เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 34

คนเดียวที่พึ่งได้

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายความอับชื้นของห้องเก็บเอกสารเก่าแก่ในหอสมุดประชาชน แตกต่างจากความหรูหราเยือกเย็นของคฤหาสน์อัครเดโชลิบลับ แต่สำหรับรินลดาแล้ว ที่นี่คือหลุมหลบภัยแห่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำ นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายบางเฉียบค่อยๆ พลิกแฟ้มเอกสารคดีเก่าที่ถูกฝุ่นเกาะหนาเตอะ ดวงตาคู่คมที่เคยฉาบไว้ด้วยความอ่อนแอในอดีต บัดนี้กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งการเอาคืน รอยแผลเป็นในอีตที่คินน์เคยฝากไว้ ไม่ได้ทำให้เธอย่อท้ออีกต่อไป แต่มันกลับหลอมรวมความเจ็บช้ำให้กลายเป็นเกราะเหล็กที่ไม่มีวันแหลกสลาย "เธอแน่ใจแล้วเหรอริน... ว่าทางเลือกนี้จะไม่ย้อนกลับมาทำร้ายลูกของเรา" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของ 'กรณ์' ดังขึ้นจากความมืดสลัวริมหน้าต่าง ชายหนุ่มในชุดสูทลำลองท่าทางภูมิฐานเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับวางแก้วกาแฟอุ่นๆ ลงตรงหน้าเธอ กรณ์คือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียว สมสมัยที่เธอเรียนกฎหมายด้วยกัน และเป็นคนไม่กี่คนที่รู้ความลับเบื้องหลังรอยยิ้มอันแสนอาภัพของเธอก작ในอดีต รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อนเก่า แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย ไม่มีหยดน้ำตาแม้แต่หยดเดียว มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่สลักลึกอยู่ข้างใน "ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วล่ะค่ะกรณ์... คินน์กำลังบีบให้ฉันจนมุม เขาส่งคนตามล่าตัวฉันกับน้องลินน์ทุกฝีก้าว ผู้ชายคนนั้นคิดว่าเงินและอำนาจสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งสิทธิ์ความเป็นแม่ของฉัน" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าสั่นเครือด้วยแรงแค้นที่อัดอั้น "ถ้าฉันไม่ดึงหลักฐานชิ้นนี้ขึ้นมาตีแผ่ ฉันก็คงไม่มีวันหลุดพ้นจากเงื้อมมือซาตานอย่างเขา" กรณ์ถอนหายใจยาวนาน เขาทอดสายตามองหญิงสาวที่เขาเคยแอบหลงรักตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย แม้ในยามนี้เธอกำลังเผชิญหน้ากับมรสุมชีวิตที่หนักหนาที่สุด แต่ความงดงามที่แฝงไว้ด้วยความดุดัน กลับยิ่งทำให้รินลลดามีเสน่ห์เย้ายวนใจในแบบที่ผู้หญิงทั่วไปไม่มี "หลักฐานบัญชีลับเล่มนั้น ที่ดินมรดกที่ถูกปลอมลายเซ็น และพินัยกรรมฉบับจริง... มันอันตรายมากนะริน ถ้าคุณเล่นกับไฟชิ้นนี้ คินน์ อัครเดโช ไม่มีทางปล่อยคุณไว้แน่" กรณ์เตือนด้วยความหวังดี มือหนายื่นไปกุมมือเรียวที่กำลังเย็นเฉียบของเธอไว้เบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น รินลดาดึงมือกลับอย่างนุ่มนวล แต่ทว่าเด็ดขาด เธอยกยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความสมเพชเวทนา "ปล่อยฉันเหรอคะ? ตั้งแต่วันที่ฉันอุ้มท้องลูกแล้วถูกเขาไล่ตะเพิดออกจากบ้านเหมือนสุนัขตัวหนึ่ง... ฉันก็ตายจากผู้หญิงที่ชื่อรินลดาคนเดิมไปนานแล้วค่ะ คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ คือแม่ที่พร้อมจะแลกทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิต เพื่อปกป้องน้องลินน์จากเงื้อมมือของพ่อใจร้ายคนนั้น" คำพูดของเธอเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง กรณ์มองเห็นไฟบรรลัยกัลป์ที่กำลังลุกโชนอยู่ในดวงตาส่อประกายคู่นั้น เขาจึงรู้ทันทีว่า ต่อให้เขาพยายามห้ามปรามสักแค่ไหน ก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจผู้หญิงคนนี้ได้อีกแล้ว "ตกลง... ถ้ามันคือสิ่งที่คุณต้องการ ฉันจะช่วยคุณเอง" กรณ์ตัดสินใจเด็ดขาด เขาเลื่อนแฟ้มเอกสารลับอีกแฟ้มหนึ่งมาตรงหน้ารินลดา "นี่คือรายชื่อพยานปากเอก