"คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อแก... คินน์"
น้ำเสียงของรินลดาไม่ได้สั่นเครือแม้แต่น้อย มันราบเรียบ เย็นเยียบ และคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ
คินน์ อัครเดโช รู้สึกราวกับว่าอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ร่างสูงใหญ่ที่เคยค้ำฟ้าและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี บัดนี้กลับยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตูห้องพักของเธอ ราวกับรูปปั้นหินที่ถูกสายฟ้าฟาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระดาษแผ่นบางในมือของเขา—ผลตรวจ DNA ที่ระบุความสัมพันธ์ทางสายเลือดอย่างชัดเจน—สั่นเทาตามแรงสะท้านของปลายนิ้ว
ความจริงที่เขาเคยผลักไส เคยเหยียบย่ำ และเคยโง่เขลาพอที่จะปฏิเสธ บัดนี้มันนอนนิ่งตอกย้ำความพินาศของชีวิตเขาในกำมือของอดีตภรรยาผู้ไร้ความปรานี
"ริน..." เขาเค้นเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น ลำคอแหบผากจนแทบไม่มีเสียงเล็ดลอด ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย็นชาและความเย่อหยิ่ง บัดนี้แดงก่ำ เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "ผม... ผมขอโทษ ผมไม่เคยรู้..."
"คุณไม่จำเป็นต้องรู้ค่ะ" รินลดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดทอนความอบอุ่นลงจนเหลือเพียงความว่างเปล่า เธอมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าจนน่ากลัว สายตาที่ไร้ซึ่งความโกรธเกลียด แต่มันน่ากลัวยิ่งกว่าเพราะมันสื่อความหมายชัดเจนว่า *'คุณไม่มีตัวตนในโลกของฉันอีกต่อไปแล้ว'*
"รินลดา ฟังผมก่อน..." คินน์พยายามก้าวเข้ามาใกล้ สัญชาตญาณดิบสั่งให้เขาไขว่คว้าผู้หญิงคนนี้กลับมา เหมือนคนใกล้ตายที่พยายามคว้าฟางเส้นสุดท้าย "สิ่งที่ผมทำลงไปในอดีต ผมพร้อมจะชดใช้ทุกอย่าง บ้าน รถ บริษัท หรือแม้แต่ชีวิตของผม... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ให้ผมได้ดูแลพวกคุณเถอะนะ"
คำว่า 'ชดใช้' และ 'ดูแล' จากปากของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล สะท้อนก้องอยู่ในความเงียบของทางเดิน ราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยชะตากรรม รินลดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุขเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือความสมเพชเวทนาที่เธอมอบให้เขาอย่างหมดใจ
"ชดใช้เหรอคะ?" เธอย้อนถาม ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "คุณเอาอะไรมาพูดว่า 'ชดใช้' คินน์? หยาดน้ำตาและความโดดเดี่ยวที่ฉันต้องแบกรับในวันที่อุ้มท้องลูกลำพัง คุณเอาอะไรมาแลก? เงินทองที่คุณมีมันซื้อเวลากลับมาไม่ได้ ซื้อรอยแผลเป็นในใจฉันไม่ได้ และที่สำคัญที่สุด..."
เธอหยุดเว้นจังหวะ ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ปั่นป่วนในอก ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"มันซื้อโอกาสที่สองจากฉันไม่ได้เช่นกันค่ะ"
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของคินน์อย่างจัง เขาล้มเข่าทรุดลงตรงหน้าเธออย่างหมดสภาพ ภาพลักษณ์ของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอำนาจพังทลายไม่เป็นท่า ความดีที่เขาพยายามสร้างขึ้นใหม่ในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ ความพยายามที่จะส่งดอกไม้ การมารอพบหน้า หรือแม้แต่การบริจาคเงินมหาศาลในนามของเธอ ทุกอย่างถูกรินลดากวาดทิ้งลงถังขยะแห่งความไร้ค่าอย่างไร้เยื่อใย
"พ่อจ๋า...?"
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยดังขึ้นจากด้านหลังของรินลดา ร่างเล็กป้อมในชุดนอนลายการ์ตูนก้าวเดินออกมาจากห้องนอน ขยี้ตาเบาๆ ด้วยความง่วงงุน ดวงตากลมโตคู่นั้น... ดวงตาที่ถอดแบบมาจากคินน์อย่างไร้ที่ติ กำลังมองชายแปลกหน้าที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้ามารดาด้วยความฉงน
คินน์เบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อเห็น 'น้องลินน์' ลูก gái ที่เขาเพิ่งรู้ว่ามีตัวตนอยู่จริง เด็กหญิงยืนอยู่ตรงนั้น สดใส บริสุทธิ์ และเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง ภาพซ้อนทับระหว่างความผิดพลาดในอดีตกับความจริงในปัจจุบันทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก
เขายื่นมือที่สั่นเทาออกไปหาลูกน้อยโดยไม่รู้ตัว "ลินน์... ลูกพ่อ..."
