เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 11

กลิ่นอายที่ไม่คุ้นเคย

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาแบรนด์หรูสะท้อนแสงสีฟ้าจัดจ้าตัดกับความมืดสลัวภายในห้องทำงานส่วนตัว คินน์จ้องมองตัวเลขและข้อมูลบนหน้าจอจนดวงตาคู่คมปวดร้าว นิ้วเรียวยาวที่มักจะใช้เซ็นเอกสารมูลค่าหลายร้อยล้านบาทในเวลานี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมได้ยาก เอกสารทะเบียนราษฎร์และประวัติการย้ายทะเบียนบ้านของรินลดาที่เขาเพิ่งสั่งให้คนสนิทไปขุดคุ้ยมาอย่างลับๆ กำลังบอกความจริงที่บิดเบี้ยว... ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอมและคราบน้ำตาในอดีต "ไม่... มันเป็นไปไม่ได้" เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความว่างเปล่า หัวใจของประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและไม่เคยเกรงกลัวใคร บัดนี้กลับหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มราวกับถูกกระชากลงสู่หุบเหวแห่งความมืดมิด ในบันทึกการแจ้งเกิดเมื่อสองปีก่อน มีชื่อของเด็กหญิงตัวน้อยที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับวันที่เขาไล่เธอออกจากคฤหาสน์หลังโตหลังนั้น วันที่เขาเคยประกาศกร้าวอย่างเลือดเย็นว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่มีค่าพอแม้แต่จะเป็นแม่ของทายาทตระกูลอัครเดโช แต่ทว่า... ทะเบียนราษฎร์ฉบับนี้กลับระบุชื่อบิดาเป็น "ช่องว่าง" ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม ทว่านามสกุลของเด็กหญิงตัวน้อยกลับใช้ "นามสกุลเดิม" ของรินลดา ไม่ใช่แค่นั้น ข้อมูลการรักษาพยาบาลย้อนหลังและประวัติการฉีดวัคซีนที่ถูกดึงขึ้นมาแสดงอย่างละเอียด ทำให้ลมหายใจของคินน์สะดุดกึก เขากวาดสายตาอ่านบรรทัดแล้วบรรทัดเล่าอย่างบ้าคลั่ง ประวัติการคลอดที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง... วันที่เธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย... ทุกอย่างมันสอดรับกันอย่างน่ากลัวจนเขาแทบกระออกมาเป็นเลือด รินลดาไม่ได้แค่เดินจากไปโดยลำพัง... เธอนำเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาหนีหายไปจากชีวิตด้วย ภาพความทรงจำอันโหดร้ายย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจดั่งคมมีดกรีดซ้ำ รอยยิ้มจางๆ แววตาที่เคยมีความหวังก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าไร้ชีวิตชีวาในวันที่เธอยื่นใบหย่าให้เขาอย่างไร้เยื่อใย รินลดาในวันนั้นไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่คอยวิ่งตามง้อเขาอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนความโง่เขลาและความใจร้ายของเขาออกมาได้อย่างชัดเจนที่สุด และตอนนี้... กระจกบานนั้นกำลังสะท้อนความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ว่า เขาได้ทำลายครอบครัวของตัวเองด้วยมือคู่นี้ "คุณทำร้ายเรามากพอแล้วค่ะ... คุณคินน์" เสียงหวานเยียบเย็นของรินลดาในวันพบกันล่าสุดดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงตัดพ้อของภรรยาผู้ถูกทอดทิ้งอีกต่อไป แต่มันคือเสียงประกาศิตของศัตรูผู้พร้อมจะเหยียบย่ำเขาให้จมดิน คินน์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือฝังลึก ความรู้สึกผิดทะลักทลายราวกับเขื่อนแตก น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างมาตลอดชีวิตค่อยๆ เอ่อคลอเบ้าก่อนจะไหลรินลงมาเงียบๆ ความเจ็บปวดจากการสูญเสียอำนาจ เงินทอง หรือชื่อเสียง ยังไม่เท่ากับความจริงที่ว่า