวเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ฝ่ายตรงข้ามทำทีเป็นเป่าควันออกจากปากกระบอกปืนราวกับพระเอกหนังคาวบอย ทว่าดวงตาเรียวรีคู่นั้นกลับกวาดสำรวจบาดแผลบนร่างของฟีนิกซ์อย่างรวดเร็ว รอยยิ้มขี้เล่นจางหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา เหลือเพียงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้แววตานิ่งสงบ
ฟีนิกซ์ชะงักไปเล็กน้อยยามที่เห็นแววตาคู่นั้น มันเป็นประกายความห่วงใยที่ถูกปิดบังไว้อย่างแนบเนียนด้วยหน้ากากความยียวน เขาเม้มริมฝีปากแน่น ไม่อาจหาคำพูดใดมาโต้แย้งได้ในเมื่ออีกฝ่ายเพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้จากปากเหวแห่งความตายจริง ๆ
"ยืนเหม่ออะไรล่ะครับ หรือว่าติดใจฝีมือการยิงของผมจนอยากจะขอสมัครเป็นแฟนคลับแถวหน้าแล้ว?" คีย์เดินเข้ามาประชิดตัวในระยะที่ใกล้จนเกินความจำเป็น กลิ่นกายเฉพาะตัวปะปนกับกลิ่นดินปืนลอยเข้าแตะจมูกของฟีนิกซ์ มือเรียวถือวิสาสะคว้าข้อมือของหัวหน้าหน่วยกู้ภัยเพื่อตรวจดูบาดแผลฉีกขาดที่ต้นแขน "แผลลึกพอดูนะครับเนี่ย ถ้าปล่อยไว้อีกนิดเลือดคงหมดตัวก่อนจะได้กลับไปกินกาแฟฝีมือผมแน่ ๆ"
"ฉันดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องมาแตะต้อง..." ฟีนิกซ์พยายามดึงมือกลับด้วยความถือดี แต่คีย์กลับกระชับมือให้แน่นขึ้น ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของฟีนิกซ์ชนเข้ากับผนังถ้ำเย็นเฉียบอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีทางให้ถอยหนี ดวงตาคมกริบทั้งคู่สบประสานกันในระยะประชิด ความเงียบโรยตัวลงครอบงำบรรยากาศรอบข้าง เสียงหัวใจที่เต้นรัวของใครบางคนดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท
"ปากแข็งจังเลยนะครับ... ทั้ง ๆ ที่ตัวสั่นขนาดนี้แท้ ๆ" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนฟีนิกซ์รู้สึกขนลุกซู่ ความใกล้ชิดนี้ทำเอาสติสัมปชัญญะที่เคยเยือกเย็นมาตลอดพังทลายลงในพริบตา เคมีประหลาดบางอย่างพุ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือด ร้อนรุ่มและปั่นป่วนจนแทบหายใจไม่ออก
ฟีนิกซ์เงยหน้าขึ้น หมายจะต่อว่าสักคำสองคำเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของหัวหน้าหน่วย แต่ทว่า... ทันทีที่ริมฝีปากอ้าออก สายตากลับสะดุดเข้ากับบางสิ่งเบื้องหลังร่างของคีย์
เงาร่างสีดำสนิทนับสิบสายกำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบออกจากซอกมุมมืดของผนังดันเจี้ยน ดวงตาสีแดงฉานนับคู่ไม่ถ้วนจ้องมองตรงมาที่พวกเขาจากความมืดมิด แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
คีย์สังเกตเห็นปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงทางสายตาของฟีนิกซ์ รอยยิ้มขี้เล่นบนมุมปากของมือสไนเปอร์หนุ่มเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ร่างกายตื่นตัวเข้าสู่โหมดต่อสู้เต็มรูปแบบโดยอัตโนมัติ
"ดูเหมือนว่า... พวกมันจะไม่ได้มากันแค่ตัวเดียวน่ะสิครับ" คีย์กระซิบเสียงต่ำด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ขณะที่มือขวาเคลื่อนไปปลดเซฟปืนพกข้างเอวอย่างรวดเร็ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและฟินจิกหมอนไปกับคู่กัดสุดแสบของเราในตอนนี้นะครับ
สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 5
กระสุนนัดแรกที่ช่วยชีวิต
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!