แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่ร่วงหล่นลงบนพื้นพรมราคาแพง ส่งเสียงทึบหนักหน่วงราวกับก้อนหินที่ทุ่มลงกลางอกของธาม
ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววหยิ่งทะนงและเย็นชา บัดนี้กำลังเบิกกว้างจ้องมองกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าที่กระจัดกระจายอยู่แทบเท้า ลายมือชื่อ เสียงบันทึกการสนทนา และหลักฐานทางการเงินเมื่อสามปีก่อน มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันอย่างไร้ข้อกังขาว่า ศิรินทร์... อดีตภรรยาที่เขาเคยตราหน้าว่าไร้ยางอายและทะเยอทะยาน แท้จริงแล้วเป็นเพียงเหยื่อผู้บริสุทธิ์ของเกมการกลั่นแกล้งอันสกปรก
"คุณธามคะ... นี่คือเอกสารทั้งหมดที่ฝ่ายตรวจสอบภายในเพิ่งกู้คืนมาจากเซิร์ฟเวอร์สำนักงานเก่าค่ะ"
เสียงรายงานจากเลขานุการคนปัจจุบันสั่นน้อยๆ เมื่อเห็นใบหน้าของเจ้านายหนุ่มที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนสำนึกผิดที่โถมซัดเข้ามาดั่งคลื่นพายุคลั่ง ธามจำชื่อในเอกสารนั้นได้ขึ้นใจ... ‘นิภา’ อดีตเลขาฯ มือขวาผู้แสนเรียบร้อยและภักดีในสายตาของเขาในอดีต คือคนที่จงใจสลับเอกสาร ปลอมแปลงลายมือ และใส่ร้ายป้ายสีศิรินทร์ว่ายักยอกเงินบริษัทและมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับคู่ค้า จนทำให้เขาบันดาลโทสะไล่เธอออกจากบ้านอย่างไม่ใยดี ในคืนที่เธอกำลังตั้งครรภ์และร้องขอความเห็นใจจากเขาแทบขาดใจ
ภาพความทรงจำอันโหดร้ายในคืนนั้นย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ น้ำตาหยดเดียวของศิรินทร์ที่ร่วงหล่นลงบนหลังมือของเขาในวันไต่สวนคดีหย่า กลายเป็นคมมีดกรีดลึลงในเนื้อเยื่อที่ตายด้านของธามให้กลับมารู้สึกเจ็บปวดเจียนตายอีกครั้ง
"ออกไป..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันอย่างน่ากลัว ดวงตาแดงก่ำราวกับซาตานที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกอย่างเป็นชิ้นๆ "ออกไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้!"
เมื่อห้องทำงานส่วนตัวกลับมาเงียบสงบ ธามทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรม มือหนากำเศษกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ ความรู้สึกเกลียดชังตัวเองพุ่งพล่านจนจุกอก ผู้ชายที่อวดอ้างว่าฉลาดหลักแหลมและประสบความสำเร็จสูงสุดในแวดวงธุรกิจ กลับถูกผู้หญิงหน้าเงินคนหนึ่งหลอกใช้ให้ทำลายคนที่รักที่สุดด้วยมือของตัวเอง สามปีที่ผ่านมา... ศิรินทร์ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว ความอยุติธรรม และบาดแผลในจิตใจที่เขาเป็นคนสลักไว้ลงบนร่างและดวงวิญญาณของเธออย่างเลือดเย็น
ทว่า... ยิ่งความจริงปรากฏชัดเจนมากเท่าไหร่ ความปรารถนาที่จะชดใช้ก็ยิ่งแผดเผาหัวใจเขามากเท่านั้น แต่ทว่ากำแพงที่ศิรินทร์สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองในปัจจุบันนั้นสูงชันและเย็นชาเสียยิ่งกว่าภูเขาน้ำแข็ง โดยเฉพาะเมื่อมีรวิศ... ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมคอยยืนเคียงข้างและปกป้องเธอในทุกย่างก้าว ความหึงหวงบ้าคลั่งผสานกับความรู้สึกผิดบาปตีรวนอยู่ในอกจนเขาแทบหายใจไม่ออก
ในขณะเดียวกัน ณ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ศิรินทร์กำลังยืนมองทัศนียภาพยามเย็นผ่านกระจกใสบานใหญ่ มือเรียวสวยยกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบช้าๆ รสชาติฝาดเฝื่อนแต่หอมหวานบาดคอช่วยขับไล่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้เป็นอย่างดี วันนี้เธอเพิ่งชนะคดีใหญ่และได้เซ็นสัญญากับพาร์ทเนอร์ต่างชาติ รวิศซึ่งนั่งมองเธออยู่ไม่ไกลส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ พร้อมกับวางเอกสารชิ้นหนึ่งลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า
"รินครับ... ผมว่าคุณควรดูนี่หน่อย" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
