เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 33

บทเรียนราคาแพง

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"เซ็นใบลาออกให้ฉัน... ภายในสิบนาที" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของคินน์ อัครเดโช ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในห้องทำงานประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ เลขาสาวหน้าห้องถึงกับมือสั่นจนแฟ้มเอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้น เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเย็นชาและเด็ดขาดที่สุดในวงการธุรกิจ คินน์ไม่ได้สนใจความตกใจของคนรอบข้าง เขาเพียงแค่ปลดเนกไทราคาแพงที่รัดคอจนอึดอัดออกอย่างไม่ใยดี ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้มองไปยังกราฟยอดขายที่พุ่งทะยานในหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่มันกลับฉายภาพใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่ง... ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสและตราหน้าว่าเป็นเพียงก้อนหินไร้ค่าในชีวิต "คุณคินน์คะ... การประชุมบอร์ดบริหารในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า..." "ผมบอกให้ทำอะไร ก็ทำตามนั้น!" เขาตวาดกลับ เสียงนั้นดังก้องไปทั่วห้องทำงานหรูหราก่อนจะหยุดลงที่ความเงียบงันอีกครั้ง เขาเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองลงไปยังเบื้องล่างที่ผู้คนขวักไขว่ราวกับมดปลวก อำนาจ เงินตรา และชื่อเสียง... สิ่งที่เขาเคยเชิดชูว่าสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด บัดนี้มันกลับเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ความหมายเมื่อเทียบกับความว่างเปล่าในอก เขาทิ้งทุกอย่าง... ทิ้งอาณาจักรที่สร้างมาด้วยหยาดเหงื่อ เพียงเพื่อจะแลกกับโอกาสในการตามหา 'เงา' ที่หายไปจากชีวิต ... ณ ร้านกาแฟเล็กๆ ย่านชานเมือง บรรยากาศเงียบสงบขัดกับพายุอารมณ์ที่กำลังก่อตัวอยู่ภายในใจของรินลดา เธอเพิ่งวางสายจากโรงเรียนอนุบาลของลูกสาว ดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นหมองในอดีต บัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและเย็นชา เธอเรียนรู้แล้วว่าโลกนี้ไม่ได้ใจดีกับคนที่อ่อนแอ และเธอก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอไปอีก "แม่คะ... ลินน์หิวขนมจังเลย" เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงตัวน้อยวัยสองขวบดังขึ้น รินลดาระบายยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้เพียงลูกสาวเท่านั้น เธออุ้มร่างเล็กขึ้นมานั่งบนตัก พลางเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมน แต่แล้ว... ความรู้สึกประหลาดก็แล่นผ่านสันหลังเหมือนกระแสไฟฟ้า เมื่อเธอสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาจากด้านหลัง รินลดาหันขวับไปมอง ผ่านกระจกเงาบานใหญ่ที่ประดับอยู่ข้างฝาผนัง เธอเห็นเงาสะท้อนของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทราคาแพงที่ดูผิดที่ผิดทางในร้านกาแฟแห่งนี้ เขาหยุดยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย็นชาบัดนี้ดูซีดเผือด และดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อมองมาที่ 'น้องลินน์' คินน์ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ หัวใจที่เคยด้านชากลับเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก เมื่อเด็กน้อยในอ้อมกอดของรินลดาหันมาสบตาเขา... ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้นนั่น... มันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน ความจริงที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอด... ความจริงที่เขาทิ้งทุกอย่างเพื่อมาตามหา... มันอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ในฐานะผลลัพธ์ของความผิดพลาดที่เขาก่อไว้ในอดีต รินลดาเห็นความสั่นไหวในแววตาของเขา เธอไม่ได้มีความเห็นใจ เธอไม่ได้มีความโหยหา สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในใจมีเพียงความแค้นที่สั่งสมมานานนับปี เธอค่อยๆ วางลูกสาวลงบนเก้าอี้อย่างช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นเผชิญหน้ากับอดีตสามีด้วยท่าทีที่สงบนิ่งราวกับผิวน้ำก่อนพายุใหญ่ "คุณตามมาทำไม... คุณคินน์" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา จนคนฟังรู้สึกเหมือนถูกกรีดด้วยมีดที่มองไม่เห็น คินน์ก้าวเข้ามาหาหนึ่งก้าว มือหนาสั่นเทาพยายามจะเอื้อมไปแตะไหล่เธอ แต่รินลดากลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว กิริยานั้นชัดเจนว่าเขามันก็แค่คนแปลกหน้าที่ไร้สิทธิ์จะแตะต้องเธอและลูก "ริน... ผม... ผมไม่รู้..." คินน์พยายามจะเอ่ยคำขอโทษ แต่ทุกคำพูดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ เมื่อเขาสังเกตเห็นบางอย่างบนโต๊ะที่รินลดาเพิ่งวางทิ้งไว้ บนโต๊ะนั้นมีซองเอกสารสีน้ำตาลที่เปิดค้างอยู่ และแผ่นกระดาษที่โผล่พ้นซองออกมานั้นคือ 'ผลตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด' ที่เพิ่งออกเมื่อวานนี้ ตัวอักษรสีแดงเข้มที่ระบุว่า 'Match: 99.99%' มันเด่นชัดจนบาดตาเขา รินลดามองตามสายตาเขาไป ก่อนจะหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ แต่กลับเต็มไปด้วยความสมเพช "บทเรียนราคาแพงที่คุณได้รับในวันนี้ มันยังไม่พอใช่ไหมคะ?" รินลดาขยับเข้าไปใกล้ กดสายตาจ้องมองเขาด้วยความเย็นชาที่ทำให้อุณหภูมิรอบข้างลดต่ำลง "คุณทิ้งงาน ทิ้งเงิน ทิ้งอำนาจ เพื่อจะมาดูว่าคุณสูญเสียอะไรไปบ้าง... แต่น่าเสียดายนะคะคินน์ เพราะสำหรับฉัน... สิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ ไม่ใช่พ่อของลูกฉัน แต่มันเป็นเพียงขยะจากอดีตที่ฉันเขี่ยทิ้งไปนานแล้ว" คินน์ชะงักงัน เหมือนถูกตบหน้าด้วยความจริงที่โหดร้ายที่สุดในชีวิต เขาจะก้าวเท้าเข้าไปหาอีกครั้ง แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าหน้าร้าน ร่างของหญิงสาวอีกคนในชุดหรูหราเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายคินน์ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ปนเปไปกับความริษยา ศิรินทร์มองรินลดาด้วยสายตาท้าทาย ก่อนจะกอดแขนคินน์ไว้แน่น "คินน์คะ! คุณมาทำอะไรที่นี่คะ? คุณทิ้งงานทิ้งการเพียงเพื่อผู้หญิงคนนี้งั้นเหรอ?" ศิรินทร์แผดเสียงขึ้นด้วยความลืมตัว รินลดามองภาพนั้นด้วยสายตาสมเพชยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะหันหลังกลับไปอุ้มลูกสาว เตรียมจะเดินออกไปจากร้าน "เดี๋ยวริน! อย่าไป!" คินน์สะบัดแขนศิรินทร์ออกอย่างแรงจนเธอเซไปกระแทกโต๊ะ เขาตัดสินใจพุ่งตัวไปขวางทางเดินของรินลดาไว้ พร้อมกับหยิบสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อออกมา มันไม่ใช่จดหมายรัก หรือคำขอโทษ... แต่มันคือใบหย่าที่ลงนามโดยทนายของเขาเอง พร้อมกับเอกสารโอนกรรมสิทธิ์บริษัททั้งหมดที่เขาเพิ่งสละสิทธิ์ไป "ริน... ผมไม่เหลืออะไรแล้วนอกจากชีวิตนี้ ถ้าการที่ผมต้องเป็นคนหมดตัวแบบนี้ จะช่วยให้คุณยอมหันกลับมามองผมบ้าง... ผมก็ยินดีจะรับบทเรียนราคานี้" เขายื่นเอกสารให้เธอด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะคุกเข่าลงต่อหน้าลูกสาวของเขาเอง ท่ามกลางสายตาของคนทั้งร้านที่กำลังจับจ้องมาที่พวกเขาด้วยความตกตะลึง! กระจกเงาต้องสาปได้บันทึกภาพการล่มสลายของประธานผู้ยิ่งใหญ่ไว้แล้ว และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของรินลดาก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากทนายความส่วนตัวของเธอที่ส่งมาด้วยประโยคสั้นๆ ว่า... "คุณรินลดาครับ... ผลการตรวจ DNA ตัวอย่างที่สองจากผมของ 'ศิรินทร์' ออกแล้ว เธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับคุณคินน์เลยแม้แต่น้อย และที่สำคัญ... ผลนั่นยืนยันว่าเธอคือบุคคลที่ถูกตามหาคดีลักพาตัวเด็กเมื่อยี่สิบปีก่อน!" คินน์ที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง เงยหน้าขึ้นมองรินลดาด้วยความงุนงง ในขณะที่ศิรินทร์ที่ยืนอยู่ข้างหลังกลับหน้าถอดสีจนกลายเป็นสีซีดเผือดราวกับศพ! ... หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะถูกใจรี้ดที่รักทุกท่านนะคะ กระจกเงาต้องสาปจะกลับมาทอทอประกายความแค้นให้รุนแรงยิ่งขึ้นในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%