สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 11

เบาะแสของกลุ่มกบฏ

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของซากศพมอนสเตอร์ระดับสูงผสมปนเปกันจนน่าคลื่นไส้ แต่สิ่งเดียวที่ดึงดูดสมาธิของฟีนิกซ์ในเวลานี้ กลับไม่ใช่กลิ่นซากเน่าเฟะเหล่านั้น หากแต่เป็นแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังนั่งยอง ๆ อยู่เบื้องหน้า มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำกำลังบรรจงใช้มีดพกสั้นกรีดแกะแผ่นศิลาโบราณที่ฝังอยู่กับผนังหินบิดเบี้ยวของดันเจี้ยนชั้นใต้ดิน "อย่าขยับแรงนักสครับ หัวหน้าฟีนิกซ์... ถ้าคุณทำแท่นกลไกนี้ลั่น เราคงได้กลายเป็นเนื้อบดละเอียดเคลือบซอสชีสเวทมนตร์กันก่อนจะได้ออกไปจิบกาแฟอุ่น ๆ แน่ครับ" เสียงทุ้มติดจะยียวนกวนประสาทเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน คีย์ไม่ได้หันกลับมามอง แต่หัวไหล่ที่ไหวเล็กน้อยบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวกำลังแอบยิ้มเยาะอยู่ภายใต้หน้ากากกันพิษ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเข้มขยับตัวอย่างคล่องแคล่ว ปลายกระบอกปืนไรเฟิลคู่ใจถูกเหน็บไว้ที่ด้านหลังอย่างหมิ่นเหม่ ทว่าทุกย่างก้าวและการเคลื่อนไหวกลับแม่นยำราวจับวาง ฟีนิกซ์กัดกรามแน่น ขบกรามจนสันนูนขึ้นอย่างขัดใจ ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงลับที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตกมายา นี่คือดันเจี้ยนรกร้างที่ถูกประกาศว่า "เคลียร์แล้ว" เมื่อสามปีก่อน แต่เบื้องลึกกลับซุกซ่อนห้องลับที่เต็มไปด้วยแผนผังการโจมตีเมืองหลวง และรายชื่อขุนนางระดับสูงที่ถูกกาหัวด้วยหมึกสีแดงฉาน "นายเลิกพูดจาเหลวไหลแล้วรีบจัดการให้มันเสร็จ ๆ ไปสักทีเถอะคีย์ เวลาของเรามีจำกัด และฉันไม่ชอบการติดอยู่ในหลุมหนูสกปรกนี้นานเกินความจำเป็น" ฟีนิกซ์ตอบเสียงเย็นชา สองมือยกปืนกลเบาคู่กายขึ้นตั้งรับระวังภัย ดวงตาสอดส่องความผิดปกติในความมืดสลัว "โห ใจร้ายจังนะครับ หัวหน้าคนสวย... เอ้ย หัวหน้าหน่วยสุดโหด" คีย์แกล้งดัดเสียงสูง ทำทีเป็นตกอกตกใจก่อนจะหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างไม่ยี่หี้ "ที่นี่ออกจะโรแมนติก แสงไฟจากผลึกมานาสีม่วงกะพริบวิบวับ ยิ่งมีคุณมายืนทำหน้ายักษ์อยู่ข้าง ๆ แบบนี้ บรรยากาศมันชวนให้นึกถึงดินเนอร์ใต้แสงเทียนในคุกใต้ดินเลยนะครับ ว่าไหม?" "ถ้าปากนายยังว่างนัก ฉันจะหาลูกกระสุนมาอุดมันให้เอง คีย์" ฟีนิกซ์หันขวับไปมองค้อนตาควาย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างเพรียวบางจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา แต่ดูเหมือนว่าสไนเปอร์หนุ่มจอมกวนจะไม่สะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย เขากลับส่งยิ้มพราวเสน่ห์ผ่านแว่นตานิรภัยมาให้ เสี้ยววินาทีนั้น แสงสีม่วงจากผลึกเวทมนตร์ที่กระทบลงบนโครงหน้าคมคายทำให้ฟีนิกซ์เผลอชะงักไปชั่วขณะ... ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้มีดีแค่ฝีมือยิงปืนไกลร้อยเมตรกับความกวนประสาทหรือไง ทำไมรอยยิ้มแบบนั้นถึงได้... น่าหงุดหงิดชะมัด "เสร็จพอดีครับ..." คีย์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่เริ่มเป็นพิษ มือหนาดึงแผ่นหนังโบราณที่สลักด้วยเวทมนตร์เข้ารหัสออกมาจากผนังได้อย่างแนบเนียน ดวงตาคมกราบกวาดมองตัวอักษรโบราณที่เรืองแสงริบหรี่ "โอ้โฮ ดูนี่สิครับคุณหัวหน้า... กลุ่มกบฏเงาทมิฬไม่ได้แค่แอบซ่อนตัวธรรมดา แต่พวกมันกำลังจะทำพิธีกรรมเปิดประตูมิติขนาดใหญ่เพื่อปล่อยกองทัพอสูรเข้ากลางเมืองหลวงในคืนวันพระจันทร์สีเลือดนี้" ฟีนิกซ์พุ่งตัวเข้าไปใกล้ทันที สายตากวาดมองตัวเลขและแผนที่บนแผ่นหนังนั้น หัวใจกระตุกวูบด้วยความตื่นตระหนก ข้อมูลทั้งหมดระบุพิกัดจุดอ่อนของม่านพลังป้องกันเมืองหลวงอย่างละเอียด ชัดเจนว่ามีหนอนกระเทือนไส้ระดับสูงคอยส่งข่าวให้พวกกบฏ "นี่มัน... แผนการกบฏครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ" ฟีนิกซ์พึมพำเสียงเครียด สีหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด "ถ้าพวกมันทำสำเร็จ เมืองหลวงจะพังพินาศภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ประชาชนนับแสนคนจะ..." "จะกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของพวกอสูรคลั่ง" คีย์ต่อประโยคให้ น้ำเสียงที่เคยติดตลกเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงความจริงจังและแววตาสคมกริบที่ซ่อนความเจ็บปวดจากอดีตไว้ชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ฟีนิกซ์ไม่เคยเห็นมาก่อน "และไอ้คนที่อยู่เบื้องหลังแผนการนี้... ก็คือคน ๆ เดียวกับที่ฆ่าทีมเก่าของผมเมื่อสามปีก่อน" บรรยากาศในห้องโถงลับพลันเงียบสงบลงทันที ฟีนิกซ์หันไปมองคนข้างกาย แผ่นหลังที่เคยดูสบาย ๆ กลับตั้งตรงขึ้น รังสีความกดดันบางอย่างแผ่ออกมาจากตัวของสไนเปอร์หนุ่มจนเขารู้สึกได้ ความรู้สึกต่อต้านและรำคาญใจที่มีต่อคีย์ก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เปลี่ยนเป็นความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ฟีนิกซ์ขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว มือเรียวยื่นไปแตะที่ลาดไหล่กว้างนั้นแผ่วเบา เป็นการสัมผัสปลอบโยนครั้งแรกที่ไร้ซึ่งคำพูดใด ๆ คีย์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมาสบตา ใบหน้าที่มักมีรอยยิ้มกวนประสาทประดับอยู่เวลานี้กลับเรียบเฉย ทว่าประกายในดวงตากลับไหววูบ "นาย..." ฟีนิกซ์เอ่ยเสียงแผ่วเบา ต่างฝ่ายต่างยืนประชิดกันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาปะทะผิว "เป็นห่วงผมเหรอครับ หัวหน้า?" คีย์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยเสน่ห์อันตราย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "ถ้าเราออกไปจากที่นี่ไม่ได้... คุณจะเสียดายไหมครับที่ยังไม่ได้จูบลาผมสักครั้ง?" "นายมัน..." ฟีนิกซ์เม้มปากแน่น ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายปนโมโห มือที่ถือปืนอยู่แทบจะยกขึ้นมาเคาะหัวคนฉวยโอกาสสักทีสองที "ในสถานการณ์แบบนี้ นายยังจะมีอารมณ์มาพูดเรื่องไร้สาระอีก.!" "ผมไม่ได้พูดเล่นนะ..." คีย์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก ดวงตาคมจ้องมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างถือวิสาสะ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน ทำให้หัวใจของฟีนิกซ์เต้นรัวระส่ำไม่เป็นจังหวะ ยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ระดับบอสเสียอีก ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะทันได้สัมผัสกัน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์ทางเข้าด้านนอก พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดแก้วหู *“ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... น่าเสียดายที่พวกแกไม่มีโอกาสได้ไปออกเดทกันข้างนอกหรอกนะ”* สิ้นเสียงนั้น แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ก็สว่างพรึบขึ้น เผยให้เห็นเงาร่างของกลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากอนูบิสยืนปิดล้อมทางออกไว้ทุกด้าน และตรงกลางวงล้อมนั้น... คือร่างสูงสง่าของชายสวมผ้าคลุมสีเงินที่ถือดาบอาคมเรืองแสงสีเลือด ดวงตาภายใต้หน้ากากจ้องมองมาที่พวกเขานิ่งสนิท พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ส่อแววอันตรายถึงชีวิต ฟีนิกซ์ผละออกจากอ้อมกอดของคีย์อย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักรบตื่นตัวเต็มที่ มือกระชับปืนกลในมือมั่น ทว่าเมื่อกวาดตามองรอบตัว หัวใจก็ต้องกระตุกวูบไปถึงตาตุ่ม—พวกมันไม่ได้มาแค่ลูกน้องระดับล่าง แต่ผู้นำกลุ่มกบฏตัวจริงมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว และทางหนีทีไล่ทั้งหมดถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์แบบ! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ชาโดว์ฮันเตอร์" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%