สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 12

ปฏิบัติการลอบสังหาร

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ คละคลุ้งปะปนกับฝุ่นผงคอนกรีตที่ร่วงกราวลงมาจากเพดานชั้นใต้ดินของซากอาคารวิจัยร้าง ใจกลางดันเจี้ยนระดับ S สภาพแวดล้อมรอบตัวถูกบีบอัดด้วยแรงกดดันมหาศาลจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ความเป็นและความตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายนั้น คีย์กลับยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เขาสะบัดกระบอกสไนเปอร์คู่ใจในมืออย่างคล่องแคล่ว ราวกับมันเป็นเพียงของเล่นชิ้นโปรดในงานปาร์ตี้ ไม่ใช่อาวุธสังหารที่ต้องแลกมาด้วยลมหายใจของศัตรู "ทางหนีถูกปิดตาย ผู้นำกบฏระดับคอมมานโดมายืนต้อนรับด้วยตัวเองแถมพกพวกลิ่วล้อมาอีกนับสิบ... สเปกงานแบบนี้ ถ้าเป็นบริษัทจัดหางาน ผมคงต้องขอโบนัสเพิ่มสักสามเท่าแล้วล่ะครับ ผู้กองฟีนิกซ์" เสียงทุ้มติดยียวนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน คีย์ไม่ได้สะทกสะท้านต่อสถานการณ์ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับก้าวเท้าเข้าไปยืนเคียงข้างร่างโปร่งของหัวหน้าหน่วยกู้ภัยที่กำลังยืนหลังชนเสาปูนคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างระแวดระวัง ฟีนิกซ์ปรายตามองคนข้างกายด้วยแววตาเย็นเยียบ ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้มโดยสิ้นเชิง นิ้วเรียวยาวกระชับด้ามปืนกลในมือแน่นจนข้อต่องอขาว "นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นตลกนะครับ คุณคีย์ ถ้ากระสุนนัดแรกของคุณพลาดเป้า เราสองคนคงได้กลายเป็นปุ๋ยอยู่ใต้ซากตึกนี้ก่อนจะได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกรอบแน่" "โอ้... เป็นห่วงกันสินะครับเนี่ย ดีใจจัง" คีย์หัวเราะในลำคอ แสร้งทำเป็นยกมือขึ้นทาบอกด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้ "วางใจเถอะครับ มือปืนระดับท็อปของหน่วยซุ่มยิงไม่เคยรู้จักคำว่าพลาดหรอก... ยกเว้นเสียแต่ว่า มีใครบางคนแถวนี้จะยืนเก๊กหล่อจนทำให้ผมเสียสมาธิซะก่อน" "หุบปากแล้วใช้สตาตัสในหัวคำนวณวิถีกระสุนซะ คุณคีย์" ฟีนิกซ์กัดฟันกรอด สันจรามขยับนูนขึ้นด้วยความหงุดหงิดกับความกวนประสาทที่ไม่ถูกเวลาของอีกฝ่าย แต่กระนั้น เขากลับขยับไหล่เข้ามาแนบชิดกับแผ่นหลังของสไนเปอร์หนุ่มโดยสัญชาตญาณ สร้างพื้นที่ป้องกันร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ ณ เบื้องหน้าของพวกเขา เงาร่างมหึมาของ 'วาลคิรี' ผู้นำกบฏผู้กุมรหัสลับของดันเจี้ยนกำลังก้าวเท้าเข้ามาช้า ๆ เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้องกังวาน ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะกันกระสุนสีดำสนิทแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว มันยกปืนพลาสม่าขนาดใหญ่ขึ้นพาดบ่า ดวงตาสดสีแดงฉานภายใต้หน้ากากเหล็กจ้องมองตรงมาที่พวกเขาราวกับเหยื่อในกรงขัง "คิดว่าหนีพ้นงั้นเหรอ เจ้าพวกแมลงสาบ" เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านเครื่องแปลงเสียงจนฟังดูน่าขนลุก "ห้องวิจัยนี้คือหลุมศพของพวกแก!" ทันทีที่สิ้นเสียงคำราม