เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 12

การรอคอยที่เริ่มสั่นคลอน

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
ปลายนิ้วเรียวที่กำลังตวัดปลายพู่กันลงบนผืนผ้าใบสะดุดกຶก สีอะคริลิกสีดำสนิทหยดลงกลางภาพทิวทัศน์ที่กำลังวาดอย่างไม่เป็นรูปเป็นร่าง รินลดาหลับตาลงช้าๆ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ภาพสะท้อนของเธอในกระจกเงาบานใหญ่ตรงมุมห้องสตูดิโอไม่ได้ฉายภาพผู้หญิงอ่อนแอที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากผู้ชายใจร้ายคนนั้นอีกต่อไปแล้ว ผู้หญิงในกระจกตอนนี้มีแววตาคมกริบ ดุดัน และเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ถูกหล่อหลอมจนกลายเป็นเกราะเพชร ทว่า... เกราะที่แข็งแกร่งเพียงใด ก็ย่อมมีรอยร้าวหากถูกคุกคามจากเงาอดีตที่ตามหลอกหลอน สัมผัสอุ่นจัดของกาแฟในแก้วเซรามิกบนโต๊ะเริ่มเย็นชืด เช่นเดียวกับหัวใจของเธอที่เยียบเย็นลงทุกครั้งเมื่อข่าวคราวจากฝั่งพระนครเริ่มขยับเข้าใกล้เข้ามาทุกที คินน์ อัครเดโช... ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้กำลังพลิกแผ่นดินตามหาอดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไม่ใยดี ข่าวลือจากแวดวงสังคมชั้นสูงระบุว่าประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนั้นเปลี่ยนไปราวกับคนละคน เขายอมทิ้งงานโปรเจกต์ร้อยล้านเพื่อออกตามหาร่างเงาที่เขาเคยคิดว่าไม่มีค่าอะไรเลย "คุณแม่คะ ขนมปังไหม้หมดแล้วค่ะ" เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงวัยสองขวบดังขึ้น พร้อมกับมือป้อมๆ ที่ดึงชายเสื้อของเธอเบาๆ รินลดาผ่อนลมหายใจยาว รีบซ่อนความกังวลไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้ลูกสาว เธอก้มลงอุ้ม 'น้องลินน์' ขึ้นมาแนบอก ดวงตากลมโตสุกใสและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากใครคนนั้น... คือสิ่งที่ทำให้รินลดานอนไม่หลับมาหลายคืนติดต่อกัน ยิ่งเด็กหญิงโตขึ้นเท่าไหร่ โครงหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับคินน์ก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นเท่านั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องของสายเลือด แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะลากเธอว์กลับไปสู่วังวนแห่งความเจ็บปวด หากคินน์บังเอิญได้มาเห็นเด็กคนนี้ ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิตคงพังทลายในพริบตา "คุณแม่เป็นอะไรรึเปล่าคะ ทำไมหน้าซีดจัง" น้องลินน์เอียงคอถามด้วยความเดင်းเดียงสา มือเล็กๆ ยกขึ้นแตะแก้มเนียนของมารดาอย่างเป็นห่วง "เปล่าค่ะคนเก่ง คุณแม่แค่นอนน้อยไปหน่อยเท่านั้นเอง" รินลดายิ้มฝืน เธอกระชับกอดลูกสาวแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สัญชาตญาณความเป็นแม่กรีดร้องเตือนภัยว่าความสงบสุขที่เธอแลกมาด้วยหยาดน้ำตา กำลังจะหมดอายุลงในไม่ช้า กริ๊งงงง! เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทำเอารินลัดสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระโจนขึ้นมาตีรัวที่ลำคอราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ ในอก เธอนิ่งงิ่งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความหวาดระแวงที่พุ่งสูงลิ่ว ใครกันที่มาatนี้? หรือว่าจะเป็นศิรินทร์ที่ตามมารังควานอีก? หรือว่า... คินน์จะตามรอยเธอเจอแล้วจริงๆ? "น้องลินน์ ไปหลบในห้องนอนกับพี่เลี้ยงก่อนนะคะ ลูก ห้ามออกมาจนกว่าคุณแม่จะเรียกนะ" รินลดาเอ่ยเสียงเครียด สั่งการด้วยความร้อนรนจนเด็กน้อยเริ่มตื่นกลัวตาม "คุณแม่คะ... ใครมาเหรอคะ" "ไปค่ะคนดี เชื่อฟังคุณแม่นะ" รินลดารีบส่งตัวลูกสาวให้พี่เลี้ยงประจำตัวอุ้มหายเข้าไปในห้องด้านในทันที ก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เดินย่างกรายไปที่ประตูกระจกบานทึบ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยแต่ก็เอื้อมไปปลดล็อกกลอนประตูช้าๆ ผลักมันออกเผชิญหน้ากับความจริงที่หลีกหนีไม่ได้ ลมหนาวพัดกรรโชกเข้ามาปะทะใบหน้า ทว่าสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอกลับไม่ใช่ร่างสูงสง่าของอดีตสามีอย่างที่หวาดกลัว แต่เป็นเงาร่างของบุรุษในชุดสูทสีเข้มที่ยืนหันหลังให้อยู่ใต้แสงไฟสลัวของระเบียงทางเดิน เขากลับหันมามองช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและดวงตาคู่คมที่แดงก่ำราวกับคนไม่ได้นอนมาหลายวัน ดวงตาคู่นั้น... ที่เธอจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด "ริน..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อเธอแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากความฝัน ทว่ามันกลับหนักอึ้งราวกับภูเขาที่กดทับลงบนหน้าอกของรินลดา คินน์ยืนอยู่ที่นี่แล้ว... และเขาไม่ได้มาเพียงลำพัง ทว่าในมืออีกข้างของเขากลับถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่มุมซองมีตราประทับของโรงพยาบาลชื่อดัง พร้อมกับสายตาที่มองตรงมายังเธอด้วยความรู้สึกผิดบาปที่อัดแน่นจนล้นปรี่ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งเงาสะท้อนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%