กระดาษแผ่นบางบนโต๊ะทำงานราคาแพงระยับส่งเสียงกรอบแกรบเบา ๆ ยามที่ปลายนิ้วเรียวยาวของรินลดาปัดมันให้พ้นทาง เอกสารทางกฎหมายฉบับนั้น—คำสั่งห้ามบิดาเข้าใกล้บุตรโดยเด็ดขาด—เพิ่งได้รับการอนุมัติเมื่อวานนี้เอง หมึกสีดำสนิทที่ประทับตราประธานศาลยังคงดูสดใหม่ ทว่ามันกลับหนักอึ้งราวกับภูเขาที่กดทับลงบนทรวงอกของคนที่เคยพังทลายมาแล้วครั้งหนึ่ง
ทว่าในวินาทีนี้ ความเงียบงันภายในห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์นกลับถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กหญิงวัยสองขวบ เสียงที่เคยเป็นดั่งยาพิษกรีดแทงใจคินน์ในอดีต ยามนี้กลับกลายเป็นเสียงเดียวในโลกที่หล่อเลี้ยงวิญญาณอันแห้งผากของเขาให้ฟื้นคืน
"พู... พู่อีก!"
เสียงอ้อแอ้ของน้องลินน์ดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อม ๆ ในชุดกระโปรงผ้าลินินสีครีมที่วิ่งเตาะแตะเข้าไปหาผู้ชายในชุดสูทเนื้อดี ซึ่งตอนนี้ถอดเสื้อนอกพาดไว้กับพนักโซฟา เนคไทสีเข้มถูกปลดออกและโยนทิ้งอย่างไร้ระเบียบ คินน์ อัครเดโช ประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาต่อทุกสรรพสิ่ง บัดนี้กำลังคุกเข่าลงบนพรมราคาแพงอย่างไม่นึกเสียดายภาพลักษณ์
บนตักแกร่งของเขาคือตุ๊กตากระต่ายเน่าตัวโปรดของแก้วตาดวงใจ รินลดายืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่หลังบานประตูไม้กระจกฝ้า สายตาคมกริบมองลอดผ่านช่องว่างเพื่อเฝ้าดูภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย
คินน์หัวเราะ... เป็นเสียงหัวเราะที่เธอแทบไม่เคยได้ยินตลอดเวลาสามปีในฐานะภรรยาในนาม รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าคมสันนั้นเปี่ยมไปด้วยความสุขชนิดที่เงินหลายพันล้านก็ซื้อไม่ได้ ดวงตาคู่วันก่อนที่เคยแข็งกระด้างและเต็มไปด้วยความทะนงตน บัดนี้กลับพราวระยับด้วยความอ่อนโยนยามที่ประสานสายตากับเด็กหญิงตัวน้อย
"ไหน เจ้าตัวเล็ก บอกปะป๋าซิครับ ว่าอยากให้กระต่ายบินได้สูงแค่ไหนหึ"
คำว่า 'ปะป๋า' ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของคินน์ทำเอารินลดาต้องเม้มปากแน่นจนห่อเหี่ยว หัวใจดวงที่เคยด้านชาไหววูบด้วยความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมา เธอเกลียดความจริงข้อนี้... เกลียดที่สายเลือดของเขากำลังซึมซับความรักจากผู้ชายคนที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี เกลียดที่แววตาคู่นั้นของลูกสาวมีความสุขเหลือเกินยามได้อยู่ในอ้อมแขนของเขา
แต่ในขณะเดียวกัน เอกสารคำสั่งศาลในกระเป๋าเสื้อของเธอก็กรีดร้องเตือนสติว่า... เส้นตายแห่งการปกป้องได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
"ไม่เอา... เอาอันนี้!" น้องลินน์จิ้มนิ้วป้อม ๆ ไปที่บล็อกไม้ต่อรูปสัตว์ ก่อนจะปีนป่ายขึ้นไปนั่งตักแกร่งอย่างคุ้นเคย ราวกับสัญชาตญาณบางอย่างบอกเด็กน้อยว่าผู้ชายคนนี้คือครึ่งหนึ่งของชีวิตนาง คินน์รวบร่างเล็กเข้ามาสวมกอดไว้แนบอกอย่างทะนุถนอม มือใหญ่ที่เคยถือปากกาเซ็นสัญญามูลค่ามหาศาล บัดนี้กลับประคองแผ่นหลังบอบบางของลูกสาวไว้อย่างระแวดระวัง ราวกับกลัวว่าแก้วตาดวงนี้จะแตกสลายคามือ
"ระวังหน่อยครับคนเก่ง เดี๋ยวสะดุดนะ หืม... ดื้อจริง ๆ เลยเราเนี่ย หน้าตาเหมือนใครนะเนี่ย ถึงได้ดื้อไม่ยอมหยุดแบบนี้" คินน์กระเซ้าเสียงนุ่ม แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูระคนหลงใหล เขาหยิกแก้มป่องเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว
รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ช่างน่าขัน... ผู้ชายที่เพิ่งรู้ตัวว่ามีลูกเมื่อสายไป ชายผู้เคยผลักไสเธอและเด็กในท้องให้ออกไปเผชิญโลกอันโหดร้ายโดยไม่เคยแยแส บัดนี้กลับมานั่งยิ้มร่าเริงและหลงรักแก้วตาดวงนี้เข้าอย่างจัง ชดเชยเวลาที่เสียไปงั้นหรือ? ฝันไปเถอะค่ะ... ในเมื่อในอดีตเธอต้องร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดเพื่ออ้อนวอนขอความเมตตาจากเขา แล้วไยวันนี้เธอต้องใจอ่อนให้กับรอยยิ้มจอมปลอมนั่นด้วยเล่า
"คุณคินน์คะ"
เสียงหวานเย็นเยียบที่เอ่ยขึ้นกะทันหันทำให้บรรยากาศอันอบอุ่นชื่นมื่นพังทลายลงในพริบตา คินน์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตภรรยา รอยยิ้มเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความกังวลระคนสำนึกผิดที่ฉายชัดในหน่วยตาคู่นั้น
รินลดาก้าวเท้าออกจากความมืดของเงาประตู เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่มั่นคง ราวกับเสียงฝีเท้าของยมทูตที่มาทวงคืนสัญญา เธอยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าอดีสามี ร่างอรชรในชุดสูทเข้ารูปดูทรงอำนาจและเย่อหยิ่งจนคินน์ต้องเป็นฝ่ายเงยหน้ามองด้วยความรู้สึกใจหาย
"หมดเวลาเล่นแล้วค่ะ" รินลดาเอ่ยเสียงเรียบ สายตาเย็นชาไร้ระลอกคลื่น "เชิญคุณกลับออกไปจากบ้านของฉันได้แล้วค่ะ"
คินน์ชะงักไปชั่วขณะ เขารemove มือออกจากร่างของลูกสาวอย่างช้า ๆ นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวผู้เปลี่ยนไปราวคนละคน "ริน... ผมแค่อยากอยู่กับลูกอีกสักนิด... แกกำลังสนุกนะ คุณก็เห็น"
"ค่ะ ฉันเห็น" รินลดาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "ฉันเห็นว่าคุณกำลังพยายามทำตัวเป็นพ่อตัวอย่าง ทั้งที่ตลอดสองปีที่ผ่านมา คำว่า 'พ่อ' สำหรับคุณมันมีความหมายแค่ไหน... คุณน่าจะรู้ดีที่สุดนะคะ"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้คินน์ถึงกับหน้าชา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าไปใกล้เพื่อจะเอื้อมมือมาแตะแขนเธอเพื่อขอความเห็นใจ แต่รินลดาซูฮกถอยหลังหนึ่งก้าว ปฏิกิริยาการปฏิเสธนั้นชัดเจนเสียจนมือหนาต้องค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ
"ถอยไปค่ะ อย่าแตะต้องตัวฉัน" เธอย้ำเสียงกร้าว พร้อมกับเอื้อมมือหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกจากกระเป๋าถือ ชูขึ้นตรงหน้าเขา "และนี่คือเหตุผลที่คุณต้องออกไปจากบ้านหลังนี้เดี๋ยวนี้"
คินน์ก้มมองเอกสารในมือเธอ แวบแรกเขาคิดว่ามันคงเป็นจดหมายทวงหนี้หรือเอกสารธุรกิจทั่วไป ทว่าเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรหัวกระดาษ ตัวหนังสือภาษาไทยที่ถูกพิมพ์อย่างเป็นทางการก็ทำให้ลมหายใจของประธานหนุ่มสะดุดกึกในอก
*คำสั่งศาล: ห้ามมิให้ นายคินน์ อัครเดโช เข้าใกล้หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการรบกวนสิทธิของเด็กหญิงลินดา อัครเดโช เป็นระยะทางไม่ต่ำกว่า...*
ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความสุขเมื่อครู่กลับดิ่งวูบลงสู่เหวลึกในพริบตา เขานิ่งอึ้ง ปากอ้าพะงาบคล้ายอยากจะเอ่ยคำแก้ตัว แต่ลำคอกลับตีบตันจนไร้เสียง
