เสียงสะอื้นไห้ของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอดีตประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล ไม่ได้สร้างความรู้สึกเวทนาให้แก่รินลดาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับเป็นเพียงเสียงรบกวนโสตประสาทที่ตอกย้ำถึงความน่าสมเพชของคนที่เพิ่งตื่นจากความฝันอันโง่เขลา
คินน์ อัครเดโช คุกเข่าลงบนพื้นพรมราคาแพงในห้องรับแขกของเธอ เนื้อตัวที่เคยสวมสูทสั่งตัดอย่างเนี๊ยบกริบยับยู่ยี่ราวกับคนไร้ค่า เข่าทั้งสองข้างทรุดฮวบลงต่อหน้าผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปรานี ปลายนิ้วสั่นเทาเอื้อมหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อรินลดาก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างอย่างรังเกียจราวกับเขามันคือสิ่งสกปรก
"มองหน้าฉันสิคะ คุณคินน์..."
น้ำเสียงของรินลดาเรียบนิ่ง เย็นชา และบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ
"ไหนล่ะคะความเย่อหยิ่งที่คุณเคยมี? ไหนล่ะคะสายตาดูแคลนที่เคยมองฉันเป็นแค่ผู้หญิงไร้ค่า เป็นแค่เงาจางๆ ในบ้านหลังนั้น วันนี้คุณคุกเข่าทำไมคะ? ร้องไห้ทำไม? น้ำตาของผู้ชายใจร้ายอย่างคุณ มันไม่มีค่าพอจะซื้อเศษความสงสารจากฉันได้หรอกนะคะ"
คินน์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจบัดนี้แดงก่ำ เอ่อ
คลอไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ หัวใจของเขาเจ็บปวดร้าวรานราวกับถูกไฟแผดเผา เมื่อนึกถึงความโง่เขลาของตัวเองในอดีต—อดีตที่เขาปล่อยให้ผู้หญิงโลภมากอย่างศิรินทร์เข้ามาปั่นหัว อดีตที่เขาผลักไสภรรยาผู้บริสุทธิ์ให้ตกนรกทั้งเป็นจนแทบเอาชีวิตไม่รอด
"ผม... ผมมันเลวเอง ริน..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ผมขอโทษ... ผมขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ทำร้ายคุณ ผมยอมรับว่าผมตาบอด ผมโง่เง่าที่หลงเชื่อคำลวงของผู้หญิงสารเลวคนนั้น จนมองไม่เห็นหัวใจคนที่รักผมจริง... ได้โปรด เถอะนะริน กลับมาเถอะ... ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ไหม"
รินลดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เต็มไปด้วยความขื่นขมและรอยแผลเป็นจากอดีตที่ถูกกรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับอดีตสามีที่กำลังพังทลาย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
"โอกาสเหรอคะ? คุณกำลังขอร้องให้ฉันหยิบเศษแก้วที่จมกองเลือดขึ้นมาประกอบใหม่ทั้งๆ ที่มือของคุณเป็นคนเหยียบมันจนแหลกละเอียดเนี่ยนะ? คุณคินน์คะ... บาดแผลที่คุณฝากไว้ มันไม่ได้หายไปตามกาลเวลานะคะ มันฝังรากลึกอยู่ในกระดูกของฉันแล้ว และต่อให้คุณเอาชีวิตมาแลกชดใช้ มันก็ยังไม่เท่ากับความเจ็บปวดที่ฉันต้องเผชิญในตอนนั้นเลยด้วยซ้ำ!"
คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนหมัดหนักๆ ที่ชกเข้าที่หน้าอกของคินน์จนเขาแทบกระอักเลือด เขารู้ดี... รู้ดีแก่ใจว่าสิ่งที่เธอพูดมันคือความจริงทุกประการ ความผิดบาปที่เขาได้ก่อขึ้นมันใหญ่หลวงเกินกว่าจะหาคำแก้ตัวใดๆ มาลบล้าง ความเย็นชาที่เธอแสดงออกในวันนี้ คือผลผลิตจากความโหดร้ายที่เขาเป็นคนเพาะปลูกมันขึ้นมาเองกับมือ
"ผมรู้ว่าผมไม่สมควรได้รับการให้อภัย..." คินน์ปล่อยให้หยดน้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไร้ความอาย ศักดิ์ศรีที่เคยค้ำคอถูกโยนทิ้งลงพื้นอย่างไร้ค่า "แต่ริน... ขอร้องล่ะ ขอแค่โอกาสให้ผมได้ดูแลคุณ ได้ชดใช้ความผิด แม้จะต้องใช้เวลาทั้งชีวิต ผมก็ยอม..."
"สายไปแล้วค่ะ" รินลดาตัดบทด้วยแววตาไร้เยื่อใย เธอเหยียดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองลงมาที่เขาด้วยความรู้สึกว่างเปล่า "ความรู้สึกดีๆ ที่ฉันเคยมีให้คุณ มันตายไปตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหยดและขับไล่ฉันออกจากชีวิตแล้วค่ะ สิ่งเดียวที่เชื่อม
โยงเราในตอนนี้... มีเพียงแค่สถานะทางกฎหมายที่ยังสะสางไม่จบสิ้นเท่านั้น"
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะอื้นฮักของชายหนุ่มที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไปเพราะความโง่เขลาของตนเอง คินน์ซบหน้าลงกับฝ่ามือ ไหล่กว้างสั่นเทาทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล บัดนี้ไม่เหลือเค้าลางความน่าเกรงขามใดๆ อีกต่อไป เหลือเพียงแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังแตกสลาย
ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังครอบงำจิตใจของคินน์จนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะใสแจ๋วก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง
"แม่ขาาาา! คุณแม่ขา ดูนี่สิคะ น้องลินน์วาดรูปสวยไหมเอ่ยยย?"
ร่างป้อมของเด็กหญิงวัยสองขวบวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องรับแขก ดวงตากลมโตใสแป๋ว แก้มยุ้ยอมชมพู และโดยเฉพาะ... โครงหน้ากับนัยน์ตาคมกริบที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่ออย่างไม่มีผิดเพี้ยน ทำให้หัวใจของคินน์กระตุกวูบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าอย่างจัง
เด็กหญิงหยุดวิ่งเมื่อเห็นชายแปลกหน้าคุกเข่าร้องไห้อยู่บนพื้น เธอเอียงคอมองด้วยความสงสัย ก่อนจะหันไปหาผู้เป็นแม่แล้วเอ่ยถามด้วยเสียงใสแจ๋ว
"คุณแม่คะ... ทำไมคุณอาคนนี้ถึงร้องไห้ล่ะคะ? เขาเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
รินลดาหน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อในพริบตา เธอลืมไปสนิทว่าลูกสาวตัวน้อยมักจะตื่นนอนเร็วกว่ากำหนดในเวลานี้ และที่สำคัญที่สุด... เธอยังไม่พร้อมให้คินน์ได้ล่วงรู้ความจริงข้อนี้
คินน์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากพื้น ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อภาพตรงหน้าสะท้อนเงาของเด็กหญิงตัวน้อยที่มีใบหน้าเหมือนเขาราวกับส่องกระจกเงา... และเมื่อสายตาของเขาเลื่อนไปสบเข้ากับใบหน้าซีดเผือดที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงของอดีตภรรยา ปมความลับทั้งหมดก็เริ่มสั่นคลอนจนแทบพังทลายลงในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์และบททดสอบความเจ็บปวดครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - กระจกเงาต้องสาป
เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 30
น้ำตาของอดีตสามี
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!