กลิ่นอายจางๆ ของยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์ลอยอวลอยู่ในห้องพักฟื้นขนาด V.I.P. ทว่าสิ่งที่อบอวลยิ่งกว่าคือความเงียบงันอันน่าอึดอัด รินลดาขยับตัวเล็กน้อยด้วยความเจ็บแปลบบริเวณข้อเท้าที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยผ้าพันแผลสีขาวสะอาด ความซุ่มซ่ามหรืออุบัติเหตุในค่ำคืนนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับผู้ชายร่างสูงที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้
ใบหน้าคมคายของคินน์ อัครเดโช ไร้ซึ่งรอยยิ้มเช่นเคย ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้ทอดมองไปทางไหนนอกจากร่างระหงที่นอนพิงหมอนอยู่บนเตียง
"ถ้าคุณยังดื้อดึงขยับตัวทั้งที่กระดูกยังไม่เข้าที่ ผมเกรงว่าคุณคงต้องนอนเป็นอัมพาตอยู่บนเตียงนี้ไปตลอดชีวิตนะคะ... รินลดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความกังวลไว้ลึกๆ เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววรักใคร่และภักดีต่อเขาอย่างไร้เงื่อนไขเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชาที่คมกริบราวกับเศษกระจกแตก
"มันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมาใส่ใจค่ะ คุณคินน์" รินลดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ปรายตามองเขาเพียงชั่วครู่ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปยังบานกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง "ฉันจะเจ็บ จะพิการ หรือจะตายไปจากชีวิตคุณ มันก็ควรเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับคุณไม่ใช่เหรอคะ ทำไมถึงยังต้องมาทำหน้าที่สามีผู้แสนดีตอนนี้ ในเมื่อใบหย่าเราเซ็นกันไปนานจนหมึกแห้งสนิทแล้ว"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้สันจมูกโด่งเป็นคมของประธานหนุ่มกระตุกวูบ คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เตียงผู้ป่วยทีละน้อย แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่แผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะแตะลงบนข้อเท้าที่บาดเจ็บ แต่รินลดากลับชักเท้าหนีอย่างรวดเร็วราวกับโดนของร้อน
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เสียงหวานเอ่ยตวาดกร้าว นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความรังเกียจที่ไม่อาจปิดมิด
คินน์ชะงักมือค้างกลางอากาศ หัวใจของเขาบีบรัดเข้าหากันอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยนี้ มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เขาเคยทำลายหัวใจผู้หญิงคนนี้ในอดีต ภาพอดีตที่เขาเคยผลักไสเธอให้จมอยู่กับความโดดเดี่ยว ปล่อยให้เธอนอนร้องไห้ลำพังบนเตียงกว้างในค่ำคืนที่เหน็บหนาว ย้อนกลับมาตบหน้าเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ผมแค่อยากดูแลคุณ... ริน" คินน์เอ่ยเสียงพร่า ประโยคนี้หากเป็นเมื่อก่อน รินลดารlคงโผเข้ากอดด้วยความซาบซึ้ง แต่ในวันนี้... มันช่างน่าสมเพชในความรู้สึกของเธอ
"ดูแลเหรอคะ?" รินลดาหันกลับมาสบตาเขา รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากสวย "คำนี้มันไม่ได้มีค่าอะไรเลยตอนที่ฉันต้องการมันที่สุด คุณเก็บความห่วงใยจอมปลอมนี่ไว้ไปให้ศิรินทร์เถอะค่ะ ผู้หญิงคนนั้นคงรอให้คุณไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้อยู่ที่ไหนสักแห่ง ไม่ใช่มายืนทำหน้าสำนึกผิดอยู่ตรงนี้"
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมบาดลึกเข้าที่ขั้วหัวใจของคินน์ เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่ตนก่อไว้มันหนาเตอะเกินกว่าจะใช้คำพูดสวยหรูมาลบล้าง แต่การเห็นเธอบาดเจ็บแล้วเขาทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากยืนมอง ยิ่งทำให้ความรู้สึกผิดกัดกินวิญญาณของเขาจนแทบคลุ้มคลั่ง
ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนแทบไม่มีช่องว่าง คินน์โน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างยันขอบเตียงไว้ กักขังร่างบางให้อยู่ในอาณัติ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่แข็งกระด้าง