"อย่าแม้แต่จะแตะต้องแก!" รินลดาปรี่เข้ามาขวางหน้าลูกสาวทันที เธออ้าแขนปกป้องเด็กน้อยไว้ด้านหลัง ร่างกายสั่นระริกด้วยความโกรธเกลียวที่พุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง สายตาที่เธอมองเขามันช่างคมกริบราวกับพร้อมจะฆ่าคนได้จริงๆ "จำคำฉันไว้นะคินน์ คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกแกด้วยซ้ำ กลับไปซะ! แล้วอย่ามาให้เราเห็นหน้าอีก!"
ปัง!
ประตูไม้เนื้อหนาถูกกระแทกปิดใส่หน้าเขาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นก้องไปทั่วทางเดิน แรงลมจากการปิดประตูพัดเอาความเย็นเยียบเข้าปะทะใบหน้าของคินน์ที่ยังคงคุกเข่าอยู่หน้าห้อง
ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง เหลือเพียงความว่างเปล่าและความมืดมิดที่โอบล้อมรอบตัวเขา
คินน์นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นเนิ่นนาน ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง กระดาษผลตรวจ DNA ร่วงหลุดจากมือตกลงแทบเท้า มือหนายยกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ ความเจ็บปวดจากการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างกัดกินหัวใจเขาจนแทบแหลกสลาย แต่มันยังไม่เจ็บเท่ากับการรู้ว่า... กำแพงที่รินลดาสร้างขึ้นมาเพื่อปิดกั้นเขานั้น มันหนาและแข็งแกร่งเกินกว่าที่ผู้ชายบาปหนาอย่างเขาจะพังทลายมันลงได้ด้วยคำขอโทษเพียงไม่กี่คำ
ภายในห้องพัก รินลดากอดร่างเล็กของลูกสาวไว้แนบอก หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดเวลาไหลรินอาบสองแก้มเงียบๆ เธอซุกใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มของลูกน้อย พยายามสูดกลิ่นกายหอมกรุ่นเพื่อดึงสติและความเข้มแข็งของตัวเองกลับคืนมา
*แม่จะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากลูกไปจากอกอีกเด็ดขาด...* เธอกระซิบกับตัวเองในใจ
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมห้องพักของสองแม่ลูก เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน... *ติ๊งหน่อง!*
รินลดาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นป่านนี้ใครกันที่จะมาหาเธอ? เธอค่อยๆ วางน้องลินน์ให้นอนลงบนโซฟาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเดินย่างสามขุมไปที่ประตูด้วยความระแวง คิดว่าคงเป็นคินน์ที่ยังไม่ยอมแพ้และกลับมาเคาะประตูอีกรอบ
มือเรียวกระชากเปิดประตูออกด้วยความหงุดหงิด ตั้งใจจะเอ่ยปากไล่ให้อีกฝ่ายไสหัวไปให้พ้น แต่ทว่า... คำพูดทั้งหมดกลับจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ เมื่อบุคคลที่ยืนอยู่หลังประตู ไม่ใช่คินน์ อัตเดโช อย่างที่เธอคาดคิด
ใบหน้าของหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่เธอจำได้แม่นยำ—ศิรินทร์—กำลังแย้มยิ้มหยันให้เธออย่างเยือกเย็น ในมือเรียวถือซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนา พร้อมกับสายตาคมปลาบที่มองลอดผ่านไหล่เธอเข้าไปในห้อง
"สวัสดีค่ะพี่รินลดา... ไม่คิดเลยใช่ไหมคะว่าจะเจอฉันในเวลาแบบนี้?" ศิรินทร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงหวานเลี่ยน แต่นัยน์ตากลับเต็มไปด้วยประกายแห่งความอาฆาตมาดร้ายที่ซ่อนไม่มิด "พอดีฉันมี 'ของขวัญชิ้นพิเศษ' ที่พี่น่าจะอยากดู... เกี่ยวกับความลับที่พี่พยายามปกปิดคุณคินน์มาตลอดน่ะค่ะ"
รินลดาหน้าซีดเผือด เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว...
ขอบคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดและงดงามของบทนี้ด้วยกันนะคะ
เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 21
ความใจแข็งของแม่
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!