ร่างของลิ่วล้อระดับล่างนับสิบก็พุ่งทะยานออกมาจากความมืดรอบทิศทาง กระสุนพลังงานและคมดาบพุ่งเข้าใส่จุดที่พวกเขายืนอยู่ราวกับห่าฝน "เริ่มงานกันเถอะครับท่านหัวหน้า!" คีย์ตวัดสายตาเปลี่ยนเป็นจริงจังในเสี้ยววินาที ร่างสูงดีดตัวกระโดดขึ้นไปบนซากคานเหล็กที่ห้อยโตงเตงอยู่เหนือหัวอย่างคล่องแคล่วราวกับแมวป่า สไนเปอร์คู่ใจถูกยกประทับบ่าอย่างไร้ที่ติ นิ้วชี้แตะไกปืนนิ่งสนิทแม้ร่างกายจะเหินอยู่กลางอากาศ ปัง! ปัง! ปัง! เสียงคำรามของกระสุนเจาะเกราะดังสนั่นหวั่นไหวทุกครั้งที่คีย์ลั่นไก ทุกนัดที่ถูกยิงออกไปแม่นยำราวกับจับวาง กระสุนทะลุผ่านหมวกเกราะของศัตรูที่อยู่ไกลออกไปหลายร้อยเมตรล้มคว่ำลงทีละคนอย่างไร้ทางสู้ แรงถีบของปืนไม่ได้ทำให้ทิศทางของเขาเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าอาวุธชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขาไปแล้ว เบื้องล่าง ฟีนิกซ์ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า หัวหน้าหน่วยกู้ภัยเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด ปืนกลในมือสาดกระสุนคุ้มกันเส้นทางถอยและสกัดกั้นพวกที่พยายามจะปีนขึ้นไปหาคีย์ ท่วงท่าการต่อสู้ของฟีนิกซ์งดงามและดุดันในเวลาเดียวกัน ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยระเบียบวินัยและการคำนวณอย่างแม่นยำ แม้สถานการณ์จะตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด แต่เคมีและความเข้าขาของคนทั้งคู่กลับทำให้สมรภูมิเดือดระอุนี้กลายเป็นเวทีโชว์ศักยภาพที่น่าทึ่ง คีย์คอยสอยเป้าหมายระยะไกลที่อาจเป็นอันตรายต่อฟีนิกซ์ ในขณะที่ฟีนิกซ์คอยเคลียร์พื้นที่รอบตัวให้คีย์สามารถลั่นไกได้อย่างไร้กังวล ทว่า ผู้นำกบฏอย่างวาลคิรีหาใช่ศัตรูไก่กา เมื่อเห็นลูกน้องล้มลงทีละคน วาลคิรีก็คำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว มันสะบัดแขนขวา ปืนพลาสม่าพลังงานสูงถูกเหนี่ยวไกยิงลำแสงสีฟ้าพุ่งตรงเข้าใส่คีย์ที่กำลังเล็งเป้าอยู่บนคานเหล็กอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ! "ระวังข้างบน! คีย์!" ฟีนิกซ์เบิกตากว้าง สัญชาตญาณการปกป้องพุ่งพล่านขึ้นมาเหนือสิ่งอื่นใด เขาทิ้งแนวป้องกันของตัวเอง พุ่งทะยานตัวสุดแรงเกิดเข้าหากลางห้องโถง แล้วกระโจนเข้าใส่ร่างของสไนเปอร์หนุ่มจนกลิ้งตลบไปกับพื้นคอนกรีต ตูมมม! เสี้ยววินาทีที่ทั้งคู่พ้นจากจุดนั้น คานเหล็กที่คีย์เคยยืนอยู่ก็ระเบิดเป็นจุล เศษเหล็กและประกายไฟกระจายไปทั่วสารทิศ แรงอัดกระแทกทำให้ร่างของทั้งสองกระเด็นไปกระแทกเข้ากับผนังห้องอีกด้านอย่างแรง คีย์โอบเอวสอบของฟีนิกซ์ไว้แน่นเพื่อรับแรงกระแทกแทน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด กลิ่นอายเฉพาะตัวและเหงื่อจากการต่อสู้ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หัวใจของทั้งสองคนเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวจากศัตรู แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนเกินความจำเป็น ฟีนิกซ์ซบหน้าลงกับแผงอกแกร่งโดยไม่ได้ตั้งใจ รู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของอีกฝ่าย ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบตากับคนด้านบนที่มองมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เช่นเคย