เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 2

ความเย็นชาที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
เสียงปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงที่จรดลงบนกระดาษแผ่นสุดท้าย ดังบาดลึกราวกับเสียงกรีดเฉือนลงกลางห้องหัวใจของรินลดา มันไม่ใช่เสียงของการเซ็นสัญญาธุรกิจ หรือการอนุมัติโปรเจกต์ร้อยล้านที่คินน์ อัครเดโช ช่ำชองและทำมันได้อย่างเลือดเย็นเป็นนิตย์ แต่มันคือลายเซ็นที่ประกาศิตอย่างชัดเจนว่า พันธะทางกฎหมายที่ผูกมัดเธอกับเขาไว้ในฐานะ "ภรรยา" ได้ถูกสะบั้นลงด้วยความรวดเร็วและไม่ไยดีเสียยิ่งกว่ากระดาษทิชชูเปียกน้ำ ไม่มีการลังเล ไม่มีแม้แต่เงาความเสียดายในแววตาคู่นั้น คินน์ปิดฝาปากกาด้วยเสียงดังคลิกเบาๆ ทว่าสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาดำทะมึน บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่รังสีความกดดันและความเยือกเย็นออกมา ราวกับชายหนุ่มผู้เพิ่งสลัดภาระชิ้นใหญ่ที่น่ารำคาญออกไปจากชีวิตได้อย่างหมดจด "เสร็จเรียบร้อยแล้วครับคุณคินน์ เอกสารการหย่าสมบูรณ์ตามกฎหมายทุกประการ ทรัพย์สินส่วนที่เป็นของท่าน... ทางคุณรินลดาไม่ได้เรียกร้องอะไรเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ครับ" ทนายความประจำตระกูลกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อมพร้อมกับเลื่อนแฟ้มเอกสารสีดำสนิทไปเบื้องหน้าผู้เป็นนาย คินน์ไม่ได้ชายตามองทนายความผู้นั้นด้วยซ้ำ สันกรามคมกริบของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น ดวงตาคมปลาบสีนิลกาฬทอดมองไปยังแผ่นกระดาษที่มีลายเซ็นของรินลดาสลักอยู่ด้านล่าง เป็นลายมือที่เคยอ่อนหวาน บรรจง และเต็มไปด้วยความคาดหวังในวันที่เธอก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้—วันที่เธอคิดโง่เง่าว่าความรักจะเอาชนะทุกสิ่งได้ ทว่าวันนี้... ลายมือนั้นเรียบเฉย แข็งกระด้าง และไร้ซึ่งชีวิตชีวา ราวกับเขียนขึ้นโดยคนแปลกหน้า "ดี" คินน์เปล่งเสียงออกมาสั้นๆ เพียงพยางค์เดียว น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ระลอกคลื่นแห่งความรู้สึกใดๆ "ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ก็เชิญคุณกลับได้เลย" ทนายความโค้งศีรษะรับคำก่อนจะเดินถอยหลังออกไปจากห้อง ปล่อยให้ความเงียบงันอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสองอีกครั้ง เหลือไว้เพียงรินลดาที่ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เธอยังคงสวมชุดเดรสเรียบง่ายสีเอิร์ธโทน ใบหน้ารูปไข่ปราศจากเครื่องสำอางหนาเตอะ ทว่ากลับดูงดงามและเข้มแข็งขึ้นอย่างผิดหูผิดตา แววตาคู่สวยที่เคยฉายแววออดอ้อนและเจ็บปวดร้าวรานในอดีต บัดนี้กลับว่างเปล่า เยียบเย็น และสะท้อนเงาของความด้านชาออกมาอย่างชัดเจน เธอมองหน้าเขา—ผู้ชายที่เธอเคยยอมมอบทั้งชีวิตและวิญญาณให้—ด้วยความรู้สึกที่ตายด้านอย่างสมบูรณ์แบบ "คุณเซ็นแล้ว ฉันก็เป็นอิสระแล้วสินะคะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้น ทว่าราบเรียบราusสายลมหนาวที่พัดผ่านผิวน้ำ นิ่งสนิทและไม่มีความสั่นเครือหลงเหลืออยู่เลย คินน์เงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ชายหนุ่มไม่ชอบแววตาคู่นั้นของเธอ แววตาที่มองเขาเหมือนมองคนแปลกหน้าที่เดินสวนกันบนท้องถนน มันไม่ใช่สายตาตัดพ้อ ไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจแบบที่ศิรินทร์คอยเป่าหูเขามาตลอดว่ารินลดาเป็น "อย่ามาทำเป็นเก่งไปหน่อยเลยรินลดา" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "เธอเป็นคนเรียกร้องอยากหลุดพ้นจากที่นี่เองไม่ใช่หรือไง? การไม่มีฉันคอยค้ำจุน เธอคิดว่าโลกภายนอกมันจะใจดีกับผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอนักหรือ?" รินลดาไม่โต้เถียง เธอบmริมฝีปากบางเฉียบเป็นเส้นตรง รอยยิ้มบางเบาเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอเอง รอยยิ้มที่ทำให้คินน์รู้สึกร้อนรุ่มในอกอย่างไม่มีสาเหตุ "โลกภายนอกจะใจร้ายแค่ไหน... อย่างน้อยมันก็คงไม่ใจร้ายเท่ากับการต้องทนอยู่ร่วมชายคาเดียวกับคนไร้หัวใจอย่างคุณหรอกค่ะคุณคินน์" รินลดาเอ่ยออกมาทีละคำ ชัดถ้อยชัดคำ บาดลึกจนคินน์ต้องชะงักไปชั่วขณะ "ขอบคุณสำหรับความเป็นอิสระนี้นะคะ ฉันขอตัว" พูดจบ รินลดาก็หันหลังให้ทันที โดยไม่รอให้เขาอนุญาต ไม่มีการร่ำลา ไม่มีแม้แต่หยดน้ำตาแห่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงแผ่นหลังที่ตั้งตรงอย่างสง่างามและฝ่าเท้าที่ก้าวเดินออกไปจากห้องนั้นอย่างมั่นคง "รินลดา!" คินน์เผลอตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พยายามตีรวนขึ้นมาในอก ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อเห็นว่าเธอเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเขาอีกเลย ปัง! เสียงประตูปิดลงเบาๆ ทว่าดังก้องอยู่ในโสตประสาทของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ให้แก่ใคร คินน์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กวาดสายตามองไปรอบห้องที่บัดนี้ไร้เงาของภรรยา ความรู้สึกแปลกประหลาดราวกับสูญเสียสิ่งสำคัญบางอย่างไปตลอดกาลเริ่มกัดกินขั้วหัวใจทีละน้อย *ไร้สาระ... เธอก็แค่ผู้หญิงน่ารำคาญที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเขาผิดเวลา การที่เธอไปจากที่นี่คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ?* คินน์พยายามบอกตัวเองเช่นนั้น พยายามกดความรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ นั้นให้จมดิ่งลงไปในก้นบึ้งของความหยิ่งทะนง แต่ทว่า... ความเงียบงันภายในบ้านหลังใหญ่ที่เคยมีเสียงฝีเท้าและกลิ่นอายของเธอมันกลับฟ้องชัดเจนว่า โลกทั้งใบของเขาในตอนนี้ มันว่างเปล่าจนน่ากลัว ในขณะเดียวกัน ที่ห้องรับรองแขกอีก1มุมของคฤหาสน์หลังใหญ่ ร่างเล็กป้อมในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีชมพูอ่อนกำลังนั่งแกว่งขาไปมาอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพง ดวงตากลมโตใสแป๋วราวกับลูกแก้วคริสตัลกำลังกวาดมองไปรอบห้องด้วยความสนใจ ก่อนที่มือเล็กๆ จะควולตุ๊กตากระต่ายเน่าคู่ใจมากอดไว้แนบอก "คุณแม่ขา..." เสียงใสแจ๋วราวนกกระจาบเอ่ยขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นร่างเพรียวของมารดาเดินกลับเข้ามาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย รินลดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียดเพื่อขับไล่ความขุ่นมัวทั้งหมดออกไปจากอก ก่อนที่รอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดจะระบายขึ้นบนใบหน้าเมื่อก้มลงมองลูกสาวตัวน้อย เธอนั่งยลงตรงหน้าเด็กหญิง ลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยนั้นอย่างรักใคร่ "ค่ะคนดี... เรากลับกันเถอะนะคะ" รินลดาเอ่ยเสียงนุ่ม "แล้ว... ป๊ะป๋า ล่ะคะคุณแม่?" คำถามซื่อประสาจากเด็กวัยสองขวบหยุดชะงักทุกย่างก้าวของรินลดาลงทันที ดวงตากลมโตของน้องลินน์มีประกายความสงสัยใคร่รู้ สะท้อนเงาของมารดาที่กำลังมือเย็นเฉียบ รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจกระตุกวูบด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของลูกน้อย ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งกำลังก้าวใกล้เข้ามาทางห้องรับรองอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ทาบทับลงมาบริเวณประตู "เมื่อกี้... แกพูดว่าอะไรนะ?" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยแทรกขึ้น ทำลายความเงียบงันทั้งหมดลงอย่างสิ้นเชิง คินน์ยืนค้างอยู่ตรงกรอบประตู ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดมองมาที่เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังกอดตุ๊กตากระต่ายอยู่บนโซฟา และเมื่อเด็กหญิงหันมาสบตากับเขา... ลมหายใจของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลก็พลันสะดุดกึก ราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง ดวงตากลมโตคู่นั้น... สันจมูกโด่งรั้นนั่น... และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน! หัวใจของคินน์หล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม พร้อมกับความจริงอันน่าตกใจที่พุ่งเข้ากระแทกหน้าอกอย่างแรงจนแทบสิ้นสติ ...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงแห่งความแค้นและการหลุดพ้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%