เศษแก้วที่แตกกระจายบนพื้นหินอ่อนไม่ได้คมเท่าแววตาคู่ที่กำลังจ้องมองตรงมายังรินลดาในวินาทีนั้นค่ะ บรรยากาศภายในงานเลี้ยงหรูหราที่ควรจะอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงดนตรีคลาสสิก กลับถูกแช่แข็งด้วยความวุ่นวายที่โหมกระหน่ำเข้ามาดั่งพายุหมุน ศิรินทร์ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของผู้คนด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือข้างหนึ่งชี้ตรงมายังร่างระหงที่ยืนหยัดอย่างมั่นคงโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา
"ผู้หญิงคนนี้... มันเป็นแค่เศษสวะที่เกาะผู้ชายกิน!" เสียงแหลมสูงของศิรินทร์กรีดแทงทะลุผ่านความเงียบงันขึ้นมา "คิดเหแต่งตัวหรูหราแล้วจะสูงส่งขึ้นมาได้หรือไง รินลดา! เธอรนหาที่ตายเองนะที่กล้าเหยียบเข้ามาที่นี่!"
รินลดาเพียงแค่เหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มเย็นชา เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ความอ่อนแอที่เคยมีในอดีตถูกหลอมละลายและแทนที่ด้วยความแข็งแกร่งดุจน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตากลมโตคู่สวยมองตอบอดีตศัตรูหัวใจด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับสิ่งที่ศิรินทร์กำลังทำอยู่เป็นเพียงการดิ้นรนของตัวตลกไร้ค่า
"พูดจบหรือยังคะ?" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบได้อย่างชะงัด "ถ้าพ่นน้ำลายใส่หน้าคนอื่นจนพอใจแล้ว ก็ช่วยถอยไปไกลๆ หน่อยค่ะ รังเกียจความสกปรก"
คำพูดนั้นทำให้ศิรินทร์หน้าชาดล ปรี่เข้ามาหมายจะตบหน้าอีกฝ่ายด้วยความบันดาลโทสะ ทว่า... ก่อนที่ฝ่ามืออันเกรี้ยวกราดจะทันได้สัมผัสแก้วนวลเนียน ร่างของรินลดากลับถูกดึงให้ถอยหลังไปปะทะกับแผงอกกว้างอันคุ้นเคยอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษเพศที่คุ้นเคยพร้อมกับความเยือกเย็นอันทรงอำนาจแผ่ซ่านปกคลุมร่างของเธอไว้ในทันที
คินน์ อัครเดโช ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างพวกเธอทั้งสองด้วยความเร็วที่ไม่มีใครคาดคิด มือหนาคว้าข้อมือของศิรินทร์ไว้แน่น บีบมันด้วยแรงมหาศาลจนอีกฝ่ายร้องกรี๊ดออกมาด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองศิรินทร์ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งจนรอบบริเวณแทบหยุดหายใจ
"คุณคินน์..." ศิรินทร์ครางชื่อเขาด้วยความตกใจและเจ็บปวด น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร "ทำไม... ทำไมคุณถึงปกป้องมันล่ะคะ? มันตบหน้าศิรินทร์นะ!"
"หุบปากซะ" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรี้ยวกดดัน "ฉันเตือนเธอหลายครั้งแล้วนะศิรินทร์ ว่าอย่าล้ำเส้น... และยิ่งคนที่เธอพยายามจะแตะต้อง คือคนที่มีค่าที่สุดในชีวิตฉัน"
รินลดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำนั้น หัวใจที่เคยด้านชากระตุกวูบอย่างไม่ตั้งใจ เธอเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของอดีสามีผู้ที่ไม่เคยแม้แต่จะชายตาแลในยามที่เธอยังเป็นภรรยา วันนี้เขากลับยืนหยัดปกป้องเธอจากผู้หญิงที่เขาเคยปกป้องมาตลอด ช่างเป็นตลกร้ายเสียจริง ความรู้สึกขมขื่นแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่เธอก็รีบซ่อนมันไว้อย่างรวดเร็วภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชา
"ปล่อยฉันนะคะคุณคินน์!" ศิรินทร์ดิ้นรนสุดชีวิตเมื่อแรงบีบที่ข้อมือเริ่มทำให้กระดูกแทบแหลก คินน์สะบัดมือออกอย่างไร้เยื่อใยราวกับเธอเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่ง
"ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วทำลายตระกูลของเธอให้สิ้นซากในคืนนี้" น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดจนศิรินทร์ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยเถียง หล่อนทรุดตัวลงร่ำไห้ด้วยความอัปยศอดสูท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยที่มองเข้ามาด้วยความสมเพช ก่อนจะวิ่งหนีหายไปจากงาน
ความวุ่นวายสงบลงในชั่วพริบตา แต่ความตึงเครียดกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย คินน์ค่อยๆ หันกลับมาหารินลดา ดวงตาคู่คมที่มักจะเย่อหยิ่งและเย็นชาในยามปกติ บัดนี้กลับฉายแววความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสำนึกผิด อ่อนโยน และหวาดกลัว... หวาดกลัวว่าเธอจะผลักไสเขาออกไปอีก
