เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 32

ออกตามหาดั่งคนบ้า

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
เสียงกระแทกของประตูห้องชุดหรูหราดังสนั่นจนผนังห้องแทบสะเทือน คินน์ อัครเดโช ยืนหอบหายใจรดเร่าอยู่กลางห้องโถงที่ว่างเปล่า ความเงียบงันที่เข้าโอบล้อมราวกับคมมีดนับพันเล่มที่กรีดแทงลงบนขั้วหัวใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร ไม่มี... ไม่มีแม้แต่เงาของรินลดา อดีตภรรยาผู้เคยยืนหยัดรอเขาด้วยความภักดี และไม่มีแม้แต่เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งแก้วของ "น้องลินน์" ลูกสาวตัวน้อยที่เขาเพิ่งตระหนักว่าแก้วตาดวงใจดวงนี้มีสายเลือดของเขาไหลเวียนอยู่เต็มเปี่ยม "ริน!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเยือกเย็นบัดนี้แหบพร่าและสั่นเครือ คินน์ก้าวเท้าเซถลาเข้าไปในห้องนอนใหญ่ เตียงนอนสีขาวสะอาดไร้รอยยับราวกับไม่มีใครเคยนอนทับซ้อน ตู้เสื้อผ้าถูกเปิดออกอย่างไร้ระเบียบ เผยให้เห็นความว่างเปล่าที่น่าใจหาย พื้นที่ครึ่งหนึ่งที่เคยเป็นของหญิงสาวถูกกวาดล้างจนเกลี้ยงเกลา ราวกับว่าการมีตัวตนของเธอในคฤหาสน์หลังนี้เป็นเพียงภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นมาหลอกตัวเองในยามวิกาล กระเป๋าเดินทางใบโปรดของเธอหายไป เอกสารการหย่าที่เขาเคยเซ็นด้วยความเย่อหยิ่งเมื่อหลายเดือนก่อน บัดนี้กลับกลายเป็นโซ่ตรวนแห่งความสำนึกผิดที่รัดแน่นจนเขาแทบกระอักเลือด คินน์ทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นห้องอย่างไร้ศักดิ์ศรี ฝ่ามือหนากำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือจนได้กลิ่นคาวเลือด ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความมืดมนในอก ภาพจำในวันที่รินลดาเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นและแววตาที่ตายด้าน วนเวียนกลับมาหลอกหลอนเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้หญิงคนที่เขาเคยผลักไสไล่ส่ง ผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงภาระไร้ค่า บัดนี้คือลมหายใจเดียวที่เขาปรารถนาจะเหนี่ยวรั้งไว้ "คุณทำบ้าอะไรลงไปคินน์..." เขารำพึงกับตัวเองด้วยเสียงอันสั่นสะเทือน หยาดน้ำลูกผู้ชายร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมราคาแพงเป็นหยดแรกในรอบหลายปี พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตสีขาวแผ่นเล็กที่ถูกวางทับไว้ด้วยแก้วน้ำบนโต๊ะเครื่องแป้ง ลายมือหวัดแต่หนักแน่นของรินลดาปรากฏแก่สายตา *“อย่าตามหาฉันเลยค่ะคุณคินน์ เพราะต่อให้คุณพลิกแผ่นดินหา... คุณก็ไม่มีวันพบคนที่คุณเคยเหยียบยละศักดิ์ศรีไว้อีกแล้ว ลาก่อน... สามีผู้สูงส่ง”* ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ คินน์ผุดลุกขึ้นด้วยดวงตาที่แดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนดั่งคนเสียสติ เขารีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาคนสนิทด้วยน้ำเสียงคำรามต่ำที่เต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง "ไอ้ธน