เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 9

คำโกหกของคนใกล้ตัว

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
เสียงหัวing คิกคักของหญิงสาวที่จงใจดัดให้ฟังดูอ่อนหวานราวกับเด็กสาวแรกรุ่นดังลอดผ่านความเงียบงันของห้องรับรองวีไอพีในภัตตาคารหรู บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียน ทว่าเจ้าของกลิ่นกลับไม่ได้ตระหนักเลยว่า ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มที่เธียรพยายามโน้มตัวเข้าหาอย่างแนบชิดนั้น กำลังแผ่ไอเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกออกมาทีละน้อย "คุณคินน์คะ… คำถามที่ศิรินทร์ถามเมื่อครู่ ยังไม่ได้คำตอบเลยนะคะ สรุปว่าสุดสัปดาห์นี้ เราไปเลือกชุดออกงานการกุศลกันที่ร้านเดิมดีไหมคะ? ศิรินทร์ได้ยินว่ามีคอลเลกชันใหม่ส่งตรงมาจากมิลานเชียวนะคะ เหมาะกับงานเปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ของเราที่สุดเลยค่ะ" ศิรินทร์จงใจใช้ปลายนิ้วเรียวสวยที่เคลือบเล็บเจลสีนู้ดระยิบระยับแตะเบาๆ ลงบนแขนเสื้อสูทเนื้อดีของคินน์ อัครเดโช ท่าทางออดอเซาะนั้นถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อให้ดูน่าทะนุถนอมในสายตาผู้ชายทุกคน แต่สำหรับคินน์ในเวลานี้ การสัมผัสของเธอกลับให้ความรู้สึกไม่ต่างอะไรกับหนอนบุ้งน่ารังเกียจที่ไต่ยั้วเยี้ยอยู่บนผิวหนัง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาราวกับเทพสร้าง ปรายมองมือคู่นั้นด้วยหางตาก่อนจะเลื่อนขึ้นประสานกับใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางหนาเตอะของหญิงสาว รังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงเสียจนแอร์คอนดิชันเนอร์ในห้องแทบไม่ต้องทำงาน "ผมจำได้ว่าตารางงานช่วงสุดสัปดาห์ของผม ถูกจัดสรรไว้ให้กับการประชุมบอร์ดบริหารและการตรวจสอบงบประมาณบริษัททั้งหมด ไม่มีเวลาว่างสำหรับเรื่องไร้สาระพวกนั้นหรอกครับ... คุณศิรินทร์" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ ยิ่งกว่าสายน้ำนิ่งสนิท แต่มันกลับคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความมั่นอกมั่นใจของศิรินทร์จนรอยยิ้มบนริมฝีปากอวบอิ่มแข็งค้างไปชั่วขณะ รอยยิ้มหวานเชื่อมที่เธอพยายามปั้นแต่งมาตลอดทั้งค่ำคืนพังทลายลงในพริบตา ศิรินทร์กัดริมฝีปากล่างอย่างขัดเคืองใจ ดวงตาคู่คมฉายแววริษยาและไม่เข้าใจ ปลายนิ้วที่เคยแตะอยู่บนแขนเสื้อชักกลับอย่างเสียหน้า เธียรพยายามปรับน้ำเสียงให้กลับมานุ่มนวลดังเดิม แม้ว่าภายในใจจะเริ่มร้อนรุ่มด้วยความโกรธ "แต่… แต่ก่อนคุณคินน์ไม่เคยปฏิเสธศิรินทร์แบบนี้นี่คะ หรือว่าเป็นเพราะ… ผู้หญิงคนนั้นคะ? ผู้หญิงคนที่งานประมูลการกุศลคราวก่อน… คนที่ทำให้คุณคินน์เสียอาการไปจนถึงขั้นละทิ้งงานเลี้ยงกลางคัน…" ชื่อของ ‘รินลดา’ ถูกขุดขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงเจือความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ศิรินทร์จงใจขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด หวังจะใช้ความทรงจำเก่าๆ และสถานะ ‘รักแรก’ ที่เธอเคยปั้นแต่งขึ้นมาครอบงำจิตใจของชายหนุ่มให้อีกฝ่ายหันกลับมาสนใจเธอเหมือนเช่นวันวาน ทว่า เธอกลับคิดผิดถนัด ทันทีที่ชื่อของรินลดาลอยเข้าสู่โสตประสาท คินน์ก็ขยับตัวถอยห่างออกไปทันทีอย่างไร้เยื่อใย ราวกับรังเกียจที่จะให้อากาศรอบตัวถูกใช้ร่วมกับหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายอันตรายที่แม้แต่ศิรินทร์ยังต้องผวาถอยหลัง "อย่าเอ่ยนามนั้นขึ้นมาอีก ถ้าคุณยังไม่อยากให้ความสัมพันธ์อันน้อยนิดที่เรามีอยู่ตอนนี้พังทลายลงในวินาทีนี้" คินน์เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงกดต่ำที่น่ากลัวจนขนลุก บรรยากาศรอบตัวอึดอัดเสียจนศิรินทร์หายใจแทบไม่ออก ภาพของรินลดาในชุดเดรสสีเพชรระยิบระยับที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างสง่างามและเย่อหยิ่งในคืนนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิดของเขา รอยยิ้มเย้ยหยันและแววตาที่มองเขาประดุจอากาศธาตุ ราวกับกรดเข้มข้นที่ค่อยๆ กัดกร่อนหัวใจของเขาให้แหลกสลายลงทุกค่ำคืน ยิ่งเขาพยายามเข้าหา ยิ่งเขาพยายามสืบหาความจริงเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของเธอหลังจากวันหย่าร้าง กำแพงความเย็นชาที่เธอก่อขึ้นก็ยิ่งสูงเสียดฟ้าจนเอื้อมไม่ถึง