อดีตผู้จัดการบัญชีมือขวาของพ่อคินน์ เขาพร้อมจะเปิดปากพูดความจริงทั้งหมดในชั้นศาล ขอแค่คุณมีหลักฐานชิ้นนี้เป็นใบเบิกทาง" รินลดาไล่สายตามอ่านตัวอักษรแต่ละบรรทัดด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ความหวังที่จะกระชากหน้ากากคนใจร้ายเริ่มสว่างวาบขึ้นในความมืดมิด "ขอบคุณมากนะคะกรณ์... สำหรับฉันตอนนี้ คุณคือคนเดียวที่ฉันพึ่งได้จริงๆ" น้ำเสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อย เจือความซาบซึ้งใจที่เพื่อนแท้ไม่เคยทอดทิ้งในยามวิกฤต "อย่าพูดแบบนั้นเลยริน ฉันเต็มใจ..." กรณ์เอื้อมมือหมายจะแตะไหล่เธอเพื่อปลอบโยน แต่ทว่า... *ปัง!* เสียงประตูห้องเก็บเอกสารไม้สักทองถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือปริศนา จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงลมกระโชกยามค่ำคืนพัดกรรโชกเข้ามาในห้องแคบๆ จนเอกสารบนโต๊ะปลิวว่อน รินลดาและกรณ์สะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองยังประตูทางเข้าด้วยความตกใจ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ทว่าแผ่รังสีอำมหิตเยือกเย็นจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที ดวงตาคมกริบราวกับพญามารจ้องเขม็งมาที่มือของกรณ์ที่ยังคงค้างอยู่ใกล้ตัวรินลดา คินน์ อัครเดโช... เขามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? และเขารู้ได้อย่างไรว่าเธอหลบซ่อนอยู่ที่นี่? บรรยากาศในห้องเงียบงันราวกับป่าช้า มีเพียงเสียงลมหายใจที่ติดขัดของรินลดา คินน์ก้าวเท้าเข้ามาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง รองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นไม้จนเกิดเสียงก้องกังวาน บดขยี้หัวใจของคนมองให้แหลกสละ ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลไม่ได้มองที่กรณ์เลย เขากลับจดจ้องมาที่ใบหน้าของอดีตภรรยาด้วยประกายตาที่อ่านไม่ออก ทั้งโกรธเกรี้ยว ทั้งเจ็บปวด และ... หึงหวงจนแทบคลุ้มคลั่ง "เก่งมากนะรินลดา..." คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าทรงพลังจนน่าขนลุก รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "กล้าถึงขนาดหนีมาซุกหัวนอนกับชู้รักเก่า เพื่อหาทางเล่นงานฉันลับหลังงั้นเหรอ?" รินลดาหน้าซีดเผือด แต่เธอไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเชิดหน้าสู้สายตาดุร้ายคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว "ถอยไปนะคินน์! ฉันไม่ใช่ผู้หญิงโง่คนเดิมที่คุณจะมาบงการหรือข่มขู่ได้อีกแล้ว!" คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขสิ้นดี เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประชิด กลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ แผ่ซ่านเข้าจมูก ร่างสูงใหญ่ก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ "คิดเหรอว่าแค่มีไอนี่คอยช่วย แล้วเธอจะหนีพ้นมือฉันไปได้?" คินน์ปรายตามองกรณ์ด้วยแววตาดุจคมมีด ก่อนจะหันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ต่อให้เธอหนีไปสุดขอบโลก... หรือต่อให้เธอพยายามซ่อนตัวลูกสาวของเราให้พ้นจากสายตาฉันมากแค่ไหน... จำไว้รินลดา..." คินน์หยุดพูดไปชั่วขณะ ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนของเธออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะกระซิบประโยคสุดท้ายที่ทำให้หัวใจของรินลดาดิ่งวูบลงสู่เหวลึกแห่งความหวาดกลัว "...ลูกของเธอก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน และไม่มีวันไหนที่เธอจะพรากลูกไปจากอกของฉันได้... เตรียมตัวรับผลกรรมที่จะตามมาได้เลย ที่รัก..." หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะถูกใจรี้ดที่รักทุกท่านนะคะ กระจกเงาต้องสาปจะกลับมาทอประกายความแค้นให้รุนแรงยิ่งขึ้นในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%