"ริน..." เขาเอמהชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะที่ไหล่บางของเธอ
รินลดาเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา ดวงตาคู่สวยมองตรงมาที่เขาด้วยความว่างเปล่า ปราศจากประกายความรักความหลงใหลเช่นในอดีต มีเพียงความแข็งกระด้างที่ทิ่มแทงหัวใจของคนมองจนเจ็บแปลบ
"ขอบคุณค่ะ... สำหรับการแสดงเมื่อครู" รินลดาเอמהด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ "แต่คุณไม่ต้องทำแบบนี้หฉันหรอกค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้ และที่สำคัญ... เราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันแล้ว กรุณาให้เกียรติสถานะปัจจุบันของเราด้วยค่ะ คุณอัครเดโช"
คำว่า "สถานะปัจจุบัน" และนามสกุลที่เธอจงใจเน้นย้ำ ราวกับมีดกรีดลงบนแผลเก่าที่ยังไม่หายดีของคินน์ เขากัดกรามแน่นจนสันนูน ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วอก แต่เขารู้ดีว่าเขานี่แหละคือคนที่ผลไสไสส่งผู้หญิงตรงหน้าให้กลายเป็นคนไร้หัวใจเช่นนี้
"ริน... ผมแค่อยากปกป้องคุณ ผมรู้ว่าผมมันเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำในอดีตมันให้อภัยไม่ได้..." คินน์ก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าวอย่างยอมจำนน "แต่ขอโอกาสให้ผมได้ไถ่บาป... ให้ผมได้ดูแลคุณกับลูกเถอะนะ"
รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคืองที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง "ลูกเหรอคะ? ตอนที่ฉันอุ้มท้องเขาโดยที่คุณคินน์ไม่เคยเหลียวแล ตอนที่ฉันแทบจะเอาชีวิตไม่รอด คุณอยู่ที่ไหนคะ? ตอนที่คุณปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน คุณเคยคิดถึงคำว่า 'ครอบครัว' บ้างไหม?"
คำถามนั้นทรงพลังราวน้ำป่าที่ซัดสาดเข้าใส่จนคินน์พูดไม่ออก เขาทำได้เพียงยืนนิ่งรับความเจ็บปวดนั้นด้วยความสำนึกผิด ดวงตาคมมีน้ำตาคลอหน่วยอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อนในชีวิตของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล
ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจของคนทั้งคู่ เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงใสๆ ของเด็กหญิงวัยสองขวบก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมเสาด้านหลัง
"คุณแม่คะ! น้องลินน์หิวน้ำจังเลยค่ะ!"
ร่างเล็กป้อมในชุดกระโปรงฟูฟ่องวิ่งเข้ามาซบที่ชายกระโปรงของรินลดา ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นช้อนมองมารดาด้วยความออดอ้อน โดยที่ยังไม่ทันสังเกตเห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
คินน์ชะงักง้าง ลลมหายใจของเขาติดขัดในลำคอเมื่อดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นหันมาสบเข้ากับเขา... ดวงตาคู่ที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา ทุกสัดส่วนบนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นคือหลักฐานชิ้นเอกที่ปฏิเสธไม่ได้
ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ขณะที่หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อความจริงทั้งหมดกระจ่างชัดต่อหน้าต่อตาในวินาทีที่ไม่มีทางหนีพ้น
และก่อนที่คินน์จะทันได้เอמהคำพูดใดออกมา รินลดาก็ก้มลงอุ้มร่างของเด็กน้อยขึ้นแนบอกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหันหลังเตรียมจะเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเขาอีก
"เดี๋ยว... รินลดา! นั่น... นั่นลูกของเราใช่ไหม?"
คำถามที่หลุดจากปากของคินน์ทำให้รินลดาก้าวเท้าหยุดชะงัก เธอยังคงหันหลังให้เขา แต่รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากกลับปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่ทำเอาคินน์แทบสิ้นสติ
"สายเกินไปแล้วค่ะคุณคินน์... เด็กคนนี้ไม่มีพ่อ และพ่อของเขา... ตายไปตั้งแต่ในวันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันแล้วค่ะ"
---
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการล้างแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ - กระจกเงาต้องสาป)
เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 25
ปกป้องเธอ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!