ทัณฑ์สวาทพ่ายใจอดีตภรรยา•ตอนที่ 4

กฎที่ไร้ค่า

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
"บ้านหลังนี้... มีกฎระเบียบที่เธอควรจำให้ขึ้นใจ ตั้งแต่เรื่องการแต่งตัว เวลาเข้านอน ไปจนถึงสิทธิ์ในการก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของฉัน" เสียงทุ้มต่ำที่เคยดังก้องอยู่ในความทรงจำอันมืดมนเมื่อหลายปีก่อน ลอยวนเวียนกลับมาหลอกหลอน ทว่าในยามนี้ ศิรินทร์ไม่ได้เป็นหญิงสาวผู้หวาดกลัวและยอมก้มหัวให้กฎเกณฑ์ป่าเถื่อนเหล่านั้นอีกต่อไปแล้ว กลิ่นอายของความคุ้นเคยภายในห้องทำงานส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรูหราใจกลางเมือง กลับยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความน่าสมเพชของอดีตสามีที่กำลังยืนค้ำหัวเธอด้วยความเย่อหยิ่งที่หลงเหลือเป็นเศษเสี้ยวสุดท้าย ธามมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มขับเน้นสัดส่วนเย้ายวนที่เคยเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว บัดนี้เธอกลับยืนไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ปลายเรียวนิ้วเรียวสวยคีบแก้วคริสตัลบรรจุไวน์สีทับทิมแกว่งไกวช้าๆ โดยไม่แม้แต่จะปรายตาแลเขาผู้เป็นเจ้าของสถานที่ "คุณกำลังพยายามรื้อฟื้นเรื่องตลกอะไรอยู่นะคะ คุณธาม" ศิรินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยเจือแววเย้ยหยันชัดเจน ราวกับกำลังฟังเด็กน้อยท่องบทกลอนที่จำมาผิดๆ "มันไม่ใช่เรื่องตลก ศิรินทร์" ธามก้าวเท้าเข้าประชิด ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความกดดันที่เคยใช้ข่มขู่เธอได้ราบคาบในอดีต "ในเมื่อเธอก้าวเข้ามาเหยียบที่นี่ ในฐานะตัวแทนของบริษัทคู่ค้า เธอก็ควรจำใส่ใจว่าที่นี่มีกฎอะไรบ้าง ห้ามแตะต้องของส่วนตัว ห้ามขึ้นมาบนชั้นนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต และที่สำคัญ..." เขายื่นใบหน้าคมคายเข้ามาใกล้ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมี้ลด์แอลกอฮอล์จางๆ "ห้ามทำตัวสนิทสนมกับไอ้เด็กนั่นเกินขอบเขตงาน" "หมายถึงรวิศสินะคะ" ศิรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดหันกลับมาสบประสานกับดวงตาคมดุของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "น่าขันสิ้นดีนะคะ คุณเอาสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งกับดิฉัน ในเมื่อสถานะของเราในตอนนี้ มันเป็นเพียงแค่ 'คนแปลกหน้า' ที่บังเอิญต้องมาทำงานร่วมกันเท่านั้น" คำว่า 'คนแปลกหน้า' บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของธามราวกับคมมีดกรีดซ้ำรอยแผลเก่า ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้สูทราคาแพงเริ่มปะทุขึ้นเมื่อถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย "คนแปลกหน้าอย่างนั้นเหรอ? เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าร่างกายนี้... ทุกตารางนิ้วของเธอ เคยเป็นของฉัน เป็นสมบัติที่ฉันตีตราจองไว้คนเดียว!" ธามหมดความอดทน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวแล้วดึงรั้งร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรง แรงปะทะทำให้แก้วไวน์ในมือศิรินทร์เกือบหลุดร่วง โชคดีที่เธอยังตั้งสติวางมันลงบนโต๊ะข้างๆ ได้ทันท่วงที แต่แววตาของเธอยังคงนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกหวาดกลัว มีเพียงประกายความเกลียดชังที่ลุกโชนอยู่ภายใน "ปล่อยค่ะ!" ศิรินทร์สะบัดแขนออกอย่างรุนแรง ทว่าธามกลับยิ่งใช้วงแขนแข็งแกร่งดึงรั้งเธอเข้าประชิดจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับปทุมถันอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อสูท เนื้อตัวของทั้งคู่ร้อนระอุขึ้นมาทันทีเมื่อปะทะกัน