เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 7

ความว่างเปล่าที่แท้จริง

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"คุณกำลังมองหาอะไรในความว่างเปล่านี้คะ... คุณคินน์" น้ำเสียงเรียաբเรื่อย ทว่าบาดลึกจนแทบกรีดลงบนขั้วหัวใจดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานเพנטท์เฮาส์หรูใจกลางเมืองที่บัดนี้กลายเป็นดั่งห้องขังไร้ผนัง คินน์ อัครเดโช สะดุ้งเฮือกราวกับถูกคมมีดน้ำแข็งแทงเข้าที่กลางอก นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจ บัดนี้ไหวระริกอย่างน่าสมเพช ขณะที่เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับภาพสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่—กระจกบานเดิมที่เคยสะท้อนภาพภรรยาผู้แสนอ่อนแอ ทว่าบัดนี้มันว่างเปล่า... เช่นเดียวกับชีวิตของเขาในยามนี้ ไม่มีรินลดา ไม่มีรอยยิ้มเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่มีเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่คอยต้อนรับเขาในยามดึกดื่น มีเพียงความเงียบงันและกลิ่นอายจางๆ ของความทรงจำที่คอยกัดกินวิญญาณของเขาอย่างช้าๆ คินน์หลับตาลง ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายเดือนก่อนไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิดราวกับภาพยนตร์ซ้ำซากที่ถูกฉายวนเวียนเพื่อลงทัณฑ์ วันนั้น... วันที่เขาเซ็นชื่อลงบนใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย วันที่เขาผลักไสผู้หญิงคนเดียวที่รักเขาด้วยใจจริงให้เดินออกไปจากชีวิตอย่างไร้ความปรานี เพียงเพราะคำเป่าหูอันไร้สาระของศิรินทร์ ผู้หญิงที่เขาเพิ่งตาสว่างว่าเต็มไปด้วยหน้ากากจอมปลอมและความโลภ *"ถ้าคุณรินลดาเขาแคร์คุณจริง เขาคงไม่เรียกร้องอะไรมากมายหรอกค่ะคุณคินน์... บางทีเธอก็แค่หวังในสมบัติของตระกูลอัครเดโชเท่านั้นเอง"* เสียงของศิรินทร์ในวันนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่บัดนี้... เมื่อทุกอย่างกระจ่างชัด เมื่อความจริงเปิดเผยว่าศิรินทร์คือคนที่อยู่เบื้องหลังการกลั่นแกล้งและใส่ร้ายรินลดามาโดยตลอด หัวใจของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกลับรู้สึกราวกับถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด เขาโง่เง่าเพียงใดที่ยอมเอาความไว้วางใจมอบให้งูพิษ และเหยียบย่ำดอกไม้บริสุทธิ์ที่ยอมอุทิศทั้งชีวิตให้เขา คินน์ก้มมองกรอบรูปบนโต๊ะทำงาน รูปถ่ายวันแต่งงานที่ถูกคว่ำหน้าเอาไว้ด้วยความหงุดหงิดในอดีต นิ้วแกร่งสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปพลิกมันขึ้นมา นัยน์ตาคู่คมจ้องมองใบหน้าหวานซึ้งของรินลดาในชุดเจ้าสาว รอยยิ้มของเธอในวันนั้นช่างงดงามและเปี่ยมไปด้วยความหวัง... หวังว่าเขาจะเป็นที่พักพิงอันอบอุ่น หวังว่าความรักจะเอาชนะทุกสิ่ง ทว่าเขาเองที่เป็นคนทำลายความหวังนั้นด้วยมือของเขาเอง "ผมมันโง่..