แล้วในขณะที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกผิดและความโหยหาอันบ้าคลั่งนี้ ศิรินทร์กลับทำตัวน่ารำคาญ ยุ่มย่าม และพยายามเรียกร้องความสนใจจากเขาด้วยเล่ห์เหลี่ยมตื้นๆ ช่างน่าขันสิ้นดี... ผู้หญิงคนที่เขาเคยโง่เขลาหลงเชื่อคำเป่าหูจนทำลายครอบครัวของตัวเองลงด้วยมือ กลับเป็นเพียงตัวน่ารำคาญที่ไม่มีค่าอะไรเลยเมื่อเทียบกับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ "คุณคินน์คะ… ศิรินทร์หวังดีกับคุณนะคะ ผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นแค่คนฉวยโอกาสที่เข้ามาเกาะแกะคุณเพื่อชื่อเสียงก็ได้นะคะ คุณอย่าไปหลงกลมารยาของเธอเลยค่ะ!" ศิรินทร์ยังคงดึงดันไม่เลิก เธอยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ พยายามยกตนเหนือกว่าและเหยียดหยามรินลดาเพื่อดึงคะแนนความน่าสงสารกลับมา แต่คินน์กลับแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันใดๆ มีเพียงความเหยียดหยามและสมเพชระคนอยู่เต็มเปี่ยม "มารยาอย่างนั้นหรือครับ?" คินน์ทวนคำ สายตาคมกริบมองทะลุปรุโปร่งไปถึงจิตใจอันดำมืดของศิรินทร์ จนหญิงสาวรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าต่อหน้าธารกำนัล "คนที่เต็มไปด้วยมารยาและคำโกหกคำโตมาตลอดหลายปี… ไม่ใช่รินลดาหรอกครับ แต่เป็นคุณต่างหาก ศิรินทร์" คำพูดประโยคนั้นรุนแรงราวกับฝ่ามือที่ตบลงบนใบหน้าของศิรินทร์อย่างจัง สีหน้าของเธอซีดเผือดลงทันที ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความตกใจและอับอาย ขายหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี "คุณ… คุณหมายความว่ายังไงคะคุณคินน์? คุณกำลังเข้าใจศิรินทร์ผิดไปกันใหญ่แล้วนะ!" "ผมไม่ได้เข้าใจผิด และผมก็หมดความอดทนที่จะเสวนากับคนไร้สาระอย่างคุณแล้วครับ เชิญคุณรับประทานอาหารต่อตามสบายเถอะครับ ส่วนเรื่องโปรเจกต์… ทางบริษัทของผมจะพิจารณาตามความเหมาะสมทางธุรกิจเท่านั้น ไม่มีเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น" พูดจบ คินน์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างสง่างาม ไม่แม้แต่จะชายตามองร่างที่สั่นเทาด้วยความโกรธและเสียหน้าของศิรินทร์อีกแม้แต่น้อย เขากว้าวย่างเท้าออกจากห้องรับรองวีไอพีด้วยฝีเท้าหนักแน่น ทิ้งให้ศิรินทร์นั่งกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือตัวเองด้วยความแค้นเคืองที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบกับพื้นหินอ่อนของทางเดินยาวในโรงแรมหรู คินน์ยกมือขึ้นนวดขมับเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ ที่เล่นงานเขามาหลายวัน ความเครียดจากงานผสมโรงกับความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก เขาตัดสินใจเดินเลี่ยงไปยังระเบียงกระจกใสบริเวณสวนหย่อมชั้นลอยของโรงแรม เพื่อหาอากาศบริสุทธิ์หายใจและสงบสติอารมณ์ ทว่า ในขณะที่เขากำลังกวาดสายตามองผ่านกระจกใสออกไปยังสวนหย่อมด้านล่างเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย ภาพเหตุการณ์เบื้องล่างกลับทำให้ฝีเท้าของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งต้องหยุดชะงักงัน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระตุกวูบและหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม บริเวณม้านั่งในสวนหย่อมใต้แสงไฟสลัว ร่างเพรียวบางระหงในชุดเดรสเรียบหรูที่คุ้นตาที่สุดกำลังก้มลงยิ้มแย้มและหัวเราะอย่างมีความสุขกับใครบางคน... รินลดา... อดีตภรรยาที่ควรจะอยู่ไกลจากรัศมีสายตาของเขา กลับกำลังนั่งอยู่ตรงนั้น และสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของคินน์สะดุดกくก็นไม่ใช่แค่รอยยิ้มอันงดงามที่เขาไม่เคยได้รับมันมานานหลายปี แต่เป็นร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงวัยสองขวบคนหนึ่งที่กำลังวิ่งเตาะแตะเข้าไปซบลงในอ้อมแขนของเธอ พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักใสแจ๋วที่ลอยมาตามสายลม เด็กหญิงตัวน้อยคนนั้น... หันใบหน้าจิ้มลิ้มออกมาพอดี ดวงตากลมโตเป็นประกาย จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง… รอยยิ้มมุมปากที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบนั้น มันคือภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งเงาสะท้อนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%