เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 28

ความจริงที่ปรากฏ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
เศษกระดาษแผ่นหนึ่งบนโต๊ะทำงานกระจกใส สะท้อนเงาของความจริงที่เคยถูกบดบังด้วยอคติและความเย่อหยิ่ง รินลดากวาดสายตามองเอกสารผลตรวจทางการแพทย์ในมือ ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ทำให้หัวใจของเธอสงบลง ตรงกันข้าม... มันกลับเป็นดั่งเสียงคำรามของพายุที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในอก ตัวอักษรทุกบรรทัด รายละเอียดทางพันธุกรรม และประวัติการสืบสวนที่ถูกรวบรวมไว้อย่างเป็นระเบียบ เป็นหลักฐานประจักษ์ชัดว่าผู้ชายคนที่เคยผลไสไล่ส่งเธออย่างไม่ใยดี กำลังขุดคุ้ยความจริงทั้งหมดขึ้นมาจากหลุมศพแห่งอดีตที่เธอตั้งใจฝังกลบมันเอาไว้ "คุณตามสืบเรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้วคะ... คินน์" เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่เหยียดยิ้มเยาะหยันให้กับความตลกร้ายของโชคชะตา รินลดาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย ความรู้สึกเดียวที่แล่นพล่านไปทั่วอณูผิวคือความโกรธเกรี้ยวระคนสมเพช ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้กลับกำลังพยายามปะติดปะต่อเศษซากความผิดพลาดของตัวเองด้วยความพยายามอันน่าสมเพช ปึก! ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยปราศจากการเคาะขออนุญาต ร่างสูงสง่าของคินน์ อัครเดโช ก้าวเข้ามาด้วยลมหายใจที่กระชั้นถี่ แววตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยร่องรอยของความตื่นตระหนก ความสำนึกผิด และบางสิ่งที่คล้ายกับความหวาดกลัว—หวาดกลัวว่าจะสูญเสียสิ่งสำคัญไปตลอดกาล เขากวาดสายตามองเอกสารในมือของเธอ ร่างสูงชะงักไปชั่วขณะ ราวกับคนที่กำลังเดินอยู่บนปากเหวแล้วมองเห็นเบื้องล่างเป็นเหวลึก "ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยความแหบพร่า มันไม่ใช่เสียงของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ใครต่อใครต่างเกรงกลัว แต่เป็นเสียงของมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังพังทลายลงอย่างช้าๆ "คุณ... เห็นมันแล้วสินะ" รินลดาค่อยๆ วางเอกสารแผ่นนั้นลงบนโต๊ะ ช้าๆ และมั่นคง เธอยืดตัวตรง เงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรัก ความโหยหา หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยวในแบบที่เขาเคยชิน มันคือสายตาของคนแปลกหน้าที่มองเห็นเศษขยะชิ้นหนึ่งบนพื้นถนน "ค่ะ ฉันเห็นแล้ว" รินลดาตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ "แปลกดีนะคะ... ตอนที่ฉันพยายามจะอธิบาย ตอนที่ฉันกราบกรานขอให้คุณรับฟังความจริง คุณกลับเลือกที่จะเชื่อผู้หญิงคนอื่น ปัดเศษเสี้ยวความรู้สึกของฉันทิ้งราวกับมันไม่มีค่าอะไรเลย แต่พอมาตอนนี้... คุณกลับใช้เวลาเป็นเดือนๆ เพื่อสืบเรื่องทั้งหมดนี้ด้วยตัวเอง เพื่ออะไรคะ? เพื่อความสะใจ? หรือเพื่อสนองความรู้สึกผิดที่มันเพิ่งจะนึกขึ้นได้?" คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในเนื้อของคนฟัง คินน์ก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิด ทว่ากลับต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นรินลดาถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ ราวกับรังเกียจแม้แต่การยืนอยู่ในรัศมีหายใจเดียวกันกับเขา "ผมไม่ได้ทำเพื่อความสะใจ ริน..." คินน์พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเทา มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ผมทำ... เพราะผมเพิ่งรู้ว่าผมโง่แค่ไหน ผมถูกศิรินทร์ปั่นหัว ผมตาบอดและใจร้ายเกินกว่าจะมองเห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้า