เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 14

ความบังเอิญหรือความตั้งใจ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายความเย็นเยียบของกาแฟดำราคาแพงในแก้วกระดาษ ไม่ได้ช่วยให้สมองของคินน์ปลอดโปร่งขึ้นเลยแม้แต่น้อย ภาพใบหน้าเรียบเฉย ไร้เยื่อใย และสายตาราวกับมองคนแปลกหน้าของรินลดาในงานประมูลการกุศลเมื่อสัปดาห์ก่อน ยังคงวนเวียนกรีดแทะหัวใจเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและคิดว่าตนเองคุมทุกอย่างไว้ในกำมือ บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงผู้ชายโง่เขลาคนหนึ่งที่เพิ่งตื่นจากความฝันอันยาวนาน—ฝันร้ายที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองกับมือ ถนนสายธุรกิจใจกลางเมืองยามบ่ายคล้อยเนืองแน่นไปด้วยผู้คน แต่ฝ่าเท้าของคินน์กลับหยุดชะงักลง ราวกับมีแม่เหล็กทรงพลังบางอย่างตรึงร่างเขาไว้หน้าร้านคาเฟ่กึ่งแกลเลอรีศิลปะชื่อดัง กระจกใสบานใหญ่สะท้อนภาพภายในร้าน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาคมกริบของเขา... ร่างเพรียวบางในชุดเดรสยาวสีครีมเรียบหรู ทว่าแผ่รังสีความเย่อหยิ่งและสง่างามในแบบที่รินลดาไม่เคยมีมาก่อนในอดีต กำลังยืนหันหลังให้เขา หล่อนก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อพูดคุยกับสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่ยืนอยู่ข้างกาย คินน์สูดลมหายใจเข้าลึก หัวใจในอกกระหน่ำเต้นรัวอย่างไร้เหตุผล สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เขาก้าวถอยหลัง แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการก้าวเข้าไปประชิดกระจกใสบานนั้นมากขึ้น เพื่อมองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น รินลดากำลังย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วเรียวสวยเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มพวงน้อยของเด็กหญิงวัยเตาะแตะคนหนึ่ง เสียงหัวเราะคิกคักใสแจ๋วของเด็กน้อยดังลอดผ่านช่องว่างระเบียงกระจกเข้ามาแว่วๆ "เดี๋ยวคุณแม่ซื้อไอศกรีมรสวานิลลาให้นะคะ คนเก่งของแม่ต้องไม่ซนเข้าใจไหมคะ" เสียงหวานที่เอ่ยออกมานั้น... ชัดเจน บาดลึก และทำเอาคินน์รู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม คำว่า "คุณแม่" หลุดออกมาจากริมฝีปากของรินลดาอย่างเป็นธรรมชาติ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... เมื่อเด็กน้อยคนนั้นหันหน้ามาทางกระจกเพื่อชี้ชวนให้มารดาดูตุ๊กตาในตู้โชว์ คินน์ก็แทบหยุดหายใจ โลกทั้งใบคล้ายจะพังทลายลงมาตรงหน้าในเสี้ยววินาทีนั้น ดวงตากลมโตเป็นประกายจรัส แก้มอิ่มสีชมพูระเรื่อ และจมูกรั้นเชิดรั้นเล็กๆ... โครงหน้าทั้งหมดถอดแบบมาจากใครบางคนที่เขารู้จักดีเกินกว่าจะปฏิเสธได้ มันคือใบหน้าของเขาเอง... คินน์ อัครเดโช ในวัยเด็ก! "ไม่... เป็นไปไม่ได้" ริมฝีปากหยักลึกพึมพำออกมาโดยไร้เสียง มือหนาที่ถือแก้วกาแฟบีบเข้าหากันแน่นจนกระดาษบุบยุบ น้ำสีดำเข้มเกือบจะหกเลอะสูทราคาแพง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจแม้แต่น้อย สมองของคินน์ขาวโพลน ว่างเปล่า และสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เด็กหญิงคนนั้นอายุเท่าไหร่? สองขวบ? ถ้านับย้อนกลับไปช่วงเวลาที่รินลดาขอหย่าและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มันคือช่วงเวลาเดียวกันกับที่เธอยื่นใบหย่าให้เขาอย่างไร้เยื่อใย ช่วงเวลาที่เขาเคยโง่เขลาคิดว่าเธอกำลังเรียกร้องความสนใจ และปล่อยให้เธอเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะรั้งไว้สักคำ *เธอท้อง... รินลดาท้องลูกของเขา* ความคิดนั้นพุ่งชนโสตประสาทอย่างบ้าคลั่ง ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยยิ้มเยชาและการแก้แค้นของอดีตภรรยา ค่อยๆ เผยเขี้ยวเล็บออกมาทีละน้อย ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขามัวแต่หลงระเริงไปกับคำหวานของศิรินทร์ มัวแต่คิดว่ารินลดาเป็นเพียงผู้หญิงอ่อนแอที่ไม่มีวันไปไหนรอด แต่เขากลับมองข้ามความจริงที่เจ็บปวดที่สุดไป... รินลดาลับคมตัวเองขึ้นมาจากกองเพลิงแห่งความชอกช้ำ และไม่ได้เดินจากไปตัวเปล่า หล่อนพาเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาหนีหายไปจากชีวิตของเขาอย่างไร้ความปรานี! ภายในร้าน รินลดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอจูงมือเด็กน้อยเดินลึกเข้าไปด้านในเพื่อเลือกซื้อขนม โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าที่เบื้องหลังกระจกใส มีสายตาสีแดงก่ำด้วยความตกตะลึงและเจ็บปวดกำลังจ้องมองมาแทบจะกลืนกิน คินน์ขยับตัวจะผลักประตูกระจกเข้าไปทันที ความร้อนรุ่มในอกแผดเผาจนเขาแทบคลุ้มคลั่ง เขาต้องการคำตอบ เขาต้องการสิทธิ์ เขากำลังจะก้าวเข้าไปทวงถามทุกอย่าง... แต่ทว่า "อ้าว, คุณคินน์คะ? บังเอิญจังเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่" เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นพร้อมกับสัมผัสบางเบาที่ต้นแขน ศิรินทร์ก้าวเข้ามาขวางทางเขาไว้ด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม หล่อนในชุดแฟชั่นจัดเต็มส่งสายตายั่วยวนมาให้ราวกับแมวยั่วสวาท "นานๆ ทีเราจะได้เจอกันนอกเวลางานนะคะ ไปนั่งดื่มกาแฟคุยกันหน่อยดีไหมคะ พอดีศิรินทร์กำลังอยากได้..." "ถอยไป!" คำรามต่ำลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาคมกริบที่มักจะสงบนิ่งเสมอ บัดนี้กลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะจนศิรินทร์ถึงกับผงถอยหลังด้วยความตกใจ หล่อนไม่เคยเห็นคินน์ในโหมดนี้มาก่อน โหมดที่ดิบเถื่อน เย็นชา และน่ากลัวราวกับมัจจุราช คินน์สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ไว้หน้า ก่อนจะหันกลับไปมองผ่านกระจกใสอีกครั้งด้วยความร้อนรน แต่ทว่า... ภาพตรงหน้ากลับว่างเปล่า โต๊ะที่รินลดายืนอยู่เมื่อครู่ไร้เงาของสองแม่ลูกเสียแล้ว ประตูกระจกด้านหลังร้านที่เชื่อมต่อไปยังลานจอดรถ VIP กำลังแกว่งไกวเบาๆ ราวกับเพิ่งถูกผลักเปิดออกไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน คินน์พุ่งตัวเข้าไปผลักประตูกระจกหน้าร้านอย่างแรงจนพนักงานตกใจส่งเสียงร้องอุทาน เขากวาดสายตามองไปรอบลานจอดรถที่รถยนต์หรูนับสิบคันกำลังเคลื่อนตัวสลับกันไปมา แต่ไร้วี่แววของร่างเพรียวในชุดเดรสสีครีมและเด็กน้อยตาแป๋วคนนั้น หัวใจของประธานหนุ่มกระตุกวูบ ดิ่งหล่นลงสู่เหวลึกอันมืดมิด ความตื่นตระหนกแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับพิษร้าย เธอกำลังหนีเขา... และครั้งนี้ หล่อนไม่ได้หนีไปแค่ตัว แต่กำลังพาหัวใจและเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาหายลับไปจากโลกใบนี้อีกครั้ง! คินน์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บแปลบ ทว่าความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกหน็บหนาวในอก เกมการไล่ล่าที่เขาเป็นฝ่ายถูกกระชากหน้ากากได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว... และรินลดาจะไม่ทางหนีรอดจากมือเขาไปได้อีกเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%