เสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกกรีดด้วยคัตเตอร์คมกริบ ดังบาดลึกความเงียบงันภายในห้องทำงานสีเทาเข้ม รินลดากดน้ำหนักมือลงบนเทปกาวใสจนเกิดเสียงดังแควก เธอกำลังปิดผนึกกล่องกระดาษใบสุดท้าย—กล่องใบที่เท่าไหร่แล้วเธอก็จำไม่ได้ รู้เพียงแค่ว่าทุกตารางนิ้วของห้องเช่าราคาแพงในย่านใจกลางเมืองแห่งนี้ กำลังถูกรื้อถอนและเก็บกวาดจนแทบไม่เหลือร่องรอยการมีอยู่ของเธอ
ไม่มีร่องรอย... และไม่มีวันหวนกลับ
"คุณแม่คะ ลินน์เก็บตุ๊กตากระต่ายใส่กระเป๋าแล้วค่ะ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงวัยสองขวบดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กป้อมที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาหา รินลดาชะงักมือที่กำลังถือเทปกาว เธอเงยหน้าขึ้นมองบุตรสาว ดวงตากลมโตคู่นั้น... ดวงตาที่ถอดแบบมาจากบิดาผู้เย่อหยิ่งคนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน ยิ่งโตขึ้นเท่าไหร่ โครงหน้าของน้องลินน์ก็ยิ่งกรีดซ้ำรอยแผลเป็นในใจของเธอให้เด่นชัดขึ้นเท่านั้น
รินลดาระบายยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ก่อนจะย่อตัวลงโอบกอดร่างนุ่มนิ่มนั้นไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มของลูกสาวสูดกลิ่นหอมแป้งเด็กเพื่อเรียกพลังใจ
"เก่งมากค่ะคนดีของแม่... เดี๋ยวเราจะไปบ้านใหม่กันนะคะ ที่นั่นจะมีสวนดอกไม้เล็กๆ ให้หนูวิ่งเล่นด้วยนะ"
"เย้! มีดอกไม้ด้วย!" เด็กน้อยกระโดดโลดเต้นด้วยความไร้เดียงสา โดยไม่รู้เลยว่าการย้ายบ้านครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสถานที่อยู่อาศัย แต่มันคือการหนีตาย—หนีให้พ้นจากเงื้อมมือของอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังตามล่าเธอกลับไปกักขังไว้ในกรงทองแห่งความเจ็บปวด
ติณณ์ อัครเดโช... ผู้ชายคนนั้นคิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจเขามาเนิ่นนาน
แต่เขากำลังคิดผิด
รินลดาเหยียดยิ้มเยרเย็นชาเมื่อนึกถึงท่าทีคลุ้มคลั่งของคินน์ในวันที่เขาบุกมาที่นี่เพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อ ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ผู้ชายที่มองเธอเป็นเพียงอากาศธาตุในวันที่ศิรินทร์เข้ามาปั่นหัว ทว่าตอนนี้... เมื่อเขาสำนึกได้ว่าเพชรเม็ดงามที่เขาโยนทิ้งคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต เขากลับทำตัวเป็นหมาบ้าที่คอยตามรังควานไม่เลิกรา
น่าสมเพช... รินลดาคิดในใจ
กริ๊งงงง!
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องดังขึ้นแทรกความเงียบ รินลดาผุดลุกขึ้นยืนทันที หัวใจกระตุกวูบด้วยความหวาดระแวง ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเธอรู้ดีว่าเวลานี้ไม่ควรมีใครหน้าไหนกล้ามาเคาะประตูห้องเธอ ยกเว้นเสียแต่...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ตามมาด้วยเสียงทุบประตูหนักๆ และเสียงเรียกที่ทำเอาเลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ
"ริน! เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้! ผมรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน!"
เสียงนั้น... คินน์ อัครเดโช!
