เสียงล้อรถยนต์ราคาแพงที่บดเบียดยางลงบนพื้นถนนลาดยางหน้าบ้านพักตالعะวันออกเฉียงเหนือของหมู่บ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์ ไม่ได้ดึงดูดสายตาของรินลดาให้ละออกจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวโปรด จิบชาคาโมมายล์อุ่นๆ ด้วยท่าทีสงบนิ่ง ราวกับเสียงเครื่องยนต์ V8 นั้นเป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านที่ไร้ตัวตน
แต่สัญชาตญาณของนักธุรกิจหญิงผู้ผ่านนรกหมกไหม้มาแล้วทุกรูปแบบ บอกเธอชัดเจนว่า... สงครามประสาทที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ
รินลดาผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ปล่อยให้สายตาคมกริบมองลอดผ่านกระจกหน้าต่างบานใสออกไป ภาพที่สะท้อนเข้ามาคือร่างสูงโปรดของคินน์ อัครเดโช อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี เขากำลังก้าวลงมาจากรถสปอร์ตคันหรูด้วยชุดลำลองเนื้อดีที่ยังคงความเนี้ยบไร้ที่ติ ทว่าแววตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความมุ่งมั่นระคนกันอย่างน่าขัน
เขาย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังตรงข้าม... บ้านหลังที่เคยขึ้นป้าย "ขาย" มานานร่วมปี แต่กลับถูกกว้านซื้อไว้ด้วยเงินสดอย่างไร้รอยต่อเมื่อสามวันก่อน
"คุณแม่คะ ลินน์อยากกินสตอเบอร์รี่ค่ะ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงวัยสองขวบดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมๆ ที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาซบลงที่ตัก รินลดารีบปรับสีหน้าจากความเย็นชาเป็นความอ่อนโยนในเสี้ยววินาที เธอวางแท็บเล็ตลงแล้วโอบกอดลูกสาวแนบอก สัมผัสอุ่นร้อนของน้องลินน์คือเกราะแก้วชิ้นเดียวที่คอยค้ำจุนหัวใจที่เคยแตกสลายของเธอให้กลับมาแข็งแกร่งดั่งหินผา
"ได้ค่ะ เดี๋ยวคุณแม่ล้างให้นะคะคนเก่ง" รินลดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะเหลือบสายตากลับไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน คินน์ที่ยืนอยู่หน้าบ้านหลังใหม่ของตนเอง กลับไม่ได้สนใจการจัดเก็บบ้านหรือข้าวของเครื่องใช้แม้แต่น้อย สายตาคมกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน เขากำลังมองตรงมาที่บ้านของรินลดา บ้านที่ไร้ซึ่งเงาของเขา บ้านที่ปิดตายประตูใส่หน้าเขาอย่างเลือดเย็น
เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำในอดีตมันสมควรได้รับการลงทัณฑ์ แต่การต้องทนเห็นเธอยืนอยู่ตรงนั้น... โดยไม่มีเขาเคียงข้างอีกต่อไป มันเหมือนกับมีใครเอาเศษแก้วมาบดขยี้อยู่ในทรวงอกทุกครั้งที่หายใจ
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบ รินลดายังคงนิ่ง เธอไม่ได้ขยับตัวในทันทีปล่อยให้แม่บ้านเป็นคนเดินไปเปิดประตู แต่ทว่า... เมื่อประตูเปิดออก ร่างสูงของคนที่เธอไม่อยากพบหน้ามากที่สุดกลับก้าวเข้ามาในอาณาเขตความเป็นส่วนตัวของเธออย่างไร้มารยาท
"คินน์! คุณเข้ามาได้ยังไง ใครอนุญาตคุณ!" รินลดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ความสุขุมที่สะสมมานานแทบจะพังทลายลงตรงหน้า
"ผมไม่ได้เข้ามารบกวนคุณนานเกินไปหรอก ริน... ผมแค่มาแนะนำตัวในฐานะ 'เพื่อนบ้านใหม่'" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงความเวทonaและดึงดันอยู่ในที สายตากวาดมองไปรอบห้องรับแขกอย่างพยายามสำรวจร่องรอยชีวิตของเธอ
"เพื่อนบ้านงั้นเหรอคะ?" รินลดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงเยียบเย็นจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที "บ้านตั้งกว้างใหญ่ไพศาล ทำไมคุณถึงรสนิยมต่ำตมจนต้องมาซื้อบ้านซุกหัวนอนอยู่ตรงข้ามฉันล่ะคะ หรือว่าที่คฤหาสน์หลังโตมันเหงา ไม่มีใครคอยให้คุณโขกสับระบายอารมณ์เหมือนเมื่อก่อนแล้วล่ะสิ"
คำพูดเชือดเฉือนที่แทงใจดำ ทำเอาคินน์ชะงักไป เขากลืนก้อนความเจ็บปวดลงคออย่างยากลำบาก รอยยิ้มฝื่อนๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากหยัก
"ผมยอมรับผิดทุกอย่างแล้ว ริน... ผมรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันให้อภัยไม่ได้ แต่ผมขอโอกาส... ขอโอกาสให้ผมได้แก้ตัว ได้ทำหน้าที่ผู้ชายคนหนึ่งที่ควรจะดูแลพวกคุณบ้าง" คินน์ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว สายตาพยายามสื่อความรู้สึกผิดบาปที่อัดแน่นอยู่ในอก
"ผู้ชายที่ควรจะดูแล?" รินลดาก้าวถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่าง พร้อมกับส่งสายตารังเกียจเดียดฉันท์ให้อย่างไม่คิดจะปิดบัง "ตอนที่คุณผลักไสฉัน ไล่ฉันออกจากบ้านพร้อมกับหัวใจที่แตกสลาย คุณเคยคิดถึงคำว่า 'ดูแล' บ้างไหมคะ? ตอนที่คุณปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีฉัน คุณอยู่ที่ไหน? คินน์... ความสำนึกผิดราคาถูกของคุณ มันซื้อเวลาชีวิตที่ฉันเสียไปไม่ได้หรอกค่ะ เชิญคุณกลับบ้านของคุณไปซะ แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก!"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ รังสีความแค้นและความอัดอั้นปะทะกันกลางอากาศจนแทบหายใจไม่ออก
แต่ในจังหวะนั้นเอง...
"คุณป๋าขา..."
เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วที่ดังขึ้นจากมุมโซฟา ทำให้ร่างสูงของคินน์แข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระบาล เขานิ่งงิ่งไปทันที ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อก้มลงมองร่างเล็กป้อมที่เดินเตาะแตะเข้ามาใกล้ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยดวงตากลมโตคู่นั้น... ดวงตาที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา
รินลดาหน้าถอดสี หัวใจกระตุกวูบตกลงไปถึงตาตุ่ม เธอลืมระวังตัวไปสนิทว่าลูกสาวยังอยู่ในห้องนี้ด้วย!
คินน์ค่อยๆทรุดตัวลงคุกเข่าลงกับพื้น เพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเด็กน้อย มือหนาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ขณะยื่นไปสัมผัสแก้มนุ่มนิ่มนั้น หัวใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร พังทลายลงในพริบตาเดียวเมื่อความจริงบางอย่างที่เขาเคยสงสัย กระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจัง
"นะ... น้องลินน์..." คินน์เสียงสั่นเครือ น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างมาตลอดชีวิตเอ่อคลอเบ้า "ริน... นี่มัน... ลูกของเราใช่ไหม?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการชำระแค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 19
เริ่มรุกคืบ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!