"คุณ... คุณทำแบบนี้กับผมจริง ๆ เหรอริน?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างสั่นเครือ ความเจ็บปวดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอกยิ่งกว่าตอนที่เธอเดินจากไปเสียอีก
รินลดาแย้มยิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่งดงามแต่ไร้ซึ่งความปรานีใด ๆ สิ้นเชิง ดวงตากลมโตจ้องมองเขาด้วยความสมเพชเวทนา
"ทำไมล่ะคะ ตกใจเหรอ?" เธอเอียงคอมองด้วยท่าทีเยزหยัน "นึกว่าฉันจะเป็นคนเดิม คนที่ยอมให้คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ยอมนั่งรอคุณอย่างไร้ค่าที่บ้านหลังนี้ไปวัน ๆ งั้นเหรอคะ? ขอโทษด้วยนะคะคุณคินน์... คนโง่คนนั้นน่ะ มันตายไปตั้งแต่คืนที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันแล้วล่ะค่ะ"
บรรยากาศภายในห้องเงียบงัดลงทันที มีเพียงเสียงหายใจหอบถี่ของคินน์ที่ยืนตัวชาทำอะไรไม่ถูก เขามองเอกสารในมือเธอสลับกับใบหน้าเย็นชาของอดีตภรรยา ความรู้สึกสำนึกผิดและเสียดายกัดกินขั้วหัวใจจนแทบแหลกสลาย
ทว่าในจังหวะที่ความตึงเครียดกำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นขัดจังหวะ—*ติ๊ด... ติ๊ด...*
รินลดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ใครกันที่มาหาเธอในยามวิกาลเช่นนี้? ส่วนคินน์เองก็หันไปมองบานประตูใหญ่ด้วยความระแวงเช่นกัน
ก่อนที่รินลดาจะทันได้ก้าวไปเปิดประตู บานประตูไม้ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของใครบางคนที่มีกุญแจสำรอง ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบก้าวเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้สีขาวสะอาดในมือ รอยยิ้มอบอุ่นระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี
"รินครับ ผมซื้อขนมที่เธอชอบมาฝาก... เอ๊ะ?"
เสียงทุ้มของ 'ภากร'—นักธุรกิจหนุ่มคู่แข่งทางธุรกิจและชายผู้คอยอยู่เคียงข้างรินลดาในยามที่เธอตกต่ำที่สุด—หยุดชะงักลง เมื่อกวาดสายตาเข้ามาในห้องรับแขกแล้วพบว่าไม่ได้มีเพียงแค่เจ้าของบ้าน แต่ยังมีร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งตระกูลอัครเดโชยืนจ้องเขม็งอยู่ด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ
คินน์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ นัยน์ตาคมกริบฉายแววฆ่าฟันขึ้นมาในทันที มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เมื่อตระหนักได้ว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่เข้ามาแทนที่เขาในชีวิตของอดีตภรรยาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา!
รินลดาเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้มาใหม่ ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากห้ามปรามสถานการณ์อันคุกรุ่นนี้ คินน์ก็ก้าวพรวดเข้าไปกระชากคอเสื้อของภากรด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะลุขีดจำกัด!
"แก... เข้ามาในบ้านเมียฉันได้ยังไงวะไอ้ภากร!" คินน์คำรามเสียงต่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวเปี่ยมด้วยแรงหึงหวงและโทสะที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม!
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางผ่านเงาสะท้อนแห่งความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 23
มิตรภาพที่ก่อตัว
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!