แม้ในสถานการณ์ที่เฉียดตายแบบนี้ เจ้าตัวก็ยังไม่วายส่งสายตาแพรวพราวมาให้ "เป็นห่วงผมขนาดนี้เลยเหรอครับผู้กอง... ตัวติดกันแบบนี้ ผมชักจะเริ่มติดใจสเปกงานนี้เข้าแล้วสิ" คีย์กระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือความขี้เล่นแต่แฝงความจริงจังบางอย่างที่ทำให้หัวใจของฟีนิกซ์กระตุกวูบ "ผมแค่ไม่อยากแบกศพคุณกลับออกไปต่างหากล่ะครับ ปล่อยได้แล้ว!" ฟีนิกซ์ขยับตัวจะผละออก แต่ทว่า... คลิック—! เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบื้องหน้า ทั้งคีย์และฟีนิกซ์ชะביקการเคลื่อนไหวทันที สัญชาตญาณนักรบกรีดร้องเตือนภัยสุดขีด พวกเขาทั้งคู่ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองตามต้นเสียง และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจสะดุดกักค้าง วาลคิรีไม่ได้เข้ามารุมโจมตี แต่ร่างมหึมานั้นกลับยืนอยู่หน้าแผงควบคุมระบบทำลายล้างของดันเจี้ยน มือหนากำลังกดสวิตช์สีแดงฉานลงไปครึ่งทางแล้ว! ไฟสีแดงกะพริบวาบไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ระบบ AI ดังขึ้นเป็นจังหวะกระชั้นชิด [ตรวจพบการเปิดใช้งานระบบทำลายล้างตัวเอง... ระยะเวลาถอยหลัง: 60 วินาที] วาลคิรีหัวเราะลั่นอย่างสะใจ หน้ากากเหล็กสะท้อนแสงไฟสีแดงฉาน "ถ้าพวกแกไม่ออกไป... ก็จงตายฝังกลบไปพร้อมกับความลับของที่นี่ซะเถอะ!" ฟีนิกซ์ขมวดคิ้วมุ่น สถานการณ์เลวร้ายลงถึงขีดสุด ทางหนีถูกตัดขาด เวลาเหลือเพียงหนึ่งนาที และระบบทำลายล้างกำลังจะทำงาน ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้ขยับตัวแก้เกม คีย์ที่ยังคงคร่อมอยู่เหนือร่างของเขากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาสนุกสนานเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยประกายตาดุดันและลุ่มลึกอย่างที่ฟีนิกซ์ไม่เคยเห็นมาก่อน "ผู้กองครับ..." คีย์เอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าคมคายและหนักแน่นท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระรัว "ถ้าเราต้องตายด้วยกันตรงนี้จริง ๆ... ช่วยตอบคำถามผมก่อนตายข้อหนึ่งได้ไหมครับ ว่าที่คุณทำหน้าบึ้งใส่ผมมาตลอดทางเน้นย้ำว่าเกลียดผมนักหนਾเนี่ย... จริง ๆ แล้วแอบใจเต้นทุกครั้งที่ผมกวนประสาทใช่ไหมล่ะครับ?" ฟีนิกซ์ชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เลือดสูบฉีดพุ่งขึ้นมาบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นขณะที่สบตากับนัยน์ตาสีนิลที่พราวระยับและเต็มไปด้วยความจริงจังจนน่ากลัว เวลาถอยหลังบนหน้าจอดำเนินไปอย่างรวดเร็ว... 58... 57... 56... และก่อนที่ฟีนิกซ์จะทันได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือยอมรับ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์เบื้องหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีขาวที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะทามกลางกลุ่มควันและแสงไฟสีแดง... (โปรดติดตามตอนต่อไปครับ) -------------------------------------------------- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ! — ชาโดว์ฮันเตอร์
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%