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำออกมาด้วยความเจ็บปวด ยิ่งนึกถึงแววตานิ่งSงัน ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ในวันที่เธอกล่าวคำลาครั้งสุดท้าย หัวใจของเขาก็ยิ่งบีบตัวแน่นจนแทบหายใจไม่ออก รินลดาในวันนี้นั้นแตกต่างจากอดีตราวฟ้ากับเหว เธอไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ยอมให้เขารังแกหรือกล่าวหาตามอำเภอใจอีกต่อไป ความเย็นชาที่เธอใช้ปฏิบัติต่อเขาในยามที่บังเอิญพบกันตามงานสังคม มันคมกริบเสียยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด เธอมองเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ เป็นคนแปลกหน้าไร้ความหมาย และนั่นคือสิ่งที่ทรมานคินน์ยิ่งกว่าการถูกตบหน้ากลางสาธารณชน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินอย่างไร้จุดหมายภายในห้องชุดอันกว้างใหญ่ สายตาปะทะเข้ากับห้องนอนเด็กที่ถูกปิดตายไว้... ไม่สิ มันไม่เคยถูกเปิดใช้ด้วยซ้ำตั้งแต่รินลดาจากไป เพราะเขาเป็นคนสั่งให้แม่บ้านล็อคกลอนมันไว้ด้วยความรำคาญใจในตอนนั้น แต่ในวินาทีนี้ แรงดึงดูดประหลาดบางอย่างกลับผลักดันให้เขาเดินเข้าไปหยุดอยู่หน้าประตูบานนั้น มือหนาเอื้อมไปหมุนลูกบิดที่ไม่ได้ถูกแตะต้องมานาน และพบว่ามันไม่ได้ถูกล็อคอย่างที่ควรจะเป็น แอด... เสียงบานประตูไม้เนื้อดีเปิดออกพร้อมกับกลิ่นอายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของคินน์กระตุกวูบ ภายในห้องไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่เขาคิด บนเตียงนอนเด็กเล็กมีตุ๊กตากระต่ายสีขาวตัวเก่าตกอยู่ และที่มุมห้องมีโต๊ะเขียนหนังสือตัวเล็กๆ พร้อมสมุดบันทึกที่เปิดค้างไว้ คินน์ก้าวเข้าไปช้าๆ ราวกับถูกสะกดจิต นิ้วเรียวยาวหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดู ลายมือชื่อคุ้นเคยปรากฏแก่สายตา... ลายมือของรินลดา *“วันที่ 12 ตุลาคม... ลูกของเราเริ่มหัดเดินแล้วนะคะพี่คินน์ น่าเสียดายจังที่พ่อของแกคงไม่มีวันได้เห็น โมเมนต์นี้แม่ขอเก็บไว้เป็นความทรงจำของเราสองคนแม่ลูกก็พอนะคะ”* ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจของคินน์สะดุดกึกลงทันที สมองของเขาขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกลางวันแสกๆ *ลูก... งั้นหรือ?* รินลดาท้องอย่างนั้นหรือ? และเธอกำลังบอกว่า... เธอกับเขา... มีพยานรักร่วมกันอย่างนั้นหรือ? ความรู้สึกผิดบาป ความตกใจ และความโหยหาพุ่งทะยานขึ้นมาประเดประดังในอกจนคินน์เซถอยหลังไปชนกับชั้นวางของ หนังสือและสิ่งของบางอย่างร่วงหล่นลงสู่พื้นเสียงดังสนั่น แต่เขาไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด สมองของเขาตื้อตัน ภาพของเด็กหญิงตัวน้อยวัยสองขวบที่เขาเคยบังเอิญเห็นที่สนามบินเมื่อไม่กี่วันก่อนผุดขึ้นมาในหัว... เด็กหญิงที่มีดวงตากลมโต จมูกรั้น และโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน! "ไม่... ไม่จริงใช่ไหม..." คินน์พึมพำกับตัวเอง มือหนากุมขมับแน่น ความจริงที่เพิ่งกระจ่างทำให้เขารู้สึกราวกับกำลังดิ่งจมลงสู่ก้นบึงของมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึง สิ่งที่เขาทำลงไป... สิ่งที่เขาขับไล่ภรรยาและสายเลือดของตัวเองให้ออกไปเผชิญความยากลำบากเพียงลำพัง มันคือบาปหนาที่ไม่มีวันชดใช้หมด ในขณะที่คินน์กำลังจมดิ่งอยู่กับความสำนึกผิดและภาพฝันอันแหลกสละ เสียงกริ่งหน้าประตูก็,ดังขึ้น... ทำลายความเงียบงันภายในห้องชุดหรู ติ๊งหน่อง! คินน์ขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ใครกันที่กล้ามาบุกรุกความเป็นส่วนตัวของเขาในยามวิกาลเช่นนี้? เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาดังเดิม ก่อนจะเดินดุ่มๆ ออกไปที่ประตูหน้า มือหนากระชากเปิดประตูออกอย่างแรง ตั้งใจจะเอ่ยปากไล่แขกยามวิกาลให้พ้นทาง