"ผมกับศิรินทร์... มันจบลงแล้ว" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง "ไม่มีผู้หญิงคนไหนมีความหมายกับผมอีกแล้ว รินลดา... ตั้งแต่วันที่คุณเดินออกไปจากชีวิตผม โลกของผมมันก็พังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี"
รินลดาหัวเราะในลำคออีกครั้ง ดวงตาคู่สวยรื้นหยาดน้ำใสแต่เธอรีบกักเก็บมันไว้ ไม่ยอมให้ความอ่อนแอใดๆ หลุดรอดออกไปให้เขาได้เห็นเด็ดขาด
"สายไปแล้วค่ะ คุณคินน์..." เธอกระซิบชิดริมฝีปากเขา ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้กำลังปลุกเร้าถ่านไฟเก่าที่มอดไหม้ให้คุโชนขึ้นมาอีกครั้ง กลิ่นกายหรูหราเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ของผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ กำลังทำให้สติสัมปชัญญะของเธอก드ดันถึงขีดสุด "ความรู้สึกที่ฉันมีให้คุณ มันตายไปพร้อมกับวันที่คุณเซ็นใบหย่าและไล่ฉันออกจากบ้านหลังนั้นแล้วค่ะ"
คินน์นิ่งงังไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ปะทะกันจนรับรู้ถึงความสั่นไหวในอก ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้ไม่ได้น่ากลัวสำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่
มือหนาเปลี่ยนเป็นฝ่ายเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่พยายามผลักไสเขา แรงบีบที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้รินลดาชะงัก นัยน์ตาสีเข้มของคินน์ฉายแววเวทมนตร์บางอย่างที่ทรงพลังและดึงดูด
"ต่อให้คุณจะเกลียดผม ต่อให้คุณจะพยายามผลักไสผมไปไกลแค่ไหน..." คินน์กระซิบแนบชิดใบหูขาวสะอาด เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์ "แต่จำเอาไว้... รินลดา ว่าผมจะไม่ยอมปล่อยให้คุณหายไปจากชีวิตผมอีกเป็นครั้งที่สอง ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม"
บรรยากาศในห้องพักฟื้นเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสาน หัวใจของทั้งสองดวงเต้นระรัวด้วยแรงปรารถนาและความเจ็บปวดที่ทับถม รินลดารู้สึกได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาในความหนาวเหน็บ เปลือกตากลุ่มบางหลับลงชั่วพริบตาเพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่เริ่มสั่นคลอนกำแพงน้ำแข็งในใจ
ทว่า... ในวินาทีที่มือหนากำลังจะโน้มใบหน้าลงมาเพื่อประทับจูบซับน้ำตาที่ริมฝีปากอิ่ม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะมารยา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ทั้งคู่ผละออกจากกันราวกระแสไฟช็อต คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ส่วนรินลดารีบดึงสติตัวเองกลับมาแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
"เข้ามา" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดระคนเย็นชา
ประตูกล่อง V.I.P. เปิดออกพร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะในสภาพยับเยินเล็กน้อย
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ" เลขาหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเหลือบมองรินลดากระอักกระอ่วน "พอดีผมไปตรวจสอบเอกสารตามที่คุณสั่งเกี่ยวกับประวัติของเด็กหญิงคนนั้น... และผมบังเอิญไปเจอผลตรวจสุขภาพและการฝากครรภ์เก่าของ... คุณรินลดาเมื่อสองปีก่อน"
คินน์ชะงัก นัยน์ตาสีเข้มหันขวับกลับมามองเลขาหนุ่มทันที หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงสังหรณ์ใจบางอย่าง
"ผลตรวจอะไร?" คินน์ถามเสียงลอดไรฟัน
เลขาหนุ่มยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ด้วยมือสั่นเทา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของประธานหนุ่มหยุดหมุนลงในทันที
"ผลตรวจยืนยันชัดเจนครับ... ตอนที่คุณรินลดาหย่ากับคุณเมื่อสองปีก่อน เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ และเด็กคนนั้น... ก็คือ 'น้องลินน์' ลูกสาววัยสองขวบของคุณ... ที่หน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับคุณไม่มีผิดเพี้ยนครับ!"
----------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการล้างแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - กระจกเงาต้องสาป
เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 26
ความใกล้ชิดที่อันตราย
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!