เสียงฟ้าคำรามก렁กังราวกับผืนฟ้ากำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไร้ความปราณี ราวกับจะชะล้างความเน่าเฟะทั้งหมดในไซต์งานก่อสร้างแห่งนี้ให้หมดไป แต่สำหรับศิรินทร์แล้ว สายฝนโหมกระหน่ำด้านนอกยังไม่น่ากลัวเท่าผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนขวางประตูทางออกเดียวของห้องพักคนงานชั่วคราวแห่งนี้
ธาม... อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจของเธอจนแหลقสลาย บัดนี้เปียกปอนไปทั้งร่าง หยดน้ำฝนเกาะพราวอยู่บนเส้นผมสีเข้มและไหลผ่านสันกรามคมคายที่เต็มไปด้วยไรเคราจางๆ ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับสัตว์ป่าที่จนมุม และเขาก็คือพรานล่าเหยื่อผู้ไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อหลุดมือไปเป็นครั้งที่สอง
"หลบไปค่ะคุณธาม" ศิรินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และทรงพลัง เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ชุดสูททำงานสีเทาเข้ารูปเปียกชื้นเล็กน้อยแนบไปกับสรีระอ้อนแอ้นที่ผ่านการดูแลอย่างดี ยิ่งขับเน้นความเย้ายวนในแบบฉบับหญิงสาวผู้ทรงเสน่ห์และเต็มไปด้วยความมั่นใจ ซึ่งแตกต่างจากอดีตภรรยาผู้เจ้าน้ำตาคนเดิมอย่างสิ้นเชิง
"ถ้าฉันไม่หลบ เธอจะทำไม ริน" เสียงทุ้มต่ำพS่าเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันแน่น ธามก้าวเข้ามาประชิดทีละน้อย กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นฝนและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างที่ทั้งอันตรายและเร่าร้อน "พายุข้างนอกนั่นตัดขาดระบบไฟฟ้าของโครงการทั้งหมด รถของเธอก็สตาร์ทไม่ติด... เราติดอยู่ที่นี่ด้วยกัน แค่สองคน"
"ฉันโทรหารวิศแล้ว อีกเดี๋ยวเขาก็คงมา" เธอเอ่ยชื่อชายหนุ่มรุ่นน้องออกไปตั้งใจจะใช้เป็นเกราะกำบัง ทว่ามันกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดประกายโทสะในแววตาของธามให้ลุกโชนขึ้นมาทันที
"รวิศเหรอ?" ธามแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายแววเจ็บปวดลึกๆ "ปากก็บอกว่าเกลียดฉันนักหนา แต่ทำไมถึงได้วิ่งโร่มาทำงานในโปรเจกต์ที่ฉันถือหุ้นใหญ่ หรือจริงๆ แล้วเธอก็แค่อยากเรียกร้องความสนใจจากฉัน เหมือนผู้หญิงสารเลวพวกนั้น?"
เพียะ!
ฝ่ามือบางฟาดลงบนแก้มสากของอดีตสามีอย่างเต็มแรง แรงปะทะทำให้ใบหน้าคมหันไปตามแรงเหวี่ยง ความเงียบสงบชั่วขณะถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจหนักหน่วง ศิรินทร์มือสั่นเทาไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งขึ้นมาจนจุกอก
"อย่าเอาความคิดสกปรกของคุณมาตัดสินฉัน!" เธอกัดฟันกรวด ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ
ใสแต่ไม่ยอมปล่อยให้มันไหลรินออกมาให้เขาได้เห็นความอ่อนแอ "ฉันไม่ใช่ผู้หญิงไร้ค่าคนเดิมที่จะยอมให้คุณย่ำยีศักดิ์ศรีเล่นอีกแล้วนะ คุณธาม! ไสหัวออกไปจากชีวิตฉันที!"
ธามหันกลับมา รอยแดงจากฝ่ามือประทับเด่นชัดบนผิวแก้มสาก แต่ทว่าแววตาของเขากลับไม่ได้มีความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันลุกโชนด้วยไฟปรารถนาและแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธอ ออกแรงดึงร่างบางเข้าหาตัวอย่างไม่ทันตั้งตัว จนแผ่นอกกว้างปะทะเข้ากับความนุ่มหยุ่นของเนินอกอิ่ม
"ปล่อยนะ! คนบ้า!" ศิรินทร์ดิ้นรนสุดแรงเกิด กำปั้นทุบลงบนแผงอกแกร่งแต่ก็ไร้ผลเมื่อถูกรวบข้อมือทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขา ตรึงไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดาย
"ใช่... ฉันมันบ้า" ธามก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน "บ้าเพราะคิดถึงเธอ บ้าเพราะทรมานทุกครั้งที่เห็นเธอไปยืนอยู่ใกล้ไอ้เด็กนั่น ริน... เธอลงทัณฑ์ฉันมามากพอแล้ว ให้โอกาสฉันได้ไถ่บาปบ้างเถอะนะ"
"ไม่มีวัน!" เธอสวนกลับทันควัน นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คม "คนอย่างคุณ... สมควรจะอยู่คนเดียวไปจนตาย!"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้าย ธามไม่รอช้าที่จะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่ากำแพงความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นมานั้น มันช่างเปราะบางเพียงใดเมื่ออยู่ต่อหน้าไฟสวาทที่เขาพร้อมจะแผדเผา
ริมฝีปากหยักประกบจูบลงมาบนเรียวปากอิ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ความดุดันปนความโหยหาถ่ายทอดผ่านรสจูบที่ทั้งรุกไล่และเรียกร้อง ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามเม้มริมฝีปากแน่นและเบือนหน้าหนี แต่มีหรือที่คนตัวโตกว่าจะยอมแพ้ มือหนาบีบเค้นที่กรามมนบังคับให้เธออ้าปากรับสัมผัสอันวาบหวาม ก่อนที่ลิ้นร้อนจะรุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ
รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ค่อยๆ แปลเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลุ่มลึก ความนุ่มนวลที่แฝงไว้ด้วยความเวทนาและโหยหาทำให้สมองของศิรินทร์เริ่มขาวโพลน กลิ่นอายความเป็นชายที่คุ้นเคยปลุกเร้าความทรงจำในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบ ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มอ่อนยวบยาบ มือที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาขยุ้มปกเสื้อสูทของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว เพื่อพยุงร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
ธามผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาของทั้งคู่ประสานกันในความมลัวของห้องพักยามค่ำคืน แสงฟ้าแลบแปลบปลาบจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาภายใน เผยให้เห็นหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นบริเวณหางตาของหญิงสาว
"เธอเกลียดฉันจริงเหรอมาน... ริน?" เสียงทุ้มพร่ากระซิบถามชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ "ถ้าเกลียด... ทำไมร่างกายของเธอถึงตอบสนองฉันดีนักล่ะ?"