ึงอยู่ที่ไหน! ไปสืบเดี๋ยวนี้! หารถทุกคัน ท่าอากาศยานทุกแห่ง ท่าเรือทุกสาย! ไปหาตัวรินลดาและลูกให้เจอ! ถ้าหาไม่เจอพวกแกไม่ต้องกลับมาพบหน้าฉันอีก!" เขาวางสายอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงโปร่งก้าวเดินอย่างไร้ทิศทางราวกับคนบ้า คinน์พุ่งตัวออกจากห้องนอน ขับรถสปอร์ตคันหรูทะยานออกไปในยามค่ำคืนด้วยความเร็วสูงราวกับจะบิน ฝนหามรุ่งหามค่ำเริ่มโปรยปรายลงมาทัศนวิสัยพร่ามัว แต่ความมืดมิดบนท้องถนนยังน้อยกว่าความมืดมนในจิตใจของเขา ตลอดเส้นทางที่เคยร่วมเดินทาง ความทรงจำระหว่างเขากับรินลดาหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ภาพที่เธอนั่งรอเขาบนโต๊ะอาหารที่เย็นชืด ภาพที่เธอกลั้นน้ำตาในวันที่ศิรินทร์เข้ามารังควานในบ้าน และภาพแววตาตัดพ้อที่เขาเลือกที่จะเมินเฉย... เขาเป็นคนทำลายมันด้วยมือของตัวเอง เป็นคนผลักผู้หญิงที่รักเขามากที่สุดให้เดินตกลงไปในหลุมพรางแห่งความเย็นชา รถสปอร์ตเบรกเอี๊ยดจนเกิดเสียงดังลั่นสนั่นถนนหน้าท่าอากาศยานนานาชาติ คินน์ก้าวลงจากรถโดยไม่สนใจสายฝนที่สาดซัดเปียกปอนเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพง เขาวิ่งฝ่าฝูงชนอย่างไร้สติ ตะโกนเรียกชื่ออดีตภรรยาชื่อดังในความทรงจำท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คนรอบข้าง "ริน! รินลดา! อยู่ไหน!" เสียงของเขาแหบแห้งจนแทบไร้เสียง สายตาคมกวาดมองไปรอบกายด้วยความสิ้นหวัง ทุกมุมของสนามบินเต็มไปด้วยผู้คนแปลกหน้า ไม่มี... ไม่มีร่างบอบบางที่เขาโหยหา ไม่มีแม้แต่เงาของเด็กหญิงตัวน้อย ในวินาทีที่เขากำลังจะทรุดเข่าลงกับพื้นสนามบินด้วยความหมดแรง สายตาก็พลันสะดุดเข้ากับหน้าจอโทรทัศน์วงจรปิดขนาดใหญ่ที่กำลังฉายภาพข่าวภาคค่ำ ประชาสัมพันธ์เที่ยวบินระหว่างประเทศที่เพิ่งออกเดินทางไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ภาพมุมสูงของเครื่องบินพาณิชย์ลำใหญ่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสีดำสนิท พร้อมกับรายชื่อผู้โดยสารวีไอพีชั้นธุรกิจที่ปรากฏขึ้นบนจอ... และหนึ่งในนั้นคือชื่อนามสกุลที่เขารู้จักดีที่สุด *“คุณรินลดา อัครเดโช และเด็กหญิงลินลดา อัครเดโช”* คินน์เบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกゥก หัวใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม เขายืนนิ่งค้างราวยืนอยู่บนปากเหวแห่งความวิบัติ เมื่อตระหนักได้ว่า... เขาสูญเสียพวกเธอไปแล้วจริงๆ ตลอดกาล และในวินาทีที่ความสิ้นหวังเข้ากัดกินจนถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากเบอร์แปลกก็ดังขึ้นในมือถือของเขา นิ้วแกร่งที่สั่นเทาเปิดหน้าจอขึ้นมาอย่างยากลำบาก ภาพถ่ายใบนึงถูกส่งตรงมาจากใครบางคน เป็นภาพของศิรินทร์กำลังยืนยิ้มเยาะเย้ยอยู่หน้าสนามบิน พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ขยี้หัวใจให้แหลกสลายเป็นจุล *“ตามหาให้ตาย... คุณก็ไม่มีวันได้ลูกสาวคืนหรอกค่ะพี่คินน์ เพราะตอนนี้... แกอยู่ในมือฉันแล้ว”* - กระจกเงาต้องสาป -
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%