กลิ่นกายหอมหวานรัญจวนใจของดอกไม้ป่าที่ผสมผสานกับความเย็นชาของเธอกำลังปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นอย่างบ้าคลั่ง "คิดถึงฉันบ้างไหม... เวลาที่อยู่กับไอ้เด็กนั่น" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนผ่าวที่กดจูบลงบนซอกคอขาวผ่องอย่างถือวิสาสะ "ทุเรศ!" ศิรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสะท้านไหวไม่ใช่เพราะความพิศวาส แต่เป็นเพราะความโกรธแค้นที่พุ่งพล่าน มือเรียวเล็กเงื้อง่าขึ้นหมายจะตบหน้าคนอวดดี ทว่าธามไวรัสกว่า เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้หลังไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธ้ารับรสจูบที่โหยหาและรauร้าว ริมฝีปากหนาประกบลงมาอย่างไร้ความปรานี เป็นการจูบที่เปี่ยมไปด้วยความหึงหวง ความโกรธ และความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน ศิรินทร์พยายามเบือนหน้าหนีและเม้มริมฝีปากแน่น แต่ธามไม่ยอมแพ้ ลิ้นร้อนใช้วิธีรุกรานขบเม้มริมฝีปากอิ่มจนเธอต้องเผยอรับความเจ็บปวดและวาบหวามที่เขาป้อนให้ รสจูบที่ทั้งดุดันและเร่าร้อนค่อยๆ หลอมละลายความแข็งกร้าวของหญิงสาวลงทีละน้อย กลิ่นอายของความคุ้นเคยในอดีตถาโถมเข้ามาจนหัวใจทรยศเต้นระรัวอย่างไม่รักดี มือหนาเริ่มไม่อยู่นิ่ง มันสอดลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของแผ่นหลัง สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าอารมณ์สวาทที่ซ่อนเร้นให้ตื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว ศิรินทร์หอบหายใจสะท้าน เมื่อเรียวปากร้อนแรงของเขาเลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ซอกคอระหง ขบเม้มสร้างรอยรักสีจางบนผิวเนื้อเนียนอย่างเอาแต่ใจ สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มพร่าเลือนไปกับสัมผัสวาบหวามที่ชายหนุ่มจงใจมอมเมา เคมีอันร้อนแรงระหว่างอดีตสามีภรรยาคู่นี้ยังคงทรงพลังและทำลายล้างความตั้งใจทั้งหมดของเธอให้พังทลายลงในชั่วพริบตา "คุณมัน... เลวที่สุด..." เธอกระซิบเสียงพร่า ขณะที่มือเรียวที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระค่อยๆ เลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาโดยสัญชาตญาณ ดึงรั้งให้ร่างสูงเข้ามารับสัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเพลิงสวาทอันร้อนระอุและคราบน้ำตาแห่งความเจ็บปวดที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องลึก ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์กำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของรวิศที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่ทันอนุญาต "คุณรินครับ เรื่องเอกสารสัญญาฉบับใหม่... เอ่อ... ขอโทษครับ ผมมาขัดจังหวะหรือเปล่าครับ" ศิรินทร์เบิกตากว้าง สติทั้งหมดกลับคืนมาในเสี้ยววินาที เธอผลักร่างของธามออกสุดแรงด้วยความตกใจ ขณะที่ธามหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ บรรยากาศที่เคยร้อนระอุกลับเย็นเยียบลงทันตาเห็น ธามแค่นยิ้มหยันให้กับสภาพกระเซอะกระเซิงของตัวเองและอดีตภรรยา ก่อนที่สายตาคมกริบจะเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่รวิศถือติดมือเข้ามาเพื่อเตรียมให้ศิรินทร์เซ็น มันคือใบรับรองแพทย์ และเอกสารผลการตรวจสุขภาพประจำปี... ที่มีชื่อของเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่งระบุไว้ชัดเจน พร้อมกับรอยยิ้มของรวิศที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "พอดีผลตรวจกรุ๊ปเลือดของ 'น้องธันวา' ลูกชายบุญธรรมที่ผมช่วยคุณรินดูแล ออกมาแล้วนะครับ... และบังเอิญเหลือเกิน ที่กรุ๊ปเลือดหายากแบบนี้ มันดันตรงกับคุณธามพอดีเลยล่ะครับ" รสรินกลิ่นกำมะหยี่ (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทพ่ายใจอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%