ทัณฑ์สวาทพ่ายใจอดีตภรรยา•ตอนที่ 2

ระยะห่างที่บาดลึก

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นที่ลอยอวลอยู่ในห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย ปลายปากกาปาร์เกอร์ราคาแพงในมือของศิรินทร์เคาะลงบนโต๊ะกระจกใสเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักหน่วงราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความตาย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตากันแดดที่ดีไซน์มาอย่างเฉียบคม ช้อนขึ้นมองผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม—ธาม อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้เขากลับมานั่งอยู่ ณ ที่นี้ ในฐานะประธานกรรมการบริหารบริษัทคู่แข่งรายใหญ่ที่กำลังพยายามซื้อกิจการของเธอ "ข้อเสนอที่ทางคุณธามยื่นมา... ดูจะดูถูกมันสมองของทีมงานดิฉันเกินไปหน่อยนะคะ" เสียงหวานทว่าราบเรียบเย็นชาดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันผู้คนนับสิบชีวิตในห้องประชุมให้แทบหยุดหายใจ ศิรินทร์ในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มขับผิวให้ดูโดดเด่นและทรงอำนาจ เธมิใช่ศิรินทร์คนเดิมที่เอาแต่ก้มหน้าอดทนและร้องไห้ฟูมฟายในอดีตอีกต่อไปแล้ว รอยแผลเป็นจากอดีตถูกหลอมรวมให้กลายเป็นเกราะเหล็กที่ไม่มีวันมีใครเจาะทะลุได้ง่ายๆ ธามขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน ดวงคมกริบของเขาจ้องมองอดีตภรรยาไม่วางตา หัวใจของเขาไหววูบและเจ็บแปลบทุกครั้งที่ได้ยินน้ำเสียงหมางเมินนั้น สองปีที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตราวกับคนตายทั้งเป็น บ้านที่เคยว่างเปล่าและเตียงนอนที่เคยเย็นเยียบสอนให้เขารู้ซึ้งถึงความโง่เขลาของตัวเอง แต่การได้กลับมาพบกันวันนี้... เธอกลับงดงาม เย่อหยิ่ง และไกลเกินเอื้อมเสียยิ่งกว่าดาวบนฟ้า "ผมไม่ได้ดูถูกริน... เอ๊ย คุณศิรินทร์" ธามเผลอหลุดปากเรียกชื่อเล่นสนิทปากด้วยความคุ้นชิน ก่อนจะรีบปรับน้ำเสียงให้เป็นทางการเมื่อเห็นสายตาคมปลาบที่ส่งกลับมา "ผมหมายถึง... เราสามารถเจรจาปรับตัวเลขในสัญญาได้เสมอ ขอแค่คุณให้โอกาสผมได้คุยเป็นการส่วนตัว" "ไม่มีเรื่องอะไรที่เราต้องคุยเป็นการส่วนตัวค่ะคุณธาม" ศิรินทร์ตัดบทอย่างไร้เยื่อใย เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ตรงกันข้ามกับหัวใจของธามที่กำลังแหลกสลาย "เรื่องธุรกิจก็คุยกันในฐานะนักธุรกิจ ส่วนเรื่องส่วนตัว... มันจบลงไปตั้งแต่สองปีก่อนแล้วค่ะ ดิฉันจำได้ว่าคุณเป็นคนเซ็นใบหย่าด้วยความเต็มใจเองไม่ใช่เหรอคะ?" คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำเอาธามหน้าชาไปวูบหนึ่ง ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วอก แต่เขากลับโกรธเธอไม่ลงเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกผิดมันกัดกินหัวใจจนด้านชา เขารู้ดีว่าเขาสมควรได้รับมันแล้ว แต่ทว่า... สายตาที่ศิรินทร์มองมาราวกับเขาเป็นแค่ธาตุอากาศ มันช่างบีบคั้นหัวใจจนแทบทนไม่ไหว ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นจนเกือบถึงขีดสุด ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดผางขึ้นอย่างไม่มีมารยาท "รินครับ กาแฟคาปูชิโน่หวานน้อยแก้วโปรดของคุณมาแล้วครับ พอดีผมประชุมกับฝ่ายกฎหมายเพิ่งเสร็จเลยแวะซื้อมาให้" รวิศ หนุ่มรุ่นน้องหน้าตาดีในชุดสูทลำลองก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น เขาเดินตรงไปยังที่นั่งข้างกายศิรินทร์อย่างสนิทสนม วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบกระซาบบางอย่างใกล้ชิดจนใบหน้าเกือบชิดพวงแก้มเนียนของหญิงสาว ภาพนั้นอยู่ในสายตาของธามทุกกระเบียดนิ้ว เส้นความอดทนของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทะนงตนขาดผึงลงทันที ธามผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้เลื่อนไถลไปด้านหลังเสียงดังลั่น แรงหึงหวงที่พุ่งพล่านจนแทบคลั่งทำให้สติที่มีอยู่กระเจิงหาย ความเย็นชาที่เคยปั้นแต่งไว้มลายหายไปสิ้นเหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนของผู้ชายที่กำลังจะสูญเสียสิ่งที่รักไปตลอดกาล "ออกไป!" ธามตวาดลั่นห้อง ประكายตาดุจเสือร้ายจับจ้องไปที่รวิศราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "นี่เป็นการประชุมทางธุรกิจ ไม่ใช่ที่สำหรับคนนอกเอาความสัมพันธ์ส่วน ตัวมาแสดงความน่ารังเกียจแบบนี้!" ศิรินทร์ผุดลุกขึ้นยืนตาม ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เธอตบมือเบาๆ สองครั้งเชิงเยาะเย้ย ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาดุร้ายของอดีสามีอย่างไม่เกรงกลัว "คุณธาม