เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกที่ถูกกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะกระจกใสราคาแพง ไม่ได้ทำให้ศิรินทร์สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีต เผยให้เห็นทรวดทรงอ้อนแอ้นแต่แฝงไว้ด้วยความมั่นเด็ดเดี่ยว เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม ปลายเรียวลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเล็กน้อยขณะปรายตามองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งอดีตสามีและเจ้าของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้านแห่งนี้ด้วยแววตราบาปที่เขาไม่มีวันลบเลือน
"คุณกล้ามากนะ... ศิรินทร์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยใช้เอ่ยคำดูถูกเหยียดหยามเธออย่างไร้เยื่อใยเมื่อสามปีก่อน บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยยามเปล่งชื่อเธอออกมา ธามยืนค้ำโต๊ะทำงานตัวใหญ่ กล้ามเนื้อภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพรีเมียมตึงเกร็งจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ ดวงตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา คู่นั้นกำลังจ้องมองใบหน้าเรียวรูปไข่ที่เปลี่ยนไปจากเดิมราวกับคนละคน ความอ่อนหวานและยอมจำนนที่เคยมี ถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็น ดั่งประติมากรรมน้ำแข็งที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากกองเพลิงแห่งความเจ็บปวด
"ความกล้าหาญของดิฉัน คงเทียบไม่ได้กับความหน้าหนาของคุณหรอกค่ะ คุณธาม"
ศิรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย รื่นหู แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ รอยยิ้มมุมปากของเธองملดงามทว่าเย็นยะเยือกเสียจนชายหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน
สามปีที่ผ่านมา... สามปีที่เธอต้องแบกท้องโตๆ หนีออกจากบ้านหลังนั้นด้วยคราบน้ำตาและความอัปยศอดสู สามปีที่เธอต้องดิ้นรนต่อสู้ในต่างแดนจนหยาดเหงื่อทุกหยดแปรเปลี่ยนเป็นอำนาจและเม็ดเงินมหาศาล และวันนี้ เธอกลับมาแล้ว... ไม่ใช่ในฐานะ "ภรรยาไร้ค่า" ที่เขาจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ แต่กลับมาในฐานะ "หุ้นส่วนใหญ่" ผู้ถือหุ้นสัดส่วนสามสิบเปอร์เซ็นต์ในโปรเจกต์ "เดอะ แกรนด์ เรสซิเดนซ์" โครงการพันล้านที่ธามกำลังทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อกู้ชื่อเสียงบริษัท
"คุณทำแบบนี้ทำไม... ริน โปรเจกต์นี้มีคู่แข่งเป็นร้อย ทำไมต้องเป็นคุณ ทำไมต้องเข้ามาแทรกแซงชีวิตผมอีก" ธามผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมา พยายามระงับอารมณ์ที่กำลังปะทุขึ้นในอก เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวเธอ รัศมีคุกคามที่เคยใช้กดดันคนอื่นมานักต่อนัก กลับใช้ไม่ได้ผลกับผู้หญิงตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
ศิรินทร์ไม่แม้แต่จะขยับตัวถอยหนี เธอกลิ่นกายหอมกรุ่นกลิ่นวานิลลาเจือความเย้ายวนลึกลับลอยแตะจมูกเขา ชวนให้หัวใจที่ด้านชาของธามกระตุกวาบ ภาพความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับมาทำร้ายเขาอย่างเลือดเย็น วันที่เธอกราบกรานขอร้องให้เขาเชื่อใจ วันที่เธอนอนร้องไห้สะอื้นอยู่บนเตียงนอนกว้างอย่างไร้ค่า และวันที่เธอหันหลังเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
"อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะ คุณธาม" ศิรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงของเธอจะอยู่แค่ระดับอกของเขา แต่แรงกดดันจากแววตาคู่คมกริบนั้นกลับทำให้ธามรู้สึกเหมือนตัวเองตัวลีบลงถนัดตา "ดิฉันไม่ได้กลับมาเพื่อรื้อฟื้นอดีตอันน่าขยะแขยงนั่นหรอกค่ะ ดิฉันมาเพื่อธุรกิจ... มาเพื่อเอาผลกำไรที่ควรจะเป็นของดิฉันคืน และถ้ามันจะทำให้คุณทรมานจนหายใจไม่ออกเหมือนกับที่ดิฉันเคยเจอ... มันก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ที่คุ้มค่ามากทีเดียวค่ะ"
"ริน!" ธามทนไม่ไหวอีกต่อไป มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวบาง บีบแน่นด้วยความโกรธปนความอัดอั้นตันใจที่สุมอกมาเนิ่นนาน "คุณจะเกลียดผม จะแค้นผมยังไงก็ได้ แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาเหยียบย่ำความรู้สึกของผมแบบนี้!"
