เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 6

ชีวิตใหม่ในเมืองเล็ก

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของฝนเพิ่งซาลง ทิ้งไว้เพียงความชื้นที่เกาะพราวบนกระจกหน้าต่างร้านกาแฟเล็กๆ ย่านชานเมือง กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบดอบอวลเคล้ากับเสียงเพลงแจ๊สแผ่วเบา รินลดาใช้ปลายนิ้วเรียวสวยเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยของลูกสาววัยสองขวบเบาๆ ดวงตากลมโตสุกใสของ "น้องลินน์" ช้อนมองมารดาพร้อมรอยยิ้มไร้เดียงสา รอยยิ้มที่เหมือนกับใครบางคนในอดีตราวกับถอดแบบออกมา จนบางครั้งรินลดาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บแปลบในอกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง กระนั้น ความเจ็บปวดเหล่านั้นถูกแปรเปลี่ยนเป็นความด้านชาในใจจนหมดสิ้นแล้วค่ะ "คุณแม่คะ ลินน์อยากกินพายแอปเปิ้ลชิ้นนั้นค่ะ" เสียงใสแจ๋วเอ่ยขึ้นพร้อมนิ้วเล็กๆ ที่ชี้ไปยังตู้กระจกหน้าร้าน รินลดาคลี่ยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่จริงใจและอบอุ่นที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งผ่านนรกโลกันต์มาแล้วจะมอบให้ได้ เธอพยักหน้ารินเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือป้อมๆ นั้นไว้ "ได้ค่ะ เดี๋ยวแม่ซื้อให้นะคะคนเก่ง" การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองเล็กๆ ที่ห่างไกลจากความวุ่นวายและเงาอดีตอันน่าสะพรึงกลัว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียว แต่รินลดาในวันนี้ไม่ใช่รินลดาคนเดิมที่เคยนั่งกอดเข่าร้องไห้รอคอยความรักเศษเนื้อติดกระดูกจากสามีผู้เย็นชาอีกต่อไปแล้วค่ะ คินน์ อัครเดโช ได้ตายไปจากสารบบชีวิตของเธอและลูกนับตั้งแต่วินาทีที่เธอตัดสินใจลบชื่อตัวเองออกจากทะเบียนสมรสและหอบท้องหนีออกมาอย่างไร้เยื่อใย โลกใบใหม่นี้แม้จะเงียบเหงา แต่มันก็เต็มไปด้วยอิสรภาพที่เธอแลกมาด้วยหยาดน้ำตา เธอเลือกที่จะเช่าบ้านไม้ชั้นเดียวหลังเล็กๆ ที่มีสวนดอกไม้ร่มรื่น รายล้อมด้วยเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร ที่นี่ไม่มีใครรู้จักนามสกุลอันทรงอิทธิพลของตระกูลอัครเดโช ไม่มีสายตาสอดรู้สอดเห็น และไม่มีเงาของศิรินทร์ผู้หญิงสารเลวคนนั้นคอยตามรังควาน รินลดาใช้เงินเก็บก้อนสุดท้ายที่แอบสะสมไว้เปิดร้านหนังสือมือสองเล็กๆ หน้าปากซอย แม้รายได้จะไม่มากมายพอที่จะซื้อความหรูหรา แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เธอและลูกสาวมีชีวิตอยู่ได้อย่างภาคภูมิใจด้วยลำแข้งของตัวเอง "แม่จ๋า ดูสิคะ นกตัวนั้นบินสวยจังเลย" เสียงเจื้อยแจ้วของลูกน้อยดึงเธอกลับมาจากห้วงความคิด รินลดาหันไปมองตามนิ้วเล็กๆ นั้น ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ความสุขที่แท้จริงมันเป็นแบบนี้นี่เองค่ะ... ไม่ต้องคาดหวัง ไม่ต้องเจ็บปวด และไม่ต้องร้องขอความรักจากคนที่ไร้หัวใจ ทว่า ในขณะที่รินลบากำลังหยิบเงินในกระเป๋าเพื่อจ่ายค่าขนมให้ลูกสาว เสียงกระดิ่งหน้าร้านกาแฟก็ดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของใครบางคน แรงปะทะจากสายลมภายนอกพัดพาเอาความหนบหนาวแปลกประหลาดเข้ามาในบรรยากาศอุ่นๆ นี้ รินลดาไม่ได้ใส่ใจจะหันไปมอง จนกระทั่งเธอได้ยินเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่สั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ "ขอโทษนะครับ... พอจะแนะนำกาแฟสักแก้วให้ผมหน่อยได้ไหมครับ" หัวใจของรินลดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายเย็นเฉียบจนปลายนิ้วชาดิก กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เธอเคยเกลียดชังและจดจำได้ขึ้นใจลอยมาแตะจมูก ร่างบางแข็งทื่อราวกกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ราวกับภาพสโลว์โมชั่น ดวงตาคมกริบของคินน์ อัครเดโช ที่บัดนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ไร้ซึ่งมาดประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งจองหอง ปะทะเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เย็นชาและไร้ความรู้สึกของอดีตภรรยาที่เขาตามหาพลิกแผ่นดินมานานนับปี ร่างสูงใหญ่ชะงักงัน ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับคนจมน้ำ เมื่อสายตาคมเลื่อนผ่านร่างของรินลดาไปหยุดอยู่ที่เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเคี้ยวพายแอปเปิ้ลตุ้ยๆ อยู่ข้างกายเธอ ดวงตากลมโตคู่นั้น... จมูกรั้นๆ นั่น... และริมฝีปากที่ถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน คินน์ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือหนาสั่นเทาขณะยกขึ้นกุมขอบเคาน์เตอร์เพื่อพยุงร่างที่แทบทรุดลงตรงนั้น เขากวาดสายตามองหน้าอดีตภรรยาที่ยืนนิ่งสนิท ราวกับสติหลุดลอยไปแล้ว คำพูดนับพันที่เคยซ้อมพูดมาตลอดสองปีจุกอยู่ที่ลำคอ ลิ้นแข็งกระด้างจนเปล่งเสียงออกมาไม่ได้แม้แต่คำเดียว รินลดาไม่ได้แสดงความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอกลับวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ดึงกระดาษทิชชูมาเช็ดปากให้ลูกสาวด้วยมือที่มั่นคงไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเหยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อไล่แขกไม่ได้รับเชิญให้ออกไปจากชีวิตที่สงบสุขนี้ แต่ทว่า... ก่อนที่เสียงหวานจะทันได้เปล่งออกมา คินน์กลับทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอท่ามกลางความตกใจของลูกค้าคนอื่นในร้าน ดวงตาคมคู่นั้นแดงก่ำและเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ลูกผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของใครต่อใคร บัดนี้กลับยอมก้มหัวแทบเท้าผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสอย่างไร้เยื่อใย "ริน..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ผม... ผมหาคุณเจอแล้ว..." รินลดาก้มมองดูสภาพของอดีตสามีด้วยมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความยินดีเจือปนอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว มีเพียงความสมเพชเวทนาและความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากร่างจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที เธอก้มลงอุ้มลูกสาวขึ้นแนบอก ป้องหูเด็กน้อยไว้ไม่ให้เห็นภาพผู้ชายแปลกหน้าที่กำลังคุกเข่าร้องไห้เหมือนคนเสียสติ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูของคนที่กำลังทำลายความสงบสุขของเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณตามมาเจอเร็วกว่าที่ฉันคิดนะคะ... แต่เสียใจด้วยค่ะ เพราะคุณมาช้าเกินไปที่จะได้หัวใจของผู้หญิงคนนี้คืน" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความแค้นและการไถ่บาปครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%