ศิรินทร์เลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย เดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวนุ่ม ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองข้อความบนกระดาษพิมพ์จากนักสืบเอกชนที่รวิศจ้างมาจับตาดูความเคลื่อนไหวของธาม ข้อมูลระบุว่าอดีตสามีของเธอกำลังคลั่งไคล้และตามล่าหาความจริงเกี่ยวกับคดีเมื่อสามปีก่อนอย่างบ้าคลั่ง และตอนนี้... เขาก็ลากคอ ‘นิภา’ มาสอบสวนด้วยตัวเองแล้ว
มุมปากอิ่มสลักรอยยิ้มเยาะหยันขึ้นอย่างเย็นชา รินวางแก้วไวน์ลงกระทบกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ง’
"ช้าไปสามปี... คนอย่างคุณธาม เพิ่งจะมารู้สึกตัวว่าตัวเองโง่เง่าเอาป่านนี้ มันไม่สายไปหน่อยเหรอคะรวิศ" ศิรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่ มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวยิ่งกว่า
"คุณยังเจ็บอยู่ไหมริน..." รวิศเอื้อมมือมาหมายจะกุมมือเรียว แต่มือบางกลับชักหลบอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกับส่งยิ้มบางเบาที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นกลับไปให้
"ความเจ็บปวดมันสอนให้รินเข้มแข็งขึ้นค่ะรวิศ และตอนนี้... รินก็ไม่ได้รอคอยคำขอโทษจากใครทั้งนั้น"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างสงบ เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นขัดจังหวะ รวิศขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเพราะเวลานี้ดึกมากแล้วและไม่ควรมีใครมารบกวน ศิรินทร์พยักเพยิดให้ชายหนุ่มไปเปิดประตู โดยไม่ได้คาดคิดเลยว่า... ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหลังบานประตูนั้นจะไม่ใช่พนักงานส่งของ หรือคนรู้จักธรรมดา
ทันทีที่บานประตูเปิดอ้าออก ธามในสภาพเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ ปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นแผงอกครึ่งหนึ่งและร่องรอยความเหนื่อยล้า ดวงตาคมกริบสีดำสนิทคู่นั้นกวาดผ่านรวิศไปอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะพุ่งตรงมาที่ร่างบางของศิรินทร์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาด้วยแววตาสั่นระริกเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิด
ธามก้าวเท้าฝ่าความตกตะลึงเข้ามาในห้องโดยไม่สนใจเสียงท้วงติงของรวิศ เขารemember ทุกถ้อยคำที่เคยพูดทำร้ายจิตใจเธอ และในวินาทีนี้... ชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับคุกเข่าลงแทบเท้าของศิรินทร์ ท่ามกลางความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจของหญิงสาว
"ริน..." เสียงทุ้มแหบพร่าสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ มือหนาสั่นเทาเอื้อมออกไปหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ แต่ต้องชะงักค้างไว้กลางอากาศเมื่อได้ยินเสียงหัวנסดเบาๆ จากริมฝีปากอิ่มสวยที่ก้มลงมองเขาด้วยสายตาราวกับมองเศษฝุ่น
"คุณธาม... ทำตัวต่ำตมยิ่งกว่าเดิมเสียอีกนะคะ ถึงได้มาคุกเข่าต่อหน้าผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี" ศิรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น บาดลึกทุกอณูความรู้สึก "คิดเหรอคะว่าแค่น้ำตาปลอมๆ กับการสารภาพความจริงช้าๆ แบบนี้ จะลบล้างนรกทั้งเป็นที่คุณมอบให้รินเมื่อสามปีก่อนได้?"
ธามเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยา หยาดน้ำตาลูกผู้ชายไหลรินลงมาอาบแก้มสากอย่างไม่อายฟ้าดิน เขากุมขมับตัวเองแน่นก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของศิรินทร์เย็นเฉียบลงชั่วขณะ
"ฉันรู้ความจริงทุกอย่างแล้ว... และฉันก็รู้ด้วยว่า ในคืนวันที่ฉันไล่เธอออกจากบ้าน วันนั้นเธอกำลังตั้งท้องลูกของเราอยู่... ลูกของเราอยู่ที่ไหน ริน!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่อารมณ์อันเข้มข้นนี้กับรสรินกลิ่นกำมะหยี่นะคะ
ทัณฑ์สวาทพ่ายใจอดีตภรรยา•ตอนที่ 15
ความจริงเริ่มปริแตก
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทพ่ายใจอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!