ร่างสูงโปร่งของอดีตสามีสั่นเทาด้วยความโกรธและร้อนรน เขายืนอยู่หน้าประตูล็อคอินเตอร์คอม พร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสองคนที่ยืนคุมเชิง คินน์ในยามนี้ไม่ได้มีมาดประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นและไร้หัวใจคนเดิมอีกต่อไป ดวงตาคมกริบทอประกายแดงก่ำด้วยความเครียดขมึง เสื้อผ้าสูทราคาแพงยับยู่ยี่ เนคไทถูกกระชากจนหลวมหลุด บ่งบอกว่าเขาตามรอยเธอมาอย่างบ้าคลั่งโดยไม่พักผ่อน
"คุณแม่คะ... เสียงใครเหรอคะ น่ากลัวจัง" น้องลินน์โผเข้ากอดขาแม่แน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มฉายแววหวาดผวา
รินลดาขบกรามแน่นจนสันนูน เธอก้มลงลูบหัวลูกสาวเบาๆ "ไม่มีอะไรค่ะคนดี ไปหลบหลังลังตรงนั้นก่อนนะคะ ลูกสาวแม่เป็นเด็กดี ห้ามส่งเสียงดังเด็ดขาดนะ"
เมื่อมั่นใจว่าเด็กน้อยหลบพ้นสายตาแล้ว รินลดาจึงสูดลมหายใจเข้าลึก 10 วินาที เพื่อดึงความแข็งแกร่งทั้งหมดขึ้นมาประทับไว้บนใบหน้า ก่อนจะเดินตรงไปกระชากประตูเปิดออกอย่างแรง!
แกร็ก!
ปะทะกับสายตาดุดันที่จ้องมองมาเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังหิวกระหาย คินน์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกของอดีตภรรยา แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่ากลัว มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความ "หยามเหยียด" ที่บาดลึกยิ่งกว่ามีดกรีด
"หลบไปค่ะคุณคินน์" รินลดาเอ่ยเสียงเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัว
คินน์พยายามดันตัวเข้ามาในห้อง แต่รินลดากลับยืนขวางประตูไว้ด้วยท่าทีแข็งกร้าว สองแขนกอดอก สายตาคมกริบไม่แพ้กันมองตอบอย่างไม่เกรงกลัว
"คุณจะหนีผมไปถึงไหนริน!" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำจ้องมองลึกเข้าไปในห้อง "คุณคิดว่าซ่อนตัวอยู่ที่นี่แล้วผมจะหาไม่พบเหรอ? คุณเอาลูกไปซ่อนไว้ที่ไหน! นั่นลูกผมนะ!"
"ลูกคุณเหรอคะ?" รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยันบาดลึก "ตอนที่ฉันตั้งท้องแล้วคุณเอาแต่ไล่ฉันออกจากบ้าน ไปกกกอดอยู่กับศิรินทร์ คุณเคยจำได้ไหมคะว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ? ตอนที่ฉันเกือบแท้งเพราะความใจร้ายของคุณ คุณอยู่ที่ไหนคะคุณคินน์!"
