ทัณฑ์สวาทพ่ายใจอดีตภรรยา•ตอนที่ 16

คำสารภาพในความมืด

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ราคาแพงคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นภายในเพนต์เฮาส์หรูที่บัดนี้ไม่ต่างอะไรจากซากปรักหักพังทางความรู้สึก ศิรินทร์กวาดสายตามองร่างสูงใหญ่ที่ฟุบอยู่กับโซฟาหนังราคาแพง เปลือกตาของธามปิดสนิท ทว่าคิ้วหนายังคงขมวดเข้าหากันแน่นราวกับแม้แต่ในยามหมดสติ เขาก็ยังถูกจองจำไว้ด้วยภาพหลอนและตราบาปที่ตนเองเป็นผู้ก่อขึ้น เสียงฝีเท้าเบาหวิวของเธอบนพื้นพรมไม่ได้ปลุกให้คนที่จมดิ่งในฤทธิ์สุราตื่นขึ้นทันที ศิรินทร์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าอดีตสามี ผู้ชายที่เคยใช้วาจาร้ายกาจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ผู้ชายที่เคยประกาศกร้าวว่าต่อให้เธอตายต่อหน้า เขาก็จะไม่ชายตาแล แต่วันนี้... สภาพของเขาช่างน่าสมเพชเสียจนเธอนึกเวทนา "ริน..." เสียงแหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผากของธาม เขายังไม่ลืมตา แต่มือหนากลับคว้าสะเปะสะปะไปในอากาศราวกับกำลังไขว่คว้าเงาเลือนราง ศิรินทร์ถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างระมัดระวัง ไม่คิดจะยื่นมือออกไปสัมผัสความเปราะบางจอมปลอมนั้น "คุณธาม เรียกสติหน่อยค่ะ ดิฉันมาที่นี่เพราะเอกสารหย่าที่ยังเคลียร์ไม่เรียบร้อย ไม่ได้มีเวลามานั่งเฝ้าคนเมามาย" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งเยื่อใยราวกับกำลังพูดคุยกับคนแปลกหน้า คำพูดนั้นราวกับมีฤทธิ์เดชพอกลั่นแกล้งหัวใจที่บอบช้ำ ธามสะดุ้งเฮือกเปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ลืมขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยและหยาดน้ำใสคลอหน่วย ผู้ชายที่เคยทะนงตนในศักดิ์ศรีและอำนาจ บัดนี้กำลังเงยหน้ามองเธอด้วยแววตาที่แตกสลายไม่เหลือชิ้นดี "ริน... เธอมาจริงๆ ด้วย" ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบแห้งและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก "ฉันตาฝาดไปอีกแล้วสินะ... ฉันมันโง่เง่าเอง ฉันถึงได้ผลักไสผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตออกไป" ศิรินทร์นิ่งเงียบ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่เป็นกำแพงกั้นระหว่างเธอกับเขา แววตาของเธอไม่มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงความว่างเปล่า ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่บาดลึกหัวใจของธามมากที่สุด "คุณไม่ได้ตาฝาดหريكคะ ฉันยืนอยู่ตรงนี้เพื่อเคลียร์เรื่องของเราให้จบๆ ไป" เธอย้ำเตือนความจริงที่โหดร้าย ธามยันกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ร่างกายสูงใหญ่เซถลาเกือบล้มแต่ก็ฝืนยืนหยัดไว้ได้ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ กลิ่นแอลกอฮอล์พวยพุ่งเข้าปะทะจมูก ทว่าสิ่งที่รุนแรงยิ่งกว่าคือหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบสองข้างแก้มของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "ริน... ขอร้องล่ะ มองหน้าฉันที" มือหนาสั่นเทาเอื้อมหมายจะแตะลงบนไหล่บาง แต่ศิรินทร์กลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยาที่สะท้อนถึงความรังเกียจเดียดฉันท์นั้นทำให้ธามสะอื้นฮักออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน "อย่าแตะต้องตัวฉันค่ะ" เธอกล่าวเสียงเฉียบขาด "เราหย่าขาดจากกันทางพฤติกรรมและความรู้สึกมานานแล้ว เหลือแค่กระดาษแผ่นเดียวเท่านั้น อย่าทำตัวให้มันน่าสมเพชไปมากกว่านี้เลยค่ะ คุณธาม" "ฉันมันน่าสมเพช... ใช่ ฉันมันเลวทรามต่ำช้า!" ธามตะโกนก้อง น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไร้การควบคุม ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับเดือนระเบิดออกมาในคืนที่มืดมิดนี้ "วันที่เธอเจ็บปวดที่สุด วันที่เธอร้องขอความเห็นใจจากฉัน... ฉันกลับเมินเฉย ฉันทำร้ายเธอสารพัดราวกับเธอไม่ใช่คน ทั้งหมดก็เพราะความทิฐิโง่เง่าของฉันเอง!" ศิรินทร์หลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่วูบไหวขึ้นมาในอก