แต่ทว่า... คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อภาพตรงหน้าคือบุคคลที่เขาคาดไม่ถึงที่สุด ศิรินทร์ยืนยิ้มแย้มอยู่หน้าประตู หล่อนสวมชุดเดรสเข้ารูปดูเย้ายวน ในมือถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลอ่อน ทว่าสิ่งที่ทำให้คินน์รู้สึกสะอิดสะเอียนไม่ใช่รอยยิ้มจอมปลอมนั้น หากแต่เป็นแววตาทะเยอทะยานที่ฉายชัดออกมา "คุณคินน์คะ... ศิรินทร์รู้ว่าช่วงนี้คุณเครียดเรื่องบริษัท เรื่องคุณรินลดา ศิรินทร์เลยเอาเอกสารสำคัญชิ้นนี้มาให้... เอกสารที่จะทำให้คุณตาสว่างเสียที ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ใสสะอาดอย่างที่คุณคิด" ศิรินทร์ก้าวล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้อذنุญาต พร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้ามาตรงหน้าเขา คินน์มองหน้าผู้หญิงตรงนิ่งสนิท นัยน์ตาคมกริบฉายแววอันตรายที่ศิรินทร์ไม่มีวันได้สังเกตเห็น ความโกรธเกรี้ยวที่เคยกดทับไว้พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด เขาไม่ได้แยแสเอกสารในมือหล่อนเลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่เขาคิดในตอนนี้คือ... เขาอยากจะบดขยี้ผู้หญิงจอมปลอมตรงหน้าให้แหลقคามือ เพื่อชดใช้ให้กับหยาดน้ำตาของรินลดา ทว่า ก่อนที่คินน์จะได้เอ่ยปากขับไล่หรือกระทำสิ่งใด ศิรินทร์กลับถือวิสาสะเปิดแฟ้มเอกสารนั้นออก และดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาโชว์ตรงหน้าเขา พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "ดูนี่สคะคุณคินน์... ผลตรวจ DNA ของเด็กคนนั้น! ที่จริงแล้วเด็กนั่นไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของคุณหรอกค่ะ แต่เป็นลูกชู้ต่างหาก รินลดาน่ะ... สวมรอยหลอกคุณมาตั้งแต่..." ซ่า! น้ำเย็นจัดในแก้วคริสตัลบนโต๊ะรับแขกข้างตัวถูกสาดเข้าใส่ใบหน้าของศิรินทร์อย่างแรงโดยฝีมือของคินน์ เสียงแก้วกระทบพื้นแตกกระจายดังเพล้ง! ศิรินทร์กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าเปียกปอนเครื่องสำอางหลุดลอก นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อเงยขึ้นสบกับสายตาที่ดุร้ายราวมัจจุราชของประธานหนุ่ม "หุบปากของเธอซะ... ศิรินทร์" คินน์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ "ถ้าเธอยังไม่อยากหายไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอย... ไสหัวออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้!" ศิรินทร์ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยเถียง หล่อนรีบควσόแฟ้มเอกสารแล้ววิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างลนลาน ทิ้งให้คินน์ยืนหายใจหอบกระชั้นอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ทว่า... ในวินาทีที่ประธานหนุ่มกำลังจะหันหลังกลับเข้าห้อง สายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับกระดาษแผ่นสุดท้ายที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นพรม... แผ่นกระดาษที่ศิรินทร์ทำตกไว้เมื่อครู่ มันคือสำเนาใบสูติบัตรของเด็กหญิงตัวน้อย... และบรรทัดที่ระบุชื่อ "บิดา" บนกระดาษแผ่นนั้น... กลับเป็นชื่อของศัตรูทางธุรกิจคนสำคัญที่สุดของเขาเอง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความแค้นและการไถ่บาปครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%