คำพูดนั้นพุ่งเข้าเสียบแทงหัวใจของคินน์ราวกับห่าธนู เขากัดกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนจุกอก ลมหายใจสะดุดติดขัด
"ผมขอโทษ..." คำพูดที่ไร้ค่าที่สุดในยามนี้หลุดลอดริมฝีปากหยัก "ผมรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าผมทำร้ายคุณไว้มากแค่ไหน... แต่ให้โอกาสผมเถอะริน ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ให้ผมได้ไถ่บาป... ขอร้องล่ะ"
ชายหนุ่มผู้เคยค้ำฟ้า ยอมลดตัวลงคุกเข่าลงแทบเท้าของหญิงสาวท่ามกลางทางเดินหน้าห้องเช่า ภาพลักษณ์ประธานหนุ่มผู้หยิ่งทะนงพังทลายไม่เป็นชิ้นดี สายตาเวทนาของบอดี้การ์ดและผู้คนที่เดินผ่านไปมาไม่ได้อยู่ในความสนใจของเขาอีกต่อไป สิ่งเดียวที่เขายึดเหนี่ยวคือชายผ้าของรินลดา
แต่น่าเสียดาย... ความสงสารในใจของรินลดา ได้ตายสนิทไปตั้งแต่วันที่เธอเซ็นใบหย่าแล้ว
"เก็บความเวทนาของคุณไว้ใช้กับศิรินทร์เถอะค่ะ" รินลดาถอยหลังก้าวหนึ่ง หลบหลีกมือหนาที่พยายามเอื้อมมาแตะข้อเท้าเธอ ดวงตาคู่สวยมองเขาด้วยความสมเพชเวทนาอย่างถึงที่สุด "ส่วนเรื่องลูก... คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อแกด้วยซ้ำ เพราะสำหรับคุณ เด็กคนนี้ไม่เคยมีตัวตนจนกระทั่งคุณรู้ว่าแกคือทายาทอัครเดโชสินะคะ"
"ไม่ใช่แบบนั้นนะริน! ผมรัก..."
"หยุดพูดคำว่ารักเถอะค่ะ!" รินลตากระแทกเสียงตัดบท แววตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่อัดอั้น "คำว่ารักจากปากคนเห็นแก่ตัวอย่างคุณ มันคราบเลือดและหยดน้ำตาของฉัน มันน่าขยะแขยงเสียจนฉันไม่อยากได้ยิน!"
เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างเลือดเย็น แล้วเอ่ยประโยคปิดตายความสัมพันธ์ที่ทำให้คินน์ต้องหน้าชา
"วันนี้ต่อให้คุณคุกเข่าจนเลือดออก... ฉันก็ไม่มีวันให้คุณได้พบหน้าลูกอีก พรุ่งนี้ฉันจะย้ายไปที่ที่ไกลแสนไกล ที่ซึ่งต่อให้คุณพลิกแผ่นดินหา ก็ไม่มีวันตามเจอ จำใส่สมองของคุณไว้ซะ... คินน์ อัครเดโช!"
ปัง!
ประถูกกระแทกปิดใส่หน้าอย่างแรง จนจมูกโด่งแทบชนเข้ากับบานไม้ คินน์สะดุ้งสุดตัว มือหนายันพื้นคอนกรีตแน่น ร่างกายชาดิกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล เขาลุกขึ้นยืนอย่างคนไร้สติ ทุบประตูห้องดังลั่น
"ริน! เปิดประตู! ริน!"
ทว่า... ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ มีเพียงความว่างเปล่าและความเงียบงันที่ตอกย้ำความพ่ายแพ้ของเขา
ในขณะที่คินน์กำลังจะพังประตูห้องด้วยความบ้าคลั่ง เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงร้องไห้งอแงของเด็กหญิงก็ดังลอดออกมาจากช่องระบายอากาศด้านบน
"ฮือ... แม่คะ ลินน์กลัว คนนี้น่ากลัวจังเลย..."
คินน์ชะงักกึก หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเสียงนั้นชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นเศษกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกสอดลอดใต้ประตูออกมา เป็นแผ่นกระดาษยับยู่ยี่ที่มีลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำตัวบรรจงเด่นชัด—
**'ใบรับรองแพทย์ตรวจสุขภาพและผลตรวจดีเอ็นเอสำเนาสุดท้าย... ของเด็กหญิงรินลินดา อัครเดโช'**
ดวงตาคมกริบของคินน์เบิกกว้างขึ้นสุดขีด หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อความจริงที่ถูกปิดตายกำลังจะกระชากวิญญาณเขาให้แหลกสลายคามือ!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์และบททดสอบความเจ็บปวดครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - กระจกเงาต้องสาป
เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 31
ระยะห่างที่กว้างขึ้น
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!