เขาลืมแม้กระทั่งจะถามว่าเธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่หรือไม่ในวันที่เขาผลักไสไล่ส่งเธอออกไปอย่างไร้ความปรานี ปัง! เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทำให้คินน์สะดุ้งสุดตัว เขารีบปาดน้ำตาบนใบหน้าออกอย่างลวกๆ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเย็นชาตามสัญชาตญาณของการเป็นนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ แม้ว่าภายในอกจะพังทลายไม่เป็นชิ้นดีแล้วก็ตาม "เข้ามา" เสียงทุ้มเอ่ยอนุญาตด้วยความแหบพร่าเล็กน้อย ประตูห้องทำงานเปิดออกเผยให้เห็นเลขาคนสนิทที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นรายงานเพิ่มเติมที่เขาเฝ้ารอคอย "ท่านประธานครับ... ทางเราตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมตามที่ท่านต้องการแล้วครับ เรื่องการเงินและการทำธุรกรรมของคุณศิรินทร์ในช่วงสองปีที่ผ่านมา มีความผิดปกติบางอย่างที่เชื่อมโยงกับการพยายามปิดบังข้อมูลของเด็กหญิงคนนั้นครับ" คำว่า 'เด็กหญิงคนนั้น' ทำให้คินน์หรี่ตาลงอย่างอันตราย รังสีความอำมหิตแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานจนเลขาหนุ่มต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ศิรินทร์... ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นน้ำผึ้งหยดแรกในวันที่หัวใจเคว้งคว้าง ผู้หญิงที่คอยเป่าหู นินทา และสร้างหลักฐานเท็จเพื่อให้เขารังเกียจภรรยาตัวเอง ผู้หญิงที่เขาเคยคิดปกป้องด้วยซ้ำ หากทุกอย่างที่เขาสงสัยเป็นความจริง... หากศิรินทร์คือคนที่อยู่เบื้องหลังการปกปิดเรื่องลูกสาวของเขาเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง ผู้หญิงคนนั้นจะต้องชดใช้ด้วยความหายนะที่สาสมที่สุด! "เอาเอกสารมานี่" คินน์ยื่นมือออกไปรับซองเอกสารด้วยท่าทีเฉียบขาด ดวงตาคู่นคมองอาจดุดันดั่งพญาอินทรีที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลقคามือ ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสกับซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะทำงาน เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือส่วนตัวบนโต๊ะก็ดังขึ้นแทรกขึ้นมาเสียก่อน หน้าจอสมาร์ตโฟนสว่างวาบพร้อมกับภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดหน้าคฤหาสน์ของเขาเองที่ถูกส่งตรงมาจากระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ คินน์ชะงัก เลื่อนสายตาไปมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่กวาดสายตาผ่านภาพถ่ายนั้น ลมหายใจของเขาก็ขาดห้วงไปในทันที ร่างกายทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ในภาพนั้น... นอกจากเงาร่างคุ้นตาของรินลดาที่ยืนอยู่ภายใต้แสงไฟสลัวหน้าประตูบ้านแล้ว ข้างกายเธอกลับมีร่างเล็กป้อมของเด็กหญิงวัยสองขวบในชุดกระโปรงฟูฟ่องกำลังเงยหน้าขึ้นมองตรงมาที่กล้องวงจรปิดด้วยดวงตากลมโตคู่นั้น... ดวงตาคู่คมกริบที่ถอดแบบมาจากเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน! และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ในมือเล็กๆ ป้อมๆ นั้น เด็กน้อยกำลังถือสิ่งของชิ้นหนึ่งชูขึ้นมาอวดหน้าเลนส์กล้อง มันคือเข็มกลัดประจำตระกูลอัครเดโชฝังเพชรแท้ราคาแพงระยับ ที่เขาเคยทำหายไปในห้องทำงานของตัวเองเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน! รินลดาไม่ได้แค่พาตัวลูกสาวหนีไป... แต่พวกเธอกลับมาอยู่ใกล้ตัวเขามากกว่าที่คิด และกำลังเปิดศึกทวงคืนทุกอย่างอย่างเงียบเชียบถึงหน้าประตูบ้านแล้ว... ...ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งเงาสะท้อนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%