ทุกลมหายใจที่ผ่านมาตั้งแต่คุณเดินจากไป... ผมเหมือนคนที่ตายทั้งเป็น" "แล้วมันเกี่ยวกับฉันตรงไหนล่ะคะ?" รินลดาตัดบทขึ้นทันควัน แววตาวาวโรจน์ด้วยประกายไฟแห่งความแค้นที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง "ตอนที่คุณเหยียบย่ำฉัน คุณไม่เคยคิดถึงลมหายใจของฉันเลยสักครั้ง! ลูกในท้องที่แท้งไปเพราะความใจร้ายของคุณ... ความเจ็บปวดที่ฉันต้องแบกรับไว้คนเดียว คุณเคยสนใจไหมคะว่าฉันจะอยู่รอดมาได้ยังไง?!" ชื่อของ 'ลูก' ที่หลุดออกมาทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัด คินน์หน้าซีดเผือด หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความจริงที่ว่าเขาคือฆาตกรทางอ้อมที่พรากสายเลือดของตัวเองไปพร้อมกับความรักของภรรยา เป็นตราบาปที่เขาไม่มีวันลบเลือนได้ แต่ทว่า... ปลายทางของเอกสารสืบสวนที่เขาถืออยู่ไม่ได้มีแค่เรื่องนั้น "ไม่ใช่แค่นั้น..." คินน์ฝืนกลืนก้อนสะอื้นลงคอ สายตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความแข็งกระด้าง "ผลตรวจนั่น... มันไม่ได้ระบุแค่เรื่องในอดีต ริน... คุณยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่คุณซ่อนเอาไว้ เรื่องที่แม้แต่เอกสารชุดนี้ก็เกือบจะตามไม่ทัน" รินลดาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว ทว่าใบหน้ายังคงรักษากำแพงความเย็นชาไว้ได้อย่างแนบเนียน "คุณหมายความว่าอะไร" "น้องลินน์..." คินน์เอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครืออย่างไม่อาจควบคุม ดวงตาคมแดงก่ำจ้องมองอดีตภรรยาเขม็ง "เด็กผู้หญิงวัยสองขวบคนนั้น... ลูกสาวที่คุณอ้างว่าเป็นเด็กที่คุณรับมาเลี้ยงจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า... ทำไมหน้าตาของแกถึงถอดแบบมาจากผมทุกกระเบียดนิ้ว? และทำไม... ประวัติการคลอดที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนั้น ถึงมีชื่อของคุณเป็นมารดาโดยสมบูรณ์!" ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางใจห้อง รินลดาหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง แม้จะตั้งรับมาตลอดทาง แต่เธอก็ไม่คิดว่าความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิต จะถูกคนตรงหน้าขุดคุ้ยจนเจอเร็วกว่าที่คาดไว้ "คุณโกหก..." รินลดาเค้นเสียงปฏิเสธ ทว่าน้ำเสียงกลับขาดความมั่นคงไปถนัดใจ "ผมไม่ได้โกหก ริน!" คินน์ก้าวพรวดเดียวมาประชิดตัวเธอ มือหนาคว้าข้อแขนเรียวไว้เบาๆ ไม่กล้าออกแรงบีบกลัวว่าเธอจะเจ็บ แต่ก็แน่นพอที่จะไม่ยอมให้เธอถอยหนี "ผลตรวจ DNA ระหว่างผมกับน้องลินน์... ออกมาแล้ว และความเข้ากันได้ทางพันธุกรรมคือร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม!" ลมหายใจของรินลดาติดขัด เธอนิ่งอึ้ง สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อรู้ว่าเกราะป้องกันสุดท้ายถูกทำลายลงอย่างราบคาบ ทว่า ในวินาทีที่ความจริงอันหนักอึ้งกำลังกดทับทั้งสองคนไว้ เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กหญิงวัยสองขวบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน "หม่าม้าคะ... คุณปะป๊าใจดีคนนั้น ซื้อขนมมาฝากลินน์ด้วยค่ะ!" เสียงใสๆ ของน้องลินน์ที่เอ่ยเรียก พร้อมกับเงาร่างเล็กๆ ที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับบุคคลที่ไม่คาดฝัน ทำเอาคินน์และรินลดาต้องหันขวับไปมองพร้อมกัน และภาพที่ปรากฏตรงหน้า... ก็ทำให้ลมหายใจของคินน์แทบหยุดลง เมื่อเขาเห็นใบหน้าของคนที่ก้าวตามเด็กน้อยเข้ามาในห้องนั้นอย่างชัดเจน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งและเผชิญหน้ากับความจริงอันเจ็บปวดครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - กระจกเงาต้องสาป
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%