กลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อและกระดาษไขราคาแพงในห้องตรวจสูตินรีเวชศาสตร์ ทำให้รินลดารู้สึกราวกับว่าอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ปลายนิ้วเรียวที่กำลังกำแผ่นกระดาษสีขาวในมือสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นความรู้สึกประaัดประดือและตลกร้ายที่โชคชะตาเล่นตลกกับเธอในยามที่หัวใจด้านชาจนแทบไม่เหลือความรู้สึกใดๆ ให้กับใครได้อีกแล้ว
...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?!
เสียงของแพทย์หญิงวัยกลางคนยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ยืนยันผลการตรวจที่ชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่งกว่าตัวเลขกำไรขาดทุนในงบดุลของบริษัทอัครเดโช เธอกำลังตั้งครรภ์—ตั้งครรภ์ทายาทคนที่สองในวันที่สายใยทางกฎหมายและความรู้สึกระหว่างเเธอและคินน์ขาดสะบั้นลงอย่างไม่มีวันหวนกลับ
รินลดาหลับตาลงช้าๆ ซึมซับความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมขั้วหัวใจ อดีตภรรยาที่เคยวิ่งตามแผ่นหลังอันเย็นชาของเขาด้วยความรักอันโง่เขลา ได้ตายไปในวันที่เธอตัดสินใจหยิบปากกาเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนี้ในกระจกเงาบานใหญ่ของห้องน้ำโรงพยาบาลคือ "รินลดา" คนใหม่ คนที่หัวใจถูกเคลือบด้วยน้ำแข็งและความแค้น คินน์ อัครเดโช สมควรได้รับบทเรียนจากการมองข้ามหัวใจของเธอ แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีนี้... ไม่ใช่ด้วยการเอาชีวิตน้อยๆ อีกหนึ่งชีวิตมาผูกติดไว้กับความผิดบาปที่เขาไม่ได้สำนึกอย่างแท้จริงในคราแรก
"คุณรินลดาคะ ผลตรวจระบุชัดเจนค่ะว่าอายุครรภ์เข้าสู่สัปดาห์ที่หกแล้ว..."
คำพูดของแพทย์หญิงยังคงวนเวียน แต่รินลดากลับเลือกที่จะกำแผ่นกระดาษแผ่นนั้นแน่น ก่อนจะพับมันเก็บลงในกระเป๋าหนังราคาแพงอย่างไร้ความปราณี ความลับนี้จะต้องตายไปพร้อมกับเธอ มันจะไม่ใช่เครื่องมือต่อรอง ไม่ใช่สะพานเชื่อมให้เขากลับเข้ามาในชีวิต และที่สำคัญที่สุด... มันจะไม่ใช่จุดอ่อนที่จะเปิดช่องให้ศิรินทร์หรือใครหน้าไหนเข้ามาทำร้ายเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอได้อีก
ร่างระหงก้าวเดินออกมาจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังด้วยท่าทีสง่างาม แม้ภายใต้เสื้อคลุมโค้ทตัวยาว สีหน้าของเธอจะเรียบเฉยราตุรูปปั้นหินอ่อน แต่ภายในกลับหมุนวนไปด้วยคลื่นอารมณ์ที่รุนแรง รินลดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างไร้เสียง เธอต้องเข้มแข็ง เพื่อ "น้องลินน์" ลูกสาวตัวน้อยวัยสองขวบ และเพื่อเจ้าตัวเล็กในครรภ์ที่กำลังเติบโตขึ้นมาโดยมีเพียงเธอเป็นเกราะกำบัง
ทว่า โชคชะตากลับไม่เคยปรานีคนที่พยายามจะหนีอดีต
รถยนต์หรูสีดำสนิทคุ้นตาจอดเทียบฟุตบาทอย่างกะทันหัน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างสูงสง่าของประธานหนุ่มแห่งอัครเดโชกรุ๊ป คินน์ก้าวลงมาด้วยท่าทางที่ร้อนรน แววตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดจากการตามหาเธอแทบพลิกแผ่นดิน
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอราวกับคนใกล้ขาดใจ เขาพยายามก้าวเข้ามาหา แต่รินลดากลับถอยหลังกรูดเว้นระยะห่างอย่างชัดเจน
"คุณมาทำไมที่นี่... คุณคินน์" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งความยินดีหรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ
"ผมตามหาคุณทั่ว" คินน์ขบกรามแน่น สายตากวาดมองสำรวจภรรยาเก่าตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกลัวว่าเธอจะหายวับไปกับตา "ที่คุณบล็อกทุกการติดต่อ ที่คุณย้ายออกจากคอนโดนั่น... คุณตั้งใจจะหายไปจากชีวิตผมตลอดกาลเลยใช่ไหมริน?"
