เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 15

เด็กน้อยที่มีนัยน์ตาสีเข้ม

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพี ไม่ได้ครึ่งหนึ่งของความหนาบึ้งในแววตาที่คินน์กำลังใช้จ้องมองร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีชาดเบื้องหน้า รินลดายังคงยืนนิ่ง สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยรัศมีแห่งความเย่อหยิ่งที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนในตัวผู้หญิงคนเดิมที่เคยนอนเคียงข้าง กรงเล็บแห่งความเสียดายกรีดลึกลงในอกของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยสัญชาตญาณของนักล่าที่หลงกลเหยื่อ ความโกรธเกรี้ยวระคนความกระวนกระวายพลุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อแขนเรียวที่ถูกปกปิดไว้ด้วยเนื้อผ้าชั้นดี แต่รินลดาเพียงแค่เบี่ยงตัวหลบด้วยจังหวะที่เหนือชั้นกว่าอย่างเลือดเย็น "ระวังมือของคุณด้วยค่ะ... คุณคินน์" น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับคมมีดที่อาบยาพิษ รินลดาปรายตามองมือใหญ่ที่คว้าได้เพียงความว่างเปล่า มุมปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีเข้มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความยินดีแม้แต่น้อย หากแต่เป็นการเยาะเย้ยถากถางถึงความโง่เขลาในอดีตของเขา "ริน! เธอคิดจะเล่นเกมอะไรกันแน่ หายตัวไปสามปี ทิ้งจดหมายหย่าแล้วคิดว่าจะเดินลอยชายกลับมาเหยียบหัวใจฉันได้ตามอำเภอใจอย่างนั้นเหรอ?" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ เขากดดันร่างบางจนแผ่นหลังของเธอเกือบชิดติดผนังกระจกใสที่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองกรุงเบื้องล่าง "คิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอหนีไปได้ง่ายๆ อีกครั้งงั้นเหรอ รินลดา?" "หนีเหรอคะ?" รินลดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "คำว่าหนี... มันใช้กับคนที่พ่ายแพ้ต่างหากค่ะคุณคินน์ แต่สำหรับฉัน... ฉันไม่ได้หนี ฉันแค่เดินออกมาจากนรกที่คุณสร้างขึ้นมาเองต่างหาก และตอนนี้..." เธอยกมือขึ้นแตะแผงอกกว้างของเขาเบาๆ ก่อนจะออกแรงผลักออกห่างอย่างไม่ไยดี "ฉันกลับมาเพื่อทòiคืนทุกสิ่งที่ตระกูลอัครเดโชเคยทำไว้กับฉันต่างหากล่ะคะ" สายตาของทั้งคู่ปะทะกันราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ ความรู้สึกผิดบาปที่คินน์พยายามกลบฝังมาตลอดสามปีถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าต่อตา ภาพของภรรยาตัวเล็กๆ ที่เคยนั่งรอเขาบนโต๊ะอาหารเย็นที่เย็นชืด ภาพน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่เขาเคยเพิกเฉย เพราะหลงเชื่อคำเป่าหูของศิรินทร์... ผู้หญิงที่ตอนนี้เขาเพิ่งตาสว่างและเขี่ยทิ้งออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย แต่สายเกินไปแล้ว... ในเมื่อรินลดาคนเดิมได้ตายไปพร้อมกับความรักที่ถูกเหยียบย่ำในคืนวันหย่าร้างนั้น เหลือเพียงแต่ "รินลดา" คนใหม่ที่พร้อมจะบดขยี้ศักดิ์ศรีของเขาให้แหลกคามือ "ฉันยอมรับว่าฉันผิด ฉันโง่เง่าเองที่มองไม่เห็นค่าของเธอ..." คินน์พยายามใช้น้ำเสียงที่อ่อนลง ดวงตาที่เคยเย่อหยิ่งฉายแววเว้าวอนอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็น "แต่ริน... ให้โอกาสฉันได้แก้ตัว ได้ไหม? ทุกอย่างที่เธอต้องการ ฉันจะหามาให้ ชดใช้ให้เธอทั้งหมด..." "ทุกอย่างเหรอคะ?" รินลดาเลิกคิ้วขึ้นอย่างเย้ยหยัน "รวมถึงหัวใจเน่าเฟะของคุณด้วยหรือเปล่าล่ะคะ? น่าเสียดายนะคะคุณคินน์... ของที่ถูกโยนลงถังขยะไปแล้ว ต่อให้เอามาล้างน้ำจนสะอาด มันก็ไม่มีวันมีค่าพอให้ฉันเก็บกลับมาใช้อีกหรอกค่ะ" ประโยคเชือดเฉือนนั้นทำเอาคินน์ชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับถูกตบหน้าฉานใหญ่ด้วยความจริงที่ว่า เขาสูญเสียผู้หญิงที่รักเขาที่สุดไปตลอดกาลแล้วจริงๆ ในจังหวะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยสาวคนสนิทของรินลดา "คุณรินคะ งานเลี้ยงด้านล่างกำลังจะเริ่มแล้วค่ะ และ... เอ่อ..." เลขาสาวอึกอักเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาดุดันของประธานหนุ่มยักษ์ใหญ่แห่งอัครเดโชกรุ๊ปที่ยืนขนาบอยู่ใกล้เจ้านาย "น้องลินน์ตื่นแล้วค่ะ งอแงตามหาคุณแม่ใหญ่เลยค่ะ" หัวใจของรินลดากระตุกวูบ เธอรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติทันที "เดี๋ยวฉันลงไปค่ะ ฝากดูแลแกแป๊บเดียวนะคะ" แต่ทว่า... คำว่า "น้องลินน์" และอาการ "งอแงตามหาแม่" กลับสะดุดเข้าหูของคินน์อย่างจัง สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เขารีบหันขวับไปมองที่ประตูทันที เด็กหญิงตัวน้อยวัยราวสองขวบเศษ ในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีชมพูอ่อนกำลังเดินเตาะแตะเข้ามาในห้อง มือเล็กๆ ข้างหนึ่งขยี้ตาด้วยความง่วงงอน ปากจิ้มลิ้มบ่นงึมงำฟังไม่ได้ศัพท์ เส้นผมนุ่มสลวยหยักศกเล็กน้อยล้อมกรอบใบหน้าจิ้มลิ้มที่ถอดแบบพิมพ์มาอย่างไร้ที่ติ คินน์หยุดชะงักงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า ร่างกายทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตากลมโตคู่สวยที่กำลังเงยขึ้นมองเขา... มันไม่ใช่ดวงตากลมแป๋วแบบเด็กทั่วไป แต่มันคือ "ดวงตาสีเข้ม" คู่คมกริบที่ถอดแบบมาจากเงาสะท้อนในกระจกของเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน! สันจมูกโด่งรั้น รูปปากหยักสวย และแม้กระทั่งมุมโค้งยามที่เด็กน้อยขมวดคิ้ว... มันคือตัวตนของเขาในเวอร์ชันย่อส่วนอย่างชัดเจนที่สุด! ลมหายใจของคินน์ขาดห้วง โลกทั้งใบหยุดหมุนลงตรงวินาทีนั้น ความจริงที่ถูกปิดตายมาตลอดสามปีพังทลายลงมาตรงหน้า พร้อมกับเสียงคำรามก้องในหัวที่ดังลั่นจนแทบระเบิด ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%