"คุณมัน..." ศิรินทร์เค้นเสียงด่าทอได้เพียงเท่านั้น เมื่อฝ่ามือใหญ่อีกข้างของเขาเลื่อนต่ำลงมาสัมผัสกับสะโพกผาย สอดแทรกปลายนิ้วเข้าใต้ร่มผ้าเนื้อดี ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบหวามแล่นริ้วไปทั่วสรรพang
ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ใต้หน้ากากแห่งความเย็นชาพังทลายลงในค่ำคืนที่มีเสียงสายฝนเป็นฉากหลัง เสื้อผ้าที่เกะกะถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างไร้ความปราณี ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นและเร่าร้อนจนแทบขาดใจ บนเตียงนอนสนามชั่วคราวที่ไม่สะดวกสบาย แต่มันกลับเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ดิบเถื่อนและโหยหาที่ทั้งสองต่างฝ่ายต่างโถมใส่กันอย่างไร้ขีดจำกัด
เสียงครางต่ำในลำคอของชายหนุ่มผสมผสานกับเสียงสะ음แผ่วเบาของหญิงสาว สัมผัสแนบชิด ลมหายใจที่กระชั้นกระชิด และหยาดเหงื่อที่ผสานไปกับความชื้นของบรรยากาศรอบตัว หลอมรวมทั้งสองเข้าด้วยกันในห้วงเวลาแห่งความสุขสมที่ไร้ซึ่งข้อผูกมัดใดๆ นอกจากสัญชาตญาณและการเรียกร้องของหัวใจ
ผ่านพ้นห้วงเวลาอันยาวนานและเร่าร้อน ศิรินทร์นอนหอบหายใจโยนตัวอยู่บนเตียง ร่างกายเปลือยเปล่าถูกคลุมไว้ด้วยเสื้อสูทตัวใหญ่ของเขา สายฝนด้านนอกเริ่มซาลงเหลือเพียงเสียงหยดน้ำกระทบหลังคาแปะๆ ในความเงียบงัน
เธอหันไปมองชายหนุ่มที่นอนตะแคงข้างมองเธออยู่ก่อนแล้ว แววตาของธามเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและคำขอโทษที่ไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นคำพูด มือหนายื่นมาเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากให้เธออย่างทะนุถนอม
"อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลยค่ะคุณธาม" ศิรินทร์เอ่ยเสียงแหบพร่า พยายามดึงเสื้อสูทขึ้นคลุมกาย "เรื่องคืนนี้... ให้มันเป็นแค่ความผิดพลาด"
"มันไม่ใช่ความผิดพลาด ริน" ธามเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเอกสารของเธอที่ตกอยู่บนพื้น เพื่อจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ทว่า... สิ่งที่หล่นร่วงออกมาจากช่องซิปหน้าของกระเป๋า กลับไม่ใช่โทรศัพท์มือถือ
มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกแกะออกแล้ว และเอกสารแผ่นหนึ่งร่วงหล่นคว่ำหน้าลงบนพื้น
ธามขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดูด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดสายตาอ่านข้อความบนกระดาษ A4 แผ่นนั้นผ่านแสงสลัวในห้อง ก่อนที่นัยน์ตาจะเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึงจนลมหายใจสะดุดกึก
ภาพถ่ายใบหน้าเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบ ที่มีดวงตาคมกริบและสันกรามถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน พร้อมกับหัวข้อเอกสารที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า... **"รายงานผลการตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด"**
ธามเงີยหน้าขึ้นช้าๆ มองหน้าอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนพูดไม่ออก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าเสียงพายุเมื่อครู่
"ริน..." ธามเสียงสั่นพร่า มือหนากำกระดาษแผ่นนั้นแน่น "เด็กคนนี้... เป็นใคร?"
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่อารมณ์อันเข้มข้นนี้กับรสรินกลิ่นกำมะหยี่นะคะ
ทัณฑ์สวาทพ่ายใจอดีตภรรยา•ตอนที่ 10
คืนพายุโหม
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทพ่ายใจอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!