"แล้วมันแปลกตรงไหนคะ?" รินลดาเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่ามอง "ในเมื่อเราหย่ากันขาดแล้ว สถานะระหว่างเราคือคนแปลกหน้า การที่ฉันจะไปไหนหรือหายไปจากชีวิตคุณ มันควรจะเป็นเรื่องที่คุณต้องดีใจเสียด้วยซ้ำ ไม่ใช่มายืนทำหน้าเหมือนคนสูญเสียทุกอย่างอยู่ตรงนี้"
คำพูดเชือดเฉือนของเธอกรีดแทงใจคินน์จนเขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ชายหนุ่มก้าวเข้าประชิดตัวเธอด้วยความรวดเร็ว มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าข้อแขนเรียวไว้ แต่รินลดากลับสะบัดออกอย่างไร้เยื่อใย ราวกับรังเกียจสัมผัสของเขาเสียเต็มประดา
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!"
"ริน... ผมรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันชดใช้ด้วยอะไรก็ไม่หมด ศิรินทร์เธอกุเรื่องขึ้นมาเพื่อปั่นหัวผม และผมก็โง่เง่าเกินกว่าจะมองเห็นความจริงว่าคนที่รักผมด้วยใจจริงคือใคร!" คินน์ระเบิดความอัดอั้นตันใจออกมา ดวงตาคมคู่นั้นแดงก่ำด้วยความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณทุกค่ำคืน "ให้โอกาสผมได้แก้ตัวเถื่อนเถอะนะ ให้ผมได้ดูแลคุณกับลูก... เหมือนที่ผมไม่เคยทำในอดีต"
รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุขเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองอดีตสามีด้วยแววตาสสมเพชเวทนา
"สายไปแล้วค่ะคุณคินน์ คำว่า 'โอกาส' มันหมดอายุไปตั้งแต่วันที่คุณเลือกผู้หญิงคนนั้น และมองฉันเป็นแค่หัวหลักหัวตอในบ้านหลังนั้นแล้วค่ะ" เธอยกมือขึ้นลูบท้องน้อยโดยไม่รู้ตัว ปฏิกิริยาทางกายที่แสดงออกอย่างระแวดระวังนั้นรอดพ้นจากสายตาคมกริบของคินน์ไปไม่ได้เสียทีเดียว
คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เมื่อสังเกตเห็นมือเรียวของอดีตภรรยาแตะประคองบริเวณหน้าท้องด้วยท่าทางปกป้อง สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่ามีบางอย่างผิดปกติ—บางอย่างที่รินลดาจงใจซ่อนไว้จากเขา
"คุณ... เป็นอะไร ทำไมคุณถึงดูแปลกไป?" คินน์ก้าวเข้าไปอีกก้าว สายตาคมจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ พยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น
"ฉันไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น และเลิกตามตื้อฉันเสียที ฉันบอกคุณแล้วว่าเราจบกันแล้ว!" รินลดาตัดบทด้วยความหงุดหงิด เธอหมุนตัวเตรียมจะก้าวขึ้นแท็กซี่ที่เพิ่งแล่นมาจอดเทียบ
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวขึ้นรถ เสียงเล็กๆ ที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากเบาะหลังของรถยนต์หรูคาร์ซีทฝั่งตรงข้ามที่เปิดกระจกแง้มไว้
"หมะม๊าขา...! ลินน์คิดถึงหมะม๊าจังเลยค่ะ!"
ร่างป้อมของเด็กหญิงวัยสองขวบโผล่หน้าออกมาจากหน้าต่างรถ พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่ออย่างไร้ที่ติ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองมาที่เธอด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ
รินลดาชะביก้าวเท้า หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นว่าลูกสาวสุดที่รักถูกพามาด้วยในสถานการณ์นี้ ขณะที่คินน์ซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง เผลอมองสลับระหว่างใบหน้าของเด็กหญิงตัวน้อยกับรินลดาที่กำลังหน้าซีดเผือด
สายตาสะกดนิ่งของคินน์เลื่อนกลับมาที่หน้าท้องแบนราบของอดีตภรรยาอีกครั้ง สมองอันชาญฉลาดของประธานหนุ่มประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันในพริบตาเดียว—อาการแพ้ท้องเมื่อหลายวันก่อน, การมาโรงพยาบาลสูตินรีเวชโดยลำพัง, และท่าทีปกป้องท้องของเธอเมื่อครู่
เอกสารผลตรวจ... ที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังของเธอบัดนี้ กลายเป็นสิ่งเดียวที่คินน์ต้องการจะไขปริศนาให้กระจ่าง
ชายหนุ่มพุ่งตัวเข้าไปขวางประตูดดุจกำแพงหิน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
"คุณกำลังซ่อนอะไรจากผมอยู่ รินลดา..." คินน์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน หัวใจของเขากำลังเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมความคาดหวังระคนกัน "ในกระเป๋าของคุณ... มีอะไรกันแน่?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเงาสะท้อนแห่งความเจ็บปวดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 3
ของขวัญชิ้นสุดท้าย
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!