เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 27

ความลับในกระเป๋า

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูหราใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย รินลดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ท่าทางของเธอสงบนิ่งและมั่นคงราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาอย่างประณีต แววตาคู่คมที่ครั้งหนึ่งเคยทอประกายความอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรัก บัดนี้กลับว่างเปล่า เย็นชา และไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ต่อผู้ชายที่นั่งอยู่หลังโต๊ะตัวนั้น คินน์ อัครเดโช ประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและถือดีในศักดิ์ศรีอย่างไร้ขีดจำกัด บัดนี้สภาพของเขากลับดูราวกับเศษแก้วที่แตกละเอียด ไม่มีเค้าโครงของความทรงอำนาจหลงเหลืออยู่เลย สายตาของเขาจับจ้องมองอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจจนแทบไม่เหลือชิ้นดี มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะกำเอกสารในมือแน่น ราวกับว่ามันคือกิ่งไม้สุดท้ายที่ช่วยยึดเหนี่ยวเขาไว้จากความดำดิ่ง "คุณยังมีธุระอะไรกับฉันอีกคะ, คุณคินน์" น้ำเสียงหวานที่เคยเอ่ยวาจาออดอ้อน บัดนี้ราบเรียบและห่างเหินราวกับคนแปลกหน้า รินลดาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่กดดัน เธอกวาดสายตามองชายหนุ่มด้วยความสมเพชแกมเวทนา รอยยิ้มหยันที่มุมปากของเธอทำให้อกข้างซ้ายของคินน์ปวดแปล๊บราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง "ริน..." คินน์เปล่งเสียงออกมาได้อย่างยากเย็น ลำคอของเขาราวกับถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น "ผม... ผมขอร้องล่ะ ให้โอกาสผมได้อธิบาย ได้แก้ไขในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไปได้ไหม" "โอกาส?" รินลดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "คุณกำลังขอโอกาสจากซากปรักหักพังที่คุณเป็นคนลงมือทำลายมันกับมือตัวเองอย่างนั้นเหรอคะ? น่าขันสิ้นดี... ตอนที่ฉันกราบกรานขอความเห็นใจ ตอนที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันและลูก คุณเคยคิดถึงคำว่าโอกาสบ้างไหม?" คำพูดของเธอคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมซ้ำๆ คินน์สะอึกจนพูดไม่ออก ภาพวันเก่าๆ ที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธออย่างไร้เยื่อใย ภาพที่เขาเคยเชื่อคำเป่าหูของศิรินทร์ผู้หญิงหน้าไหว้หลังหลอกคนนั้น มากกว่าภรรยาที่อุ้มท้องลูกของเขา วิ่งย้อนกลับมาทุบทำลายสติสัมปชัญญะของเขาอย่างบ้าคลั่ง เขามันโง่เง่า... โง่เง่าที่สุดที่มองไม่เห็นเพชรแท้ในมือ มัวแต่คว้าไข่มุกปลอมที่วันๆ เอาแต่สร้างความร้าวฉาน ในจังหวะที่คินน์กำลังจะเอ่ยคำร้องขอความเห็นใจอีกครั้ง ทว่าความโกลาหลเล็กๆ ก็เกิดขึ้นที่หน้าประตูกระจกฝ้าของห้องทำงาน เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับเสียงของเลขาหน้าห้องที่พยายามห้ามปรามบางสิ่งบางอย่าง ทำให้ทั้งคู่ต้องหันไปมอง "คุณศิรินทร์คะ! เข้าไปไม่ได้นะคะ ท่านประธานกำลังประชุมสำคัญอยู่ค่ะ!" ปัง! ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ศิรินทร์ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและริษยา ดวงตาของเธอแดงก่ำ กวาดมองรินลดาและคินน์ด้วยความแค้นเคือง หลังจากเธอหมดสิ้นทุกอย่างเพราะแผนชั่วของตัวเองถูกเปิดโปง เธอก็กลายเป็นคนสติแตกที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างไม่ให้ใครมีความสุข "นังสารเลว!" ศิรินทร์กรีดร้องออกมาเสียงดังลั่น พุ่งตรงเข้ามาหารินลดาด้วยท่าทีหมายจะทำร้าย "แก... แกทำให้ฉันต้องพินาศ แกแย่งทุกอย่างไปจากฉัน!" รินลดายังคงยืนนิ่ง ไม่แม้แต่จะก้าวถอยหลัง แววตาของเธอดูลี่ลงด้วยความรังเกียจ ทว่าก่อนที่มือของศิรินทร์จะทันได้แตะตัวเธอ ร่างสูงใหญ่ของคินน์ก็ลุกพรวดขึ้นแล้วพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของศิรินทร์ไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงบีบที่เต็มไปด้วยโทสะทำให้ศิรินทร์ต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด "หยุดบ้าได้แล้ว, ศิรินทร์!" คินน์ตวาดลั่น ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความเกรี้ยวกราด "คนที่ทำลายตัวเอง มันคือตัวเธอเองต่างหาก! ไสหัวออกไปจากบริษัทของฉันเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะให้คนลากเธอออกไป!" "คุณคินน์! คุณกล้าไล่ฉันเหรอ เพราะนังนี่ใช่ไหม! เพราะนังนี่ใช่ไหมคุณถึงเปลี่ยนไป!" ศิรินทร์กรีดร้องสติหลุด สะบัดแขนออกจากการจับกุมด้วยความโมโหจัด ก่อนจะพุ่งเป้าไปที่กระเป๋าเอกสารหนังราคาแพงของคินน์ที่วางอยู่บนโซฟารับแขกด้วยความหมั่นไส้และต้องการทำลายข้าวของของเขาให้พังพินาศ "แกต้องพินาศเหมือนฉัน!" ศิรินทร์คว้ากระเป๋าเอกสารใบนั้นแล้วรูดซิปกระชากออกอย่างแรง เทกระจายข้าวของภายในกระเป๋า ทั้งปากกา สมุดบันทึก และแฟ้มเอกสารกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นพรมราคาแพง คินน์หน้าถอดสี รีบปรี่เข้าไปหมายจะหยุดเธอ แต่ทว่า... มีสิ่งหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากซอกกระเป๋า และปลิวลงมาหยุดนิ่งอยู่แทบเท้าของรินลดาพอดี มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกผนึกไว้อย่างดี บริเวณมุมซองมีตราประทับของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังอย่างชัดเจน บนหน้าซองระบุหัวข้อตัวอักษรสีดำสนิทที่สะดุดตาจนหัวใจของทุกคนในห้องราวกับหยุดเต้น *[ผลตรวจ DNA และความสัมพันธ์ทางสายเลือด]* รินลคมองซองเอกสารนั้นด้วยแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะ ร่างกายของเธอชาหนึบไปหมด ขณะที่คินน์ยืนแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดก คราบน้ำตาบนใบหน้าของศิรินทร์หยุดชะงักลงเมื่อเธอเหลือบไปเห็นข้อความบนซองเอกสารนั้นเช่นกัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างในชั่วพริบตา ไม่มีใครกล้าขยับตัว ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ด้วยความจริงบางอย่างที่กำลังจะถูกกระชากออกมาจากความมืด คินน์ก้มมองซองเอกสารที่อยู่แทบเท้ารินลดา สลับกับเงยหน้าขึ้นมองดวงตาคู่สวยที่ตอนนี้กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความตื่นตระหนกแกมคาดไม่ถึง ริมฝีปากหนาพยายามจะขยับเอ่ยบางอย่าง ทว่าลำคอกลับตีบตันสนิท ซองเอกสารฉบับนั้น... ไม่ใช่ของเขาที่ตั้งใจจะเก็บไว้... แต่มันคือผลตรวจที่เขาแอบไปตรวจความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับ "น้องลินน์" เด็กหญิงตัวน้อยวัยสองขวบที่เขายังไม่เคยมีโอกาสได้อุ้มชูอย่างแท้จริง... และผลลัพธ์ข้างในนั้น คือความลับที่เขาพยายามซ่อนมันไว้จากความกลัว... ความกลัวที่ว่าตนเองจะไม่คู่ควรกับการได้รับการอภัยจากผู้หญิงตรงหน้า รินลดาก้มลงช้าๆ ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปแตะที่มุมซองเอกสารฉบับนั้น ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีด้วยแววตาที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่รอเวลาประจันหน้า ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการล้างแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - กระจกเงาต้องสาป
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%