เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 8

สืบจากความทรงจำ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"คุณไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของฉัน คุณคินน์... สถานะของเรามันจบลงตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าทิ้งไว้บนโต๊ะอาหารมื้อนั้นแล้ว" น้ำเสียงของรินลดาราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำที่พ่นออกมากลับแหลมคมดั่งเศษแก้วที่บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของชายหนุ่มตรงหน้า คินน์ อัครเดโช กำมือแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาคมกริบสีนิลของเขาวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะผสมกับความโหยหาที่เขาเองก็ยากจะยอมรับ "แต่เธอเป็นของฉัน ริน... ไม่ว่ายังไง เธอก็ยังเป็นของฉัน!" คินน์ตวาดลั่น ห้องทำงานหรูหราที่เคยเงียบสงบพลันสั่นสะเทือนด้วยรัศมีแห่งความเกรี้ยวกราด รินลดาเพียงแค่นยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่สวยที่บัดนี้ไร้ซึ่งเงาความรักที่เคยมีให้เขาอย่างหมดใจ "ของเล่นที่พังคามือคุณไปแล้ว อย่าหวังว่าจะเอากลับไปวางไว้บนหิ้งได้อีกเลยค่ะ" เธอเดินผละออกไปโดยไม่เหลียวหลัง ทิ้งให้คินน์ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง ความเงียบงันที่แผ่ซ่านทำให้อดีตประธานหนุ่มผู้ทะนงตนรู้สึกเหมือนกำลังจมลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทร เขาเริ่มตระหนักแล้วว่า 'รินลดา' คนเดิมที่เคยยอมจำนนต่อทุกคำสั่งของเขาได้ตายไปแล้ว พร้อมกับหัวใจที่เขาเคยเหยียบย่ำอย่างไม่ใยดี ทว่า ความรู้สึกผิดที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในอกกลับขยายตัวราวกับมะเร็งร้าย คินน์กวาดตามองกองเอกสารบนโต๊ะ... รายงานการสืบสวนที่เขาจ้างคนไปตามหาเธออย่างบ้าคลั่งตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีร่องรอย ไม่มีการเคลื่อนไหว เหมือนเธอตั้งใจจะลบตัวเองออกไปจากโลกที่เขายืนอยู่ "สืบให้ได้ว่าเธออยู่ที่ไหน..." เสียงของคินน์แหบพร่าเมื่อสั่งคนสนิทผ่านสายโทรศัพท์ "ถ้าต้องพลิกแผ่นดินหา ก็ต้องหาให้เจอ!" เขาไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่า โลกที่ไร้รินลดา มันช่างว่างเปล่าและหนาวเหน็บเพียงใด ความทรงจำเกี่ยวกับความเย็นชาที่เขาเคยปรนเปรอให้เธอ กลายเป็นโซ่ตรวนที่รัดคอเขาให้หายใจไม่ออก ในอีกมุมหนึ่งของเมือง รินลดาหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กในสวนหลังบ้านเช่าหลังเก่าที่ไม่มีใครเข้าถึง เธอหยิบสร้อยคอเส้นเล็กออกมาดู จี้รูปหัวใจที่เปิดออกได้ข้างในนั้นมีรูปถ่ายใบเล็กๆ ของเด็กหญิงวัยสองขวบที่กำลังหัวเราะร่าด้วยดวงตาสดใส... ดวงตาคู่เดียวกับคินน์ อัครเดโช ราวกับคัดลอกกันออกมา "ลินน์คะ... วันนี้แม่ไปเจอพ่อของลูกมาอีกแล้ว" เธอพึมพำกับรูปถ่าย น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มเอ่อคลอ "เขาตามหาเรา... แต่เขาไม่มีวันรู้หรอก ว่าสิ่งที่เขาทิ้งไปเมื่อสามปีก่อน คือสมบัติที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเขา" เสียงประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังขึ้น รินลดาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบเก็บรูปถ่ายเข้าสร้อยและลุกขึ้นยืนด้วยความระแวดระวัง ทว่าคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านกลับไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นศิรินทร์... ผู้หญิงที่เคยเป็นหนามตำใจเธอมาตลอด "ไม่คิดเลยนะว่าคนอย่างรินลดาจะหนีมาซ่อนตัวอยู่ในรูหนูแบบนี้" ศิรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางกวาดสายตามองบ้านไม้ทรุดโทรมด้วยความดูแคลน รินลดาสูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยและเยือกเย็น "ถ้ามาเพื่อจะข่มขู่ ฉันแนะนำให้คุณเสียเวลากลับไปเถอะค่ะ ศิรินทร์... เพราะตอนนี้ฉันไม่มีอะไรให้คุณแย่งชิงได้อีกแล้ว แม้แต่ความอดทน" ศิรินทร์หัวเราะหึ เดินเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึก "เธอคิดเหรอว่าคินน์จะปล่อยเธอไปง่ายๆ? เขาคลั่งไคล้เธอจนเสียสติไปหมดแล้ว และถ้าเขาได้รู้ว่ามี 'สิ่งของ' ชิ้นหนึ่งที่เชื่อมโยงระหว่างพวกเธอสองคน... เธอคิดว่าคินน์จะทำยังไง?" คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงบนหัวใจของรินลดา เธอตัวแข็งทื่อ รู้อยู่แก่ใจว่าศิรินทร์หมายถึงใคร ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ตระกูลอัครเดโช คินน์ยืนจ้องมองไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เพิ่งได้รับมาจากการจ้างวานนักสืบเอกชน ภาพที่เบลอและไม่ชัดเจนนักเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังพาลูกสาวตัวน้อยวิ่งเล่นในสวนหลังบ้าน เขากดซูมเข้าที่ใบหน้าของเด็กหญิงคนนั้น หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น... ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มที่ถอดแบบมาจากเขาอย่างชัดเจนที่สุด "รินลดา... นี่มันหมายความว่ายังไง" เขาคว้ากุญแจรถเตรียมจะพุ่งตัวออกไป แต่ทว่าสายตาเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางทิ้งไว้บนโซฟา ผลการตรวจสอบ DNA ลับที่เขาสั่งทำจากเส้นผมที่เคยติดอยู่บนเสื้อสูทตัวเก่าของรินลดา... เขาฉีกซองนั้นด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะทรุดลงบนพื้นเมื่ออ่านบรรทัดสุดท้ายที่ระบุความสัมพันธ์ชัดเจนว่า 'เป็นบิดา' ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายตรงมาจากนักสืบที่เขาจ้างไว้ "คุณคินน์ครับ! เราเจอพิกัดของเธอแล้ว เธออยู่ที่..." คินน์ไม่ได้รอฟังจนจบ เขาขว้างโทรศัพท์ทิ้ง พุ่งทะยานออกไปราวกับคนคลุ้มคลั่ง ความแค้นในอดีตมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาที่จะทวงคืนสิ่งที่ควรเป็นของเขาตั้งแต่แรก แต่ในขณะที่เขาถีบรถออกไปอย่างไร้สติ ร่างของใครบางคนกลับมายืนตระหง่านอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ของเขา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ถือซองจดหมายฉบับหนึ่งไว้ในมือ "ถ้าคินน์ไม่อยู่... งั้นคนที่จะได้เห็นความลับนี้เป็นคนแรก ก็คงต้องเป็น 'ภรรยาคนใหม่' ที่เขากำลังจะแต่งงานด้วยสินะ" รินลดากำลังอุ้มน้องลินน์ไว้ในอ้อมแขนขณะที่พยายามหนีออกทางประตูด้านหลัง แต่เมื่อหันไป เธอกลับพบกับดวงตาสีมรกตของชายหนุ่มที่ยืนขวางทางอยู่ แสงไฟจากรถยนต์ของเขาอาบไล้ไปทั่วบริเวณ... คินน์ไม่ได้มาคนเดียว เขามาพร้อมกับความจริงที่เขาเพิ่งได้รับรู้ และแววตาที่เต็มไปด้วยความพังทลาย "ลูกของฉัน... อยู่ไหน" รินลดาตัวเย็นเฉียบ ในขณะที่คินน์ก้าวเข้ามาหาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก ว่านั่นคือความรักที่สำนึกผิด หรือความโกรธแค้นที่ถูกหลอกกันแน่ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความแค้นและการไถ่บาปครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%