กรุณารักษามารยาทในบริษัทของดิฉันด้วยค่ะ" ศิรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน "และที่สำคัญ... รวิศไม่ใช่คนนอก เขารองประธานบริษัทของดิฉัน และเป็นคนที่รู้ใจดิฉันทุกเรื่อง... มากกว่าที่คุณเคยรู้เสียอีก" คำว่า 'มากกว่าที่คุณเคยรู้' กระแทกเข้ากลางใจธามอย่างจัง เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อระงับอารมณ์เดือดดาลที่กำลังแผดเผา แต่ภาพที่รวิศเอื้อมมือไปแตะแขนศิรินทร์เบาๆ เพื่อปลอบประโลม กลับยิ่งราดน้ำมันลงบนกองเพลิงในอกของเขา ธามก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวอดีภรรยาด้วยความเร็วที่ไม่มีใครคาดคิด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวเล็กของศิรินทร์แล้วออกแรงดึงให้เธอหลุดพ้นจากการเกาะกุมของชายหนุ่มรุ่นน้อง ศิรินทร์อุทานออกมาด้วยความตกใจก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองเขาอย่างเอาเรื่อง "ปล่อยฉันนะ!" เธอสะบัดแขนหนีสุดแรง "ไม่ปล่อย!" ธามกดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ดวงตาคมเข้มแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ที่ผสม ผสานระหว่างความหึงหวง ความเสียใจ และความโหยหา "ถ้าคุณอยากรู้ว่าผมเคยรู้จักคุณดีแค่ไหน... คืนนี้เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ศิรินทร์!" ชายหนุ่มกระชากข้อมือเล็กให้เดินตามออกไปจากห้องประชุม ท่ามกลางความตกตะลึงของพนักงานทุกคน รวิศพยายามจะเข้ามาขวางแต่ถูกสายตาพิฆาตของธามห้ามไว้จนต้องชะงัก ศิรินทร์พยายามขัดขืนแต่แรงมหาศาลของอดีสามีทำให้เธอถูกลากตัวออกมาจนถึงลิฟต์ส่วนตัวที่ถูกกดปิดกั้นจากโลกภายนอก ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลง ลมหายใจร้อนผ่าวของธามก็รดรินอยู่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ เขาผลักร่างบางจนแผ่นหลังชิดผนังเย็นเฉียบของตู้โดยสาร ก่อนจะใช้สองแขนกักขังเธอไว้ตรงกลาง ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ขยับหนีไปไหน "คุณบ้าไปแล้วเหรอธาม!" ศิรินทร์ตวาดใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "ปล่อยฉันนะ ไม่งั้นฉันจะ..." "จะทำไม? จะฟ้องตำรวจ? หรือจะให้ไอฟ้าวารวิศมาลากตัวผมออกไป?" ธามก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดพวงแก้มเนียน กลิ่นกายหอมกรุ่นที่เขาโหยหามานานแรมปีปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวให้ตื่นขึ้น "ตลอดสองปีที่ผ่านมา คุณคิดว่าผมอยู่ยังไง... หื้ม ริน? คุณไปมีความสุขกับชีวิตใหม่ ทิ้งให้ผมตายทั้งเป็นอยู่คนเดียว มันยุติธรรมแล้วเหรอ?" "ความยุติธรรมเหรอ?" ศิรินทร์แค่นหัวเราะออกมาอย่างเจ็บปวด หยาดน้ำใสคลอหน่วยในดวงตาคู่สวยแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความแข็งแกร่ง "คุณพูดคำว่ายุติธรรมออกมาได้ยังไง ในวันที่ฉันอุ้มท้องลูกของเราแล้วถูกคุณไล่ตะเพิดออกจากบ้าน เพราะคุณเอาแต่สนใจผู้หญิงอีกคน! ตอนนั้นคุณเคยคิดถึงความยุติธรรมบ้างไหมธาม!" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจธาม ร่างสูงชะงักกึก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความตกตะลึงพรึงเพริดที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ ลูก... ลูกของเราอย่างนั้นเหรอ? ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความสั่นระริก เขามองหน้าอดีตภรรยาที่กำลังหอบสะท้อนด้วยความโกรธแค้น สมองที่ว่างเปล่าพลันประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดในอดีต ภาพที่เธอเคยพยายามจะบอกอะไรบางอย่างแต่ถูกเขาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ภาพที่เธอร้องไห้จนแทบขาดใจในวันที่เซ็นใบหย่า... และเด็กชายตัวน้อยวัยขวบเศษที่เขาบังเอิญเห็นในรูปถ่ายบนโต๊ะทำงานของรวิศเมื่อครี้งก่อน—เด็กผู้ชายที่มีดวงตาเรียวคมและรอยยิ้มถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน! "ริน..." เสียงของธามสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "ลูก... ลูกของเราอยู่ที่ไหน?" ศิรินทร์ยกยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก แววตาคู่นั้นไร้ซึ่งความปรานีใดๆ สิ้นเชิง ก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาโลกทั้งใบของธามพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา "ตายไปแล้วค่ะ... ลูกของคุณน่ะ ตายไปพร้อมกับความรักที่ฉันเคยมีให้คุณนานแล้ว!" (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงแห่งเพลิงทัณฑ์นี้ไปพร้อมกับรสรินกลิ่นกำมะหยี่นะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทพ่ายใจอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%