อดีตอันเจ็บปวดเหล่านั้น... เธอใช้หยาดน้ำตาและเลือดเนื้อของตัวเองกัดฟันก้าวผ่านมาได้ด้วยความยากลำบาก การที่เขามาร้องไห้คร่ำครวญในวันนี้ มันไม่ได้ช่วยลบเลือนรอยแผลเป็นในใจเธอบาดลึกเพียงใด "สายไปแล้วค่ะ" ศิรินทร์ลืมตาขึ้น สบตาเขาตรงๆ ด้วยแววตาที่แข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยว "ความเจ็บปวดที่คุณมอบให้มันมากเกินกว่าที่คำขอโทษกระจอกๆ จะชดเชยได้ คุณเพิ่งมารู้คุณค่าในวันที่ของชิ้นนั้นมันแตกละเอียดไม่มีชิ้นดีแล้ว คุณคิดว่าโลกนี้มันหมุนตามใจคุณหรือคะ คุณธาม?" ธามส่ายหัวช้าๆ หัวใจของเขาเจ็บปวดร้าวรานราวกับถูกไฟแผดเผา เขาทรุดตัวลงคุกเข่าแทบเท้าของเธอ มือหนาควชายชายกระโปรงของเธอไว้แน่นราวกับคนจมน้ำกำลังไขว่คว้าท่อนไม้สุดท้าย "ลงโทษฉันสิรินทร์! จะตบ จะตี จะเหยียบย่ำฉันยังไงก็ได้ แต่อย่าทำเหมือนฉันเป็นแค่อากาศธาตุแบบนี้เลย... ฉันขาดเธอไม่ได้ ริน... ขอร้องล่ะ ให้โอกาสฉันแก้ตัวอีกสักครั้งนะ" ภาพของอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพลกำลังก้มกราบแทบเท้า หญิงสาวก้มมองด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน มันมีความสะใจลึกๆ อยู่ในอก แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีความเหนื่อยล้า เธอสูญเสียศรัทธาในความรักไปหมดสิ้นแล้วตั้งแต่วันที่เขาเลือกจะขยี้หัวใจเธอ ศิรินทร์ย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางของเขาขึ้นบังคับให้เขาต้องสบตากับเธอ ริมฝีปากบางแย้มยิ้มเยาะหยันเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่งดงามทว่าเย็นชาจนน่ากลัว "โอกาสเหรอคะ? ตอนที่คุณเหยียบย่ำฉัน คุณเคยคิดถึงโอกาสบ้างไหม" เธอกระซิบเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากมัจจุราช "คุณจำได้ไหมวันที่ฉันสูญเสีย... วันที่คุณบอกว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของคุณ และไล่ฉันออกจากบ้านราวกับหมูเหมือนหมา" ธามชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาด รอยแผลในอดีตถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าต่อตา ความจริงที่ว่าเขาเคยทำลายสายเลือดและหัวใจของตัวเองด้วยมือคู่—มันกำลังบดขยี้สติสัมปชัญญะของเขาให้แหลกสลาย "ริน... เรื่องนั้น..." เขาละล่ำละลัก เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ไม่ต้องแก้ตัวค่ะ" ศิรินทร์สะบัดหน้าหนีอย่างไม่ไยดี เธอดึงชายกระโปรงออกจากมือเขาแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองลงมาที่เขาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความปรานี "เอกสารหย่าอยู่บนโต๊ะเซ็นชื่อซะ แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก" พูดจบ ศิรินทร์ก็หันหลังให้และก้าวเดินออกไปอย่างไร้เยื่อใย ปล่อยให้ธามนั่งคุกเข่าร้องไห้อย่างหมดสภาพอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของห้องกว้าง ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นประตูห้องรับแขก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ประตูห้องถูกผลเปิดออกโดยรวิศ ผู้ช่วยหนุ่มรุ่นน้องที่เธอวานให้มารับ ทว่าข้างกายเขากลับมีร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่งยืนอยู่ เด็กน้อยขยี้ตาด้วยความง่วงงุน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองศิรินทร์แล้วส่งเสียงเรียกใสแจ๋วที่ทำให้ลมหายใจของคนเป็นแม่สะดุดกึกลงไปถึงขั้วหัวใจ "คุณแม่ครับ... น้องวินง่วงนอนแล้วครับ ทำไมคุณแม่คุยกับคุณลุงนานจัง..." ธามที่นั่งหมดแรงอยู่บนพื้นสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกผีอำ เขารีบหันขวับไปตามเสียงนั้น นัยน์ตาแดงก่ำเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายตัวน้อยที่ถอดแบบพิมพ์เดียวมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่อารมณ์อันเข้มข้นนี้กับรสรินกลิ่นกำมะหยี่นะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทพ่ายใจอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%