เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 18

คำโกหกเพื่อปกป้อง

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพี ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับไอสังหารและแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงสง่าของคนที่ยืนขวางประตูอยู่ คินน์ อัครเดโช ไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายนิ้ว ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง จ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล รินลดายืนตัวตรง ไหล่บางทั้งสองข้างตั้งตรงอย่างไร้ความหวาดหวั่น แววตาของเธอว่างเปล่า ราวกับมองผ่านอากาศธาตุ ไม่ใช่สามีเก่าผู้ทรงอิทธิพลที่เคยเหยียบย่ำเธอจนจมดิน "พูดใหม่อีกทีซิ ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของเขาเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธและความระทึกระทึกใจที่เจ้าตัวพยายามกดขี่ไว้ "เมื่อกี้... เธอว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกใครนะ?" "ดิฉันคิดว่าภาษาไทยของท่านประธานคินน์ไม่ได้บกพร่องนะคะ" รินลดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาจนน่าใจหาย เธอขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังร่างเล็กป้อมของเด็กหญิงวัยสองขวบที่กำลังซุกใบหน้าตื่นกลัวอยู่หลังชายกระโปรงของเธอ "และดิฉันก็ไม่มีความจำเป็นต้องตอบคำถามไร้สาระจากคนนอกซ้ำเป็นครั้งที่สอง" "คนนอกอย่างนั้นเหรอ!" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกกระชากขึ้นมาทับถม "เราหย่ากันแค่ปีกว่า รินลดา! แต่เด็กคนนั้น... อายุเท่าไหร่? สองขวบใช่ไหม? คำนวณเวลาให้ดีสิที่รัก... มันเป็นช่วงที่เรายังอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน!" หัวใจของคินน์เต้นระรัวราวกับกลองศึก ภาพเด็กหญิงตัวน้อยเมื่อครู่ที่เขาบังเอิญเห็นผ่านกระจกบานใส—เด็กที่มีดวงตากลมโต จมูกรั้น และโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกัน—มันกระแทกเข้ากลางหน้าอกจนแทบหยุดหายใจ เขารู้สึกเหมือนถูกค้อนมหึมาทุบซ้ำที่กลางอก ความจริงที่พยายามปฏิเสธกำลังตะโกนก้องอยู่ในหัว รินลดาเบือนหน้าหนีรอยยิ้มหยันบนริมฝีปากหยักลึกของเขา หัวใจดวงที่เคยแตกสละจนแหลقเหลวบัดนี้ถูกหลอมใหม่ด้วยความด้านชา เธอจำได้แม่น วันที่เธอยื่นใบตรวจครรภ์ให้เขาดูด้วยความหวังอันริบหรี่ว่าเขาจะหันมามองเธอบ้าง วันนั้น... คินน์ขยำกระดาษแผ่นนั้นทิ้งต่อหน้าต่อตา เขามองเธอด้วยสายตาสมเพชเวทนา และเอ่ยปากไล่เธอออกจากบ้านราวกับหมูเหมือนหมา พร้อมกับคำพูดที่คอยกรีดแทงซ้ำๆ ว่าเธอ 'ไม่มีค่าพอที่จะมีทายาทให้ตระกูลอัครเดโช' ในเมื่อเขาผลักไสเธอลงเหวด้วยมือคู่นั้น ทำไมวันนี้... วันที่เธอปีกกล้าขาแข็งและปกป้องลูกน้อยด้วยหยาดเหงื่อและลมหายใจของตัวเองได้แล้ว เขาถึงกล้าวิ่งกลับมาทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อ? "ต่อให้เด็กคนนี้จะอายุเท่าไหร่ และต่อให้หน้าตาจะละม้ายคล้ายใคร..." รินลดาหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ แววตาแข็งกร้าวไร้ซึ่งความหวั่นไหว "มันก็เป็นเรื่องของดิฉันค่ะ คุณคินน์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับอัครเดโชทั้งสิ้น เด็กคนนี้ไม่มีพ่อ... และต่อให้มี เธอก็ไม่มีวันต้องการผู้ชายใจร้ายไร้หัวใจแบบคุณหรอกค่ะ" คำพูดนั้นบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลสด คินน์ชะงักไป ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าหวานที่เคยซีดเซียวหวาดกลัว แต่วันนี้กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและทรนง รินลดาในอดีตยอมก้มหัวให้เขาทุกอย่าง ร้องไห้อ้อนวอนขอความรัก แต่วันนี้... เธอยืนหยัดอย่างมั่นคงโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอ้อมกอดของเขาอีกต่อไปแล้ว ความตระหนักรู้บางอย่างพุ่งเข้าชนสมอง ทำให้คินน์รู้สึกหายใจไม่ออก เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอด้วยความรวดเร็ว มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อแขนเรียว แต่รินลดากลับถอยหลังหลบได้อย่างว่องไว พร้อมกับส่งสายตารังเกียจเดียดฉันท์ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ "อย่ามาแตะต้องตัวดิฉัน!" เธอตวาดเสียงต่ำเพื่อไม่ให้เด็กน้อยตกใจยิ่งกว่าเดิม รินลดาคุกเข่าลงโอบกอดร่างเล็กของน้องลินน์เข้าแนบอก ลูบศีรษะทุยเบาๆ พลางกระซิบปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอบอุ่นต่างจากตอนที่คุยกับเขาลิบลับ "ไม่เป็นไรนะคะคนดี เดี๋ยวเราไปรอกับคุณน้ากันนะลูก..." คินน์ยืนแข็งค้างอยู่ตรงนั้น มือที่ยื่นออกไปค้างเติ่งกลางอากาศ ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีรวนขึ้นมาจุกที่คอหอย ภาพความอบอุ่นระหว่างอดีตภรรยาและเด็กหญิงตัวน้อย—เด็กที่เขามั่นใจเหลือเกินว่าเป็นสายเลือดของตัวเอง—กำลังกรีดแทศหัวใจเขาให้แหลกละเอียด นี่คือผลลัพธ์จากการกระทำอันโง่เขลาของเขาเองใช่ไหม? เขาทิ้งเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตไป เพียงเพราะหลงเชื่อคำเป่าหูของผู้หญิงจอมปลอมอย่างศิรินทร์ "ริน..." เสียงของเขาอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันเจือด้วยความเวทนาและอ้อนวอนที่น่าสมเพชในสายตาเธอ "ขอร้องล่ะ... ให้ฉันได้ตรวจ... ให้ฉันได้รู้ความจริง..." "ความจริงอะไรคะ?" รินลดาเงยหน้าขึ้นมามองเขา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย "ความจริงที่ว่าคุณเคยบอกว่าลูกของฉันเป็นแค่เครื่องมือเรียกร้องความสนใจงั้นเหรอ? หรือความจริงที่ว่าคุณอยากเขี่ยเราสองแม่ลูกพ้นทางเพื่อจะได้แต่งงานกับศิรินทร์ตามใจชอบ?" ชื่อของศิรินทร์ทำให้คินน์หน้าซีดเผือด เขารู้สึกชาไปทั้งร่างเมื่อนึกถึงความผิดบาปที่ตนเคยทำไว้ "เรื่องนั้น... ฉันจัดการทุกอย่างจบแล้ว ริน ศิรินทร์กับฉันเราขาดกัน..." "แต่มันสายเกินไปแล้วค่ะ" รินลดาตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อุ้มร่างน้อยแนบอก ปรายตามองเขาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาที่ตายด้านสนิท "ประตูระหว่างเรา ปิดตายไปตั้งแต่ที่คุณเลือกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันลงกับพื้นแล้วค่ะคุณคินน์... และจำใส่สมองเอาไว้ด้วยว่า ต่อให้ผลตรวจ DNA จะออกมาเป็นยังไง ลูกคนนี้ก็มีแค่แม่คนนี้คนเดียว ไม่มีวันเป็นทายาทของตระกูลอัครเดโชตามที่คุณเคยประกาศกร้าวไว้หรอกค่ะ!" พูดจบ รินลดาก็ก้าวเดินผ่านร่างสูงของอดีตสามีไปอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้คินน์ยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องรับรองที่ว่างเปล่า ความเงียบงันและกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเธอคือสิ่งเดียวที่หลงเหลือไว้ คินน์หลับตาลงอย่างเจ็บปวด หมัดหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ซัดถล่ม ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะยอมแพ้และปล่อยให้ความมืดมิดกลืนกิน เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง "อุ๊ย... ตายจริง คุณคินน์คะ มาทำอะไรอยู่ในห้องนี้คนเดียวเหรอคะ?" เสียงหวานหยดย้อยที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างระหงของศิรินทร์ที่ก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต ในมือของเธอกำซองเอกสารสีน้ำตาลลับๆ ล่อๆ เอาไว้ ดวงตาสีเข้มฉาบด้วยประกายเจ้าเล่ห์ขณะมองตามหลังรินลดาที่เพิ่งเดินออกไป คินน์ลืมตาขึ้น ชั่วพริบตานั้นเองที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นข้อความบางส่วนที่โผล่พ้นซองเอกสารในมือของศิรินทร์—ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเบ้อิ่งที่จารึกผลการตรวจความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม... และชื่อของเด็กหญิงลินน์ที่ปรากฏหราอยู่บนนั้น! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการชำระแค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%