"ความรู้สึก? คุณยังมีสิ่งนั้นอยู่ด้วยหรือคะ?" ศิรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีอันตรายระหว่างคนทั้งสองปะทุขึ้นในห้องทำงานส่วนตัวราวกับประกายไฟกับน้ำมัน แรงดึงดูดอันมืดมนและเร่าร้อนที่เคยผูกพันกันในอดีตกำลังตื่นขึ้นอย่างช้าๆ ใต้ร่มเงาแห่งความเกลียดชัง
ในจังหวะที่ธามกำลังจะโน้มใบหน้าลงมาเพื่อประทับรอยจูบแห่งการลงทัณฑ์และเรียกร้องสิทธิ์ที่เคยสูญเสีย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับการก้าวเข้ามาของร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มรุ่นน้อง
"คุณรินครับ เอกสารสัญญาสำหรับประชุมภาคบ่ายพร้อมแล้วครับ... เอえ ขอโทษครับ ผมขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับ"
รวิศ หนุ่มนักเรียนนอกดีกรีนักบริหารรุ่นใหม่ไฟแรงเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าสายตากลับมองตรงไปยังมือของธามที่ยังคงกุมข้อมือของศิรินทร์ไว้อย่างถือวิสาสะ บรรยากาศในห้องดิ่งลงติดลบในพริบตา เมื่อธามหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุจพญามารที่พร้อมจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ
ศิรินทร์ดึงแขนตัวเองกลับจากการเกาะกุมของธามอย่างนุ่มนวล แต่ไร้ซึ่งเยื่อใย เธอหันไปส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้รวิศ ชายหนุ่มผู้เป็นทั้งมือขวาและคนที่อยู่เคียงข้างเธอในวันที่มืดมนที่สุด
"ไม่ รวิศ เรากำลังคุยธุระเสร็จพอดีค่ะ ไปกันเถอะค่ะ ดิฉันไม่อยากเสียเวลากับคนที่... ไม่มีศักยภาพมากพอในการร่วมงาน"
ประโยคสุดท้ายเธอจงใจปรายตามองอดีตสามีด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะหมุนตัวเดินเคียงคู่ไปกับรวิศอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ธามยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーンด้วยความหึงหวงและเจ็บปวดจนแทบคลั่ง
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ศิรินทร์กำลังจะก้าวพ้นประตูห้องทำงานนั้นเอง รวิศก็เอ่ยประโยคบางประโยคขึ้นมาเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของธามจนทำให้ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดกูบ
"คุณรินครับ... เรื่องน้องไปป์เตอร์ ที่คุณให้ผมช่วยติดต่อโรงเรียนอินเตอร์ย่านสุขุมวิท พรุ่งนี้ช่วงบ่ายเรานัดสัมภาษณ์ผู้ปกครองนะครับ คุณธาม... เอ้ย หมายถึง สะดวกหรือเปล่าครับถ้าเด็กๆ จะเริ่มเรียนเทอมนี้เลย"
ธามชะביกฝ่าเท้าที่กำลังจะก้าวตามหลังทันที หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม สมองขาวโพลนขึ้นมาทัน้อากาศเมื่อคำว่า "น้องไปป์เตอร์" และใบหน้าของเด็กชายวัยสามขวบที่มีดวงตาและรอยยิ้มถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียว ซึ่งเขาบังเอิญเห็นในแท็บเล็ตของศิรินทร์เมื่อครู่ แวบเข้ามาในหัว
...เด็กคนนั้น... ลูกของใครกัน?
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงแห่งเพลิงทัณฑ์นี้ไปพร้อมกับรสรินกลิ่นกำมะหยี่นะคะ
ทัณฑ์สวาทพ่ายใจอดีตภรรยา•ตอนที่ 1
หวนคืนด้วยรอยแผล
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทพ่ายใจอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!