สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 4

รอยร้าวในทีม

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
เสียงเหล็กกล้าบดขยี้กันดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบแตก กลิ่นคาวเลือดและสนิมคลุ้งไปทั่วอุโมงค์ใต้ดินชั้นที่สามของดันเจี้ยนระดับ S เศษซากของอสูรกายหินอัคนีกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ทว่าความตึงเครียดที่แท้จริงไม่ได้มาจากศัตรูตรงหน้า หากแต่มาจากรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของหัวหน้าหน่วยกู้ภัยผู้ไร้รอยยิ้มต่างหาก "คุณคีย์! ใครใช้ให้คุณยิงตัดหน้าสโคปของผมเมื่อกี้!" เสียงทุ้มต่ำที่อัดแน่นไปด้วยโทสะลอดไรฟันออกมาจากฟีนิกซ์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันกระแทกจ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งที่กำลังพิงไหล่เข้ากับผนังถ้ำอย่างสบายอารมณ์ คีย์ยกมือขึ้นเกบท้ายทอยเบาๆ ริมฝีปากหยักแย้มยิ้มกวนประสาทตามสไตล์ประจำตัว โดยไม่ยี่ห-ระต่อประกายไฟแห่งความโกรธที่แทบจะพุ่งออกมาจากตาของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย "โธ่ หัวหน้าฟีนิกซ์สุดหล่อครับ ใจเย็นๆ ก่อนสิครับท่าน ถ้าผมไม่เป่ากบาลเจ้ากิ้งก่ายักษ์ตัวนั้นซะก่อน ป่านนี้หัวสวยๆ ของคุณคงได้ไปประดับอยู่บนผนังถ้ำเป็นเกียรติประวัติหน่วยกู้ภัยแล้วนะ ครับ ขอบคุณผมสักคำก็ยังดี ไม่มีหรอครับ?" คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน ปลายกระบอกปืนไรเฟิลคู่ใจเคาะเบาๆ กับต้นขาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ท่าทีที่เหมือนไม่ใส่ใจโลกใบนี้ยิ่งทำให้ฟีนิกซ์เลือดขึ้นหน้าเข้าไปใหญ่ ร่างสูงสง่าในชุดเกราะยุทธวิธีเต็มยศก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว แรงกดดันมหาศาลจากความเป็นผู้นำพุ่งเข้าใส่จนบรรยากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ "การรบไม่ใช่สนามเด็กเล่น! เรามีแผน มีรูปขบวน และมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน การที่คุณทำตามอำเภอใจแบบนี้ มันสร้าง 'ช่องโหว่' ให้แนวป้องกันพังทลาย คุณรู้ตัวบ้างไหมว่าความหุนหันพลันแล่นของคุณเกือบทำให้ลูกน้องผมต้องตาย!" ฟีนิกซ์กัดฟันกรวด ฝ่ามือหนาภายใต้ถุงมือหนังยุทธวิธีบีบเข้าที่ไหล่ลาดของคีย์แน่นพอที่จะทำให้เจ็บ แต่มือสไนเปอร์ตัวแสบกลับไม่มีทีท่าสะดุ้งสะเทือน นัยน์ตาคู่คมที่มักซ่อนความรู้สึกไว้เบื้องหลังมุกตลก ไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทกว่าเดิม "ตายเหรอครับ? โอ้โห... เป็นห่วงผมขนาดนั้นเลยเหรอ หัวหน้าฟีนิกซ์ใจร้าย ตั้งแต่ร่วมทีมกันมา เพิ่งเคยเห็นคุณแสดงความรู้สึกออกมาชัดเจนก็วันนี้แหละ เขินนะครับเนี่ย" "คีย์!" ฟีนิกซ์คำรามลั่น ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความโกรธพุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่อเจอท่าทีไม่รู้สำนึกของอีกฝ่าย "ผมไม่ได้พูดเล่น! ถ้าคุณยังทำตัวเป็นศิลปินเดี่ยวไร้ระเบียบวินัยแบบนี้อีก ผมจะถอดคุณออกจากทีมซะ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป!" คำขู่ที่เฉียบขาดทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคีย์ชะงักไปนิดหนึ่ง นัยน์ตาสสีนิลคู่นั้นหมองลงวูบหนึ่งอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้ ก่อนที่เจ้าตัวจะหัวเราะกลบเกลื่อนออกมาเบาๆ "ฮ่าๆๆ ถอดผมออกเหรอครับ? อุ๊ย ใจร้ายจัง แล้วใครจะคอยคุ้มกันหลังให้หน่วยกู้ภัยหน้าบึ้งอย่างคุณล่ะครับ หืม?" คีย์จงใจก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวฟีนิกซ์เสียเอง ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันท่ามกลางกลิ่นอายอันตรายของดันเจี้ยน "ยอมรับมาเถอะครับว่าขาดผมไม่ได้... จริงไหมล่ะ?" ฟีนิกซ์ชะงักไป ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกรุกฆาตด้วยความใกล้ชิดที่ไร้ระยะห่าง หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะระทึกจากการรบเมื่อครู่ กลับสะดุดกึกอย่างไม่รู้สาเหตุเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่ที่พยายามซ่อนความเปราะบางไว้เบื้องหลังความกวนประสาท กลิ่นอายฟีโรโมนอ่อนๆ จากร่างของคีย์ที่ปะปนมากับกลิ่นดินปืนและเหงื่อไคล กลับสร้างความปั่นป่วนในช่องท้องของหัวหน้าหน่วยผู้เคร่งระเบียบอย่างประหลาด บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความเดือดดาลกลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต ทั้งคู่ยืนจ้องตากันเนิ่นนานท่ามกลางซากปรักหักพัง ไดอะล็อกคมคายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่เริ่มหนักหน่วงขึ้นทีละน้อย ฟีนิกซ์รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าจนต้องเป็นฝ่ายเบือนสายตาหลบไปก่อนอย่างเสียฟอร์ม "ถอยไป... อย่ามาเล่นไม่รู้เรื่องในสถานการณ์แบบนี้นะคีย์" ฟีนิกซ์เอ่ยเสียงแผ่ว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่ลดระดับลงเหลือเพียงความสั่นพร่าที่เจ้าตัวพยายามควบคุมไว้อย่างสุดความสามารถ คีย์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าหล่อเหลาที่ขึ้นสีแดงจางๆ ของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ปมในอดีตที่คอยหลอกหลอนว่าการใส่ใจใครสักคนจะนำมาซึ่งความสูญเสีย กำลังกรีดแทะหัวใจของเขาให้เจ็บแปลบ แต่ทว่า... สัมผัสอุ่นร้อนจากเมื่อครู่กลับทำให้เขาโหยหาความอบอุ่นนั้นอย่างน่าประหลาด ทว่า ความเงียบอันเปราะบางนั้นไม่ได้อยู่กับพวกเขานานนัก... *ครกด... ครกด... ครกด...* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์มืดเบื้องล่าง แรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวทำให้เศษหินบนเพดานร่วงกราวลงมา ฟีนิกซ์และคีย์ผละออกจากกันโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณนักรบถูกปลุกให้ตื่นตัวขึ้นอีกครั้งในเสี้ยววินาที ฟีนิกซ์หันขวับไปมองทางต้นเสียง ใบหน้ากลับมาเคร่งขรึมและเย็นชาดังเดิม ทว่าแววตากลับฉายความตระหนกอย่างปิดไม่มิด "เสียงนี่มัน... ฝูง 'แบล็คสเกลเดรค' ระดับราชา! มันไม่ได้มีแค่ตัวเดียว..." คีย์ยกไรเฟิลคู่ใจขึ้นประทับบ่า ดวงตาสีนิลหรี่แคบลงมองความมืดมิดเบื้องหน้า รอยยิ้มยียวนหายวับไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความจริงจังและดุดันที่ฟีนิกซ์ไม่เคยเห็นมาก่อน น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบขาดจนน่าขนลุก "ดูเหมือนว่า 'ช่องโหว่' ที่คุณว่า... จะต้อนรับแขกไม่เชิญเข้ามาต้อนรับเราซะแล้วล่ะครับ หัวหน้า" สิ้นคำพูดนั้น ความมืดมิดเบื้องหน้าก็ระเบิดออกพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ ท่ามกลางเงาสัตว์ประหลาดนับสิบที่พุ่งทะยานออกมา ดวงตาสีแดงฉานนับคู่จับจ้องมาที่พวกเขาราวกับจะกลืนกินทั้งเป็น ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ความตายกำลังพุ่งเข้าประชิด ฟีนิกซ์กลับเหลือบไปเห็นรอยยิ้มมุมปากของคีย์—รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่พร้อมจะเดิมพันทุกอย่างเคียงข้างเขา "ถ้าพวกมันกล้าแตะต้องคนของผม..." คีย์กระซิบเสียงลอดไรเฟิล แววตาคมกริบลั่นไกพร้อมรอยยิ้มท้าทาย "...ผมจะส่งมันกลับนรกให้หมดเลยครับ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและฟินจิกหมอนไปกับคู่กัดสุดแสบของเราในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%