เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 1

ใบหย่าที่ลงนามแล้ว

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของชา Earl Grey ที่เย็นชืดจนเกือบเป็นน้ำแข็งบนโต๊ะอาหารราคาแพงลิบลิ่ว ไม่ได้ครึ่งหนึ่งของความหนתเหน็บที่กัดกินขั้วหัวใจของรินลดาในวินาทีนี้เลยค่ะ ครบรอบสามปีแห่งการแต่งงาน... ตัวเลขที่ถูกตอกย้ำด้วยความเงียบงันและความหมาngเมิน คินน์ อัครเดโช นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโดยมีหน้าจอมือถือและกองเอกสารธุรกิจเป็นภรรยาตัวจริง ส่วนเธอก็เป็นเพียงเครื่องประดับราคาแพงที่เขาอนุญาตให้อยู่ในคฤหาสน์หลังนี้เพื่อนนามสกุลอันทรงเกียรติเท่านั้น “คุณเซ็นชื่อตรงนี้สิคะ” น้ำเสียงของรินลดาเรียบสนิท ไร้ซึ่งความสั่นเครือ หรือแม้แต่เงาของความอ้อนวอนที่เคยมีอยู่ในแววตาคู่สวยนั้นตลอดสามปีที่ผ่านมา มันคือความตายทางความรู้สึกที่ถูกฝังกลบไว้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว คินน์ชะงักมือที่กำลังจะพลิกหน้าเอกสาร ปลายนิ้วเรียวยาวชะงักค้าง ดวงตาคมกราบกวาดมองแผ่นกระดาษบนโต๊ะที่มีหัวข้อชัดเจนว่า *‘หนังสือสัญญาหย่า’* ก่อนที่นัยน์ตาคมกริบสีนิลจะเงยขึ้นสบกับภรรยา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเคยตัว “รินลดา... เกมเรียกร้องความสนใจแบบนี้มันน่าเบื่อเกินไปแล้วนะรู้ไหม” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ท่าทางยังคงเย่อหยิ่งและมั่นใจในอำนาจที่ตนมีเหนือผู้หญิงตรงหน้า “คิดว่าถือทะเบียนสมรสแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ? อย่าลืมว่าสถานะของคุณในบ้านหลังนี้มันมาจากความเมตตาของผม” “ความเมตตาเหรอคะ?” รินลดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสีดำสนิทคู่นั้นสะท้อนภาพประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ให้กลายเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าที่น่าสมเพชคนหนึ่ง “ถ้าความเมตตาของคุณคือการปล่อยให้ฉันกินข้าวคนเดียวในวันครบรอบทุกๆ ปี ในขณะที่คุณอ้างว่าติดงานกับศิรินทร์... ฉันคิดว่าฉันขอกลับไปเป็นสามัญชนที่ไร้ค่าในสายตาคุณ ยังจะมีเกียรติกว่าการเป็นคุณนายอัครเดโชที่ต้องรอเศษเสี้ยวความสนใจจากคุณค่ะ” ชื่อของศิรินทร์ทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที คินน์ขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอกเมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดในแววตาของอดีตภรรยา ผู้หญิงที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาเมื่อปีก่อน บัดนี้กลับกลายเป็นหินผาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ต่อเขาอีกต่อไปแล้ว “คุณกำลังพาลเรื่องศิรินทร์ เธอก็แค่เพื่อนร่วมงานและ...” “ไม่ต้องอธิบายหูของฉันหรอคินน์ค่ะ” รินลดาตัดบทด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท เธอหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงที่เขาเคยซื้อให้เป็นของขวัญวันแต่งงานเมื่อสามปีก่อน เลื่อนมันไปตรงหน้าเขา “เชิญเซ็นชื่อลงไป แล้วเราต่างคนต่างไปเถอะค่ะ ฉันไม่อยากใช้เวลาร่วมกับคนที่แม้แต่วันสำคัญที่สุดยังลืมว่าแต่งงานกับใคร” คินน์จ้องมองใบหย่านั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก มันไม่ใช่ความเสียใจ... เขาบอกตัวเองเช่นนั้น เขาไม่เคยรักเธอ การหย่าคือสิ่งที่เขาควรจะยินดีด้วยซ้ำไม่ใช่หรือ? แต่ทำไม... หัวใจข้างซ้ายถึงได้กระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับมีคมมีดล่องหนกรีดลงมาลึกจนเจ็บแปลบ “คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมรินลดา?” คินน์กดเสียงต่ำ สายตาจดจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเพื่อหาความลังเล “ถ้าผมเซ็น... จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก คุณจะเดินออกไปมือเปล่า และจำไว้ว่าอย่ากลับมาขอร้องผมทีหลังก็แล้วกัน” “มือเปล่าเหรอคะ?” รินลดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขสิ้นเชิง “ฉันไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณเลยค่ะคินน์... นอกจากอิสรภาพที่ถูกคุณขังไว้ในกรงทองนี่มาสามปี และเชื่อเถอะค่ะว่า ต่อให้คุณเอาเงินทั้งบริษัทมากองแทบเท้าฉันในวันที่ฉันหมดรักคุณแล้ว ฉันก็ชายตาแลไม่ได้หรอก” สิ้นคำพูดนั้น เธอก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไม่รอให้เขาได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ รินลดาก้าวเดินหันหลังให้อดีตสามีอย่างเด็ดเดี่ยว แผ่นหลังบางที่เคยดูบอบบางยามนี้กลับตั้งตรงและสง่างาม ราวกับราช nữที่เพิ่งปลดแอกตัวเองจากการจองจำ คินน์มองตามร่างบางที่เดินลับหายออกไปจากห้องอาหาร ความรู้สึกว้าวุ่นและหงุดหงิดตีรวนจนเขาต้องคว้าปากกามาเซ็นชื่อลงในใบหย่าด้วยความฉุนเฉียว *‘อยากไปนักใช่ไหม? อยากเล่นเกมหย่าร้างนักใช่ไหม? เดี๋ยวได้รู้กันว่าเธอจะทนความยากลำบากข้างนอกนั่นได้สักกี่น้ำ!’* เขากระชากเอกสารแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยความโมโห ตั้งใจจะเดินขึ้นห้องนอนเพื่อเก็บกวาดข้าวของของเธอให้พ้นหูพ้นตา แต่ในจังหวะที่เดินผ่านห้องนั่งเล่นปีกซ้ายของคฤหาสน์ เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงหัวเราะคิกคักใสแจ๋วของเด็กวัยเตาะแตะก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ “มะม้าจ๋า... พายู่ปัยหย่นหน่อยยย” คินน์ชะงักฝีเท้า ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เด็กที่ไหนมารบกวนเวลาส่วนตัวของเขาในคฤหาสน์ตระกูลอัครเดโชที่ห้ามคนนอกเข้าออกพลการกัน? เขาหันขวับไปมองยังต้นเสียงทันทีด้วยใบหน้าถมึงทึง ทว่า... ร่างเล็กป้อมในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีชมพูอ่อนที่กำลังวิ่งเตาะแตะออกมาจากห้องพี่เลี้ยง กลับทำให้ลมหายใจของประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นสะดุดกึก ร่างกายทั้งร่างแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับลูกแก้วคริสตัล จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะ... ริมฝีปากหยักได้รูปที่กำลังแย้มยิ้มจนเห็นลักยิ้มข้างแก้มนั้น มันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน! เด็กหญิงวัยสองขวบหยุดวิ่งเมื่อเห็นชายแปลกหน้าตัวโตยืนขวางทาง เธอเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามเสียงใสซื่อ “ป